Brief case

ผู้ป่วยหญิง อายุ 30 ปี ได้รับการวินิจฉัยเป็นโรคทางจิตเวช เรียนจบระดับ ม.5 เร่ร่อน ไล่จับหน้าอกผู้หญิง เสพยา ถูกตำรวจจับและส่งตัวไปที่โรงพยาบาลศรีธัญญา และส่งต่อมาที่สถานคุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจนถึงปัจจุบัน เป็นเวลา 2 ปี 8 เดือน ไม่สามารถให้ข้อมูลได้ ติดตามญาติได้ในภายหลัง ปัจจุบันอาการทางจิตทุเลาลง สามารถช่วยเหลือตนเองได้ ทำกิจวัตรประจำวันต่างๆได้ด้วยตนเอง พูดคุยรู้เรื่อง ปัจจุบันป่วยเป็นโรคไบโพลาร์ (Bipolar) ซึมเศร้า (Depression) จิตเภท (Schizophrenia) ต้องทานยาทุกวัน และต้องทานยานอนหลับ มีอารมณ์เศร้าบ้าง แต่ไม่เคยคิดฆ่าตัวตาย เวลาว่างชอบนั่งเฉยๆหายใจทิ้งคนเดียว ถ้าออกจากสถานคุ้มครองคนไร้ที่พึ่งได้อยากกลับบ้านไปเล่นเกมส์ ดูหนัง ทางพี่น้องมีอาการทางจิตเช่นเดียวกัน จึงไม่สามารถรับกลับไปดูแลได้

 

การประเมินภาวะเปราะบาง

ผลการประเมิน PFFS-T พบว่ามีภาวะเปราะบางระดับน้อย มีปัญหาในเรื่องการทานยา การทำงาน และความว้าเหว่

1. การรับประทานยา

  • ผู้รับบริการต้องทานยาในปริมาณมากต่อวัน อาจส่งผลต่อการทำงานของระบบประสาท อวัยวะภายในร่างกาย โดยเฉพาะตับ รวมถึงการทำกิจวัตรประจำวัน การเคลื่อนไหว และความตื่นตัวในการทำกิจกรรม จึงควรลดปริมาณยาที่ต้องรับประทานในแต่ละวัน โดยการลดยาที่ไม่จำเป็น เช่น ยานอนหลับ
  • ส่งเสริมการทานยาให้ครบถ้วนและตรงเวลาตามที่แพทย์สั่งได้ด้วยตนเอง เนื่องจากผู้รับบริการชอบดูปฏิทิน จึงจะใช้วิธีการจดบันทึกยาที่ต้องทานในแต่ละวัน แต่ละเวลาลงในปฏิทิน และให้ผู้รับบริการทำเครื่องหมายถูกต้องหน้าชื่อยาที่ทานไปแล้วในแต่ละวัน โดยช่วงแรกควรมีผู้ดูแลคอยตรวจสอบความถูกต้องในการทานยาของผู้รับบริการก่อน

2. การทำงาน

  • ผู้รับบริการใช้ชีวิตอยู่ที่สถานคุ้มครองคนไร้ที่พึ่งตลอด 24 ชั่วโมง จึงไม่มีโอกาสได้ทำกิจกรรมบางอย่างด้วยตนเอง เช่น การทำอาหาร การซื้อของ เพราะมีเจ้าหน้าที่คอยดูแลในส่วนนี้  อาจส่งผลให้ความสามารถในการทำกิจกรรมด้วยตนเองลดลง เกิดภาวะพึ่งพาผู้อื่นมากขึ้น จึงอยากส่งเสริมให้ผู้รับบริการมีโอกาสได้ทำกิจกรรมที่หลากหลายด้วยตนเอง เช่น พาไปซื้อของที่ตลาดเป็นครั้งคราว เนื่องจากผู้รับบริการไม่มีพฤติกรรมการหลบหนี หรือจัดให้ผู้รับบริการได้ลงมือทำอาหารด้วยตนเองทุกๆวันอาทิตย์ เป็นต้น

3. ความว้าเหว่

  • ผู้รับบริการชอบใช้เวลาว่างไปกับการนั่งคนเดียว หายใจทิ้ง ปล่อยให้เวลาผ่านไปในแต่ละวัน ไม่ได้ทำกิจกรรมที่ตนเองสนใจหรือต้องการจะทำ เนื่องจากสถานคุ้มครองคนไร้ที่พึ่งไม่ได้มีกิจกรรมอื่นๆให้ผู้รับบริการทำเลยนอกจากกิจวัตรประจำวัน ผู้รับบริการจึงไม่ได้มีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นเท่าที่ควร หากไม่มีใครมาชวนคุย ผู้รับบริการก็จะไม่ได้คุยกับใคร เพราะไม่รู้จะคุยอะไร จึงอยากส่งเสริมให้มีการจัดกิจกรรมกลุ่มเพื่อสร้างสัมพันธภาพระหว่างสมาชิกในสถานคุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง เช่น กิจกรรมวาดถุงผ้า กิจกรรมปลูกต้นไม้ กิจกรรมจัดสังฆทานถวายพระ ทั้งนี้สามารถนำผลผลิตที่ได้จากการทำกิจกรรมเหล่านี้ไปจำหน่ายเพื่อหารายได้ให้สถานคุ้มครองคนไร้ที่พึ่งได้อีกด้วย

ออกแบบกิจกรรมรายบุคคล เพื่อให้ผู้รับบริการมีงานทำโดยพึ่งพิงผู้อื่นน้อยที่สุด

  • กิจกรรมแพ็คขนมขาย : เนื่องจากครอบครัวของผู้รับบริการทำอาชีพขายข้าวแกง และตัวผู้รับบริการเองชอบทานขนม และจากการประเมินทางกิจกรรมบำบัดพบว่าผู้รับบริการมีความสามารถในการทำกิจกรรมนี้ได้
  • กระบวนการการดำเนินการ
  1. ลิสต์ขนมที่ผู้รับบริการสนใจอยากจะนำมาขาย เช่น คุกกี้ มาชเมลโล่ แครกเกอร์ เยลลี่
  2. จัดหาร้านขายขนมปี๊บ / ขนมแพ็คใหญ่
  3. จัดหาแพ็คเกจที่ผู้รับบริการสนใจ เช่น กล่อง ถุงกระดาษ ถุงพลาสติก
  4. คำนวณราคาและปริมาณในการวางขาย (ในขั้นตอนนี้ควรมีผู้ช่วยคำนวณราคาและปริมาณให้เหมาะสม)
  5. วางขายหน้าร้าน / ติดต่อร้านค้าอื่นๆที่สนใจอยากนำขนมไปขาย

6323033 อิศมา ฉายวิชิต

นักศึกษากิจกรรมบำบัดชั้นปีที่ 3 มหาวิทยาลัยมหิดล