ความปรารถนาอันแรงกล้า เกี่ยวกับการพัฒนาอาคารสถานที่ ก็มีแต่อาคารเรียนหลังเก่า(มาก)ที่ผมห่วงใยและใส่ใจตลอดมา ชื่ออาคารป.๑ ก. สร้างโดยองค์การบริหารส่วนจังหวัดกาญจนบุรี สร้างแล้วเสร็จเมื่อปีพ.ศ.๒๕๒๓….

        ผมไม่ได้ลำดับความสำคัญก่อนหลัง เกี่ยวกับกิจกรรมที่จะนำพาความสุขมาสู่ตัวผม ในช่วงเวลา ๑ ปี ก่อนเกษียณอายุราชการ แต่ก็พอจะรู้ปริมาณว่ามีด้วยกันทั้งหมด  ๕ กิจกรรม บันทึกนี้จะพูดถึงกิจกรรมที่ ๓ ที่จะทำให้สำเร็จ

        ความสำเร็จจะเกิดขึ้นมากน้อยเพียงใด มิได้ตั้งความหวังเอาไว้ เพียงแค่ลงมือทำหรือมีส่วนร่วมในการดำเนินการให้แล้วเสร็จก็พอ เพราะถือว่าชีวิตนี้ที่บริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็กมาถึง ๑๖ ปีเศษ ได้ทำมามากพอสมควรแล้ว

       โดยเฉพาะงานอาคารสถานที่ ที่เริ่มจากการลงมือสร้างอาคารห้องสมุด โรงอาหาร อาคารออมสิน ที่ได้รับความช่วยเหลือสนับสนุนจากภาคเอกชน ตลอดจนบ้านพักครู ที่สร้างจากงบประมาณของ สพฐ.

        ความปรารถนาอันแรงกล้า เกี่ยวกับการพัฒนาอาคารสถานที่ ก็มีแต่อาคารเรียนหลังเก่า(มาก)ที่ผมห่วงใยและใส่ใจตลอดมา ชื่ออาคารป.๑ ก. สร้างโดยองค์การบริหารส่วนจังหวัดกาญจนบุรี สร้างแล้วเสร็จเมื่อปีพ.ศ.๒๕๒๓….

        จากข้อมูลทั่วไป ที่พอจะเชื่อถือได้ว่าทั้งจังหวัดเกาญจนบุรี มีอาคารแบบนี้ให้เห็นเป็นอนุสรณ์ หรือยังจัดการเรียนการสอนอยู่ มีไม่ถึง ๑๐ โรงเรียน นอกนั้นได้ทำการจำหน่ายหรือรื้อทิ้ง เพื่อของบประมาณสร้างใหม่ไปเรียบร้อยแล้ว

        ความจริงอาคารป.๑ ก.ดังกล่าว สภาพก็ยังดีอยู่ สังเกตจากโครงสร้างอาคารแบบชั้นเดียว ๔ ห้องเรียนนี้ มีคานใหญ่ที่แข็งแรง ผนังที่ก่อด้วยอิฐแดงบางห้องมีรอยแตกร้าวเล็กน้อย ที่ชำรุดมากก็เห็นจะเป็นประตูหน้าต่างเท่านั้น

        สภาพอาคารหลังนี้ ทั้งในอดีตและปัจจุบัน เป็นหลักฐานสำคัญที่บ่งบอกว่า ทีมงานช่างผู้รับเหมาการก่อสร้างเมื่อ ๔๒ ปีที่ผ่านมานั้น เชี่ยวชาญและมีประสบการณ์มาก พิถีพิถันในรายละเอียดและใช้วัสดุที่คงทน ทำให้อาคารมั่นคงยืนนาน แม้จะใช้งบประมาณสร้างเพียง ๒๘๐,๐๐๐ บาทเท่านั้น

       แล้วเช่นนี้ ผมจะต้องห่วงและมีความกังวลไปใย ในเมื่ออาคารเรียนก็ยังใช้การได้อยู่ จัดการสอน ๓ ห้อง ป.๑ - ป.๓ ที่เหลือเป็นห้องพักครู หรือห้องทำงานของผอ.ที่อเนกประสงค์อย่างยิ่ง สามารถใช้สอนซ่อมเสริมนักเรียนก็ได้

       อันเนื่องมาจากผมใช้เวลาและโอกาส ในการบริหารอาคารหลังนี้ไปมิใช่น้อย ทั้งการปูกระเบื้องห้องเรียน ทำกันสาดด้านหน้า ต่อเติมห้องเรียนชั่วคราวด้านหลัง ซึ่งปัจจุบันใช้เป็นโรงอาหาร

       ในส่วนของสีที่ซีดโทรม โดยเฉพาะหน้าห้องเรียน ทั้งผนังและเสา ผมก็เฝ้าทาสีให้แจ่มชัด มองดูไม่ขัดหูขัดตา นำพาความสดใสให้ดูใหม่และสะอาดอยู่เสมอ

        ก่อนเกษียณจึงคิดในใจว่า น่าจะเป็นหน้าที่ของต้นสังกัดบ้าง (สพฐ.) ที่ต้องลงมาดูแลและอนุรักษ์อาคารเรียนหลังเก่าแบบนี้ ที่กำลังจะหาดูได้ยาก ด้วยการปรับปรุงทั้งระบบ ซ่อมแซมและทาสีใหม่ทั้งภายนอกภายใน

        ถ้าทำได้ ผมก็คงมีความสุขได้ ตั้งแต่ยังไม่เกษียณ หลังจากทำใจอยู่นาน เมื่อของบประมาณซ่อมแซมไป ๒ ครั้งแล้ว ถูกตัดงบไม่ได้รับการอนุมัติ เสนอขอครั้งที่ ๓ ทำเรื่องซ่อมแซม(ทาสี)เสนอขึ้นไปอีกมื่อปีที่แล้ว 

        วันที่ ๕ พฤศจิกายน ๒๕๖๕ ได้รับแจ้งการจัดสรรงบประมาณค่าซ่อมแซมอาคารเรียน ป.๑ ก. โรงเรียนบ้านหนองผือ ๑๖๔,๐๐๐ บาท โดยให้ทางโรงเรียนเร่งหาผู้รับเหมา ถ้าได้รับอนุมัติงวดเงินแล้ว ต้องให้แล้วเสร็จภายใน ๖๐ วัน

        แค่รู้ข่าวว่าอาคารจะได้รับการปรับปรุง ผมก็รู้สึกดีเหมือนได้รับขวัญและกำลังใจ งานนี้ต้องบอกว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์และเจ้าที่เจ้าทางมีจริง ไม่เชื่ออย่าลบหลู่..ผมสัมผัสได้ถึงความสุขจึงรับรู้…ว่าก่อนเกษียณต้องสวยงามอย่างแน่นอน

ชยันต์  เพชรศรีจันทร์

๑๕  พฤศจิกายน  ๒๕๖๕