๑๘๓. ความสุขก่อนเกษียณ...(๒)..Happy Pre Retire


เมื่อทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไป โรงเรียนมีอาคารเรียนพร้อม โต๊ะเก้าอี้เก่าๆหรือชำรุด ก็นำมาเก็บไว้ที่อาคารเล็กๆแห่งนี้ กองสุมแบบหมดสภาพ จึงตั้งใจไว้เลยว่า ก่อนเกษียณจะต้องเอากลับคืนมาให้มีภูมิทัศน์ที่เหมือนเดิมให้จงได้

        วันเวลาเหลือไม่มาก ถ้าจะนับไปถึงเดือนกันยายน ๒๕๖๖ ที่ต้องหลุดพ้นวงการงานของครู สังกัดสพฐ. แต่ก็ถือว่าเพียงพอสำหรับการตั้งโจทย์แห่งความสุขในการทำงานไว้ ณ เวลานี้ ไม่รอให้เกษียณแล้วมานั่งเสียดายว่าทำไมไม่รีบลงมือทำ

        ความสำคัญในระดับต้นๆเลยก็ว่าได้ ที่ช่วยกระตุ้นให้เกิดแรงบันดาลใจในการสร้างสุขในโรงเรียน คืองานรักษาสภาพแวดล้อมให้สะอาด ร่มรื่น สวยงาม ปลอดภัย มองครั้งคราใดให้รู้สึกอบอุ่น ทั้งผู้ที่อยู่และผู้ที่มาเยี่ยมเยือน

       ในความเป็นจริงที่เห็นและเป็นอยู่ ก็รณรงค์และอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมมาโดยตลอด แต่บางช่วงบางตอน โดยเฉพาะฤดูฝน ก็มีบ้างที่ต้องปล่อยปละละเลยจนทำให้ต้นหญ้ารกรุงรัง ประหยัดสตางค์ไว้สำหรับการทำครั้งเดียวจบ

        ต่อไปนี้…จะทำเช่นนั้นไม่ได้ เพราะเหลือฝนสุดท้ายแล้ว ไม่มีสิ่งใดที่เกินกำลัง หากจะสัมผัสความสุขไปจนถึงบั้นปลายชีวิตราชการ ที่ต้องส่งมอบงานสิ่งแวดล้อมให้ผู้บริหารรุ่นต่อไป ในแบบที่สดใส ส่วนเขาจะสานต่อไปหรือไม่ คงไม่คาดหวัง เพราะไม่มีหน้าที่อันใดที่ต้องทำอีกต่อไปแล้ว

        ปี ๒๕๔๙ ในวันที่มารับตำแหน่งใหม่ๆ สระอันกว้างใหญ่ น้ำในสระ่มีสีขุ่นมัว ต่อมาก็มีผักตบชวางอกงามจนแน่นสระ ปฏิบัติการสะสางมาแล้ว ๒ รอบ ทำให้น้ำใสไหลเย็นเห็นตัวปลา วันเปิดเทอม ๒ ที่ผ่านมา สะสางเป็นรอบที่ ๓ พร้อมด้วยงานปรับแต่งโคกหนองนาที่อยู่ข้างสระ ให้ปลอดโปร่งโล่งเตียน และต่อไปจะแวะเวียนไปดูทุกวัน

        วันนี้…สำรวจตรวจตราความเรียบร้อย ทั้งด้านหน้าด้านหลังของอาคารเรียน ๒ หลัง ไปจนถึงบ้านพักครู ก็ดูร่มรื่นสบายตา ไม่มีพงหญ้ารกๆมาปกคลุม หากรักษาสภาพไว้ได้เช่นนี้ คงมีความสุขมิใช่น้อยเลย

         สิ่งที่ต้องเร่งทำ หลังจากลงมือไปบ้างแล้วก็คือบริเวณสวนพักผ่อนหย่อนใจ ที่อยู่ติดกับสวนสมุนไพร และไม่ห่างไกลจากโรงอาหาร ภาพยังติดตาตรึงใจ ในวันแรกที่ก้าวย่างเข้าสู่โรงเรียนนี้

         เพราะก่อนที่จะเป็นสวนสมุนไพรและแหล่งพักผ่อนหย่อนใจ ตรงนี้เคยเป็นส้วมเก่ามาก่อน เป็นแบบแปลนของสปช.(เดิม) จำนวน ๑ หลังมี ๔ ห้อง ทรุดโทรมใช้การไม่ได้มานานกว่า ๑๐ ปี ผ่านผู้บริหารมา ๔ คน แต่ละคนก็ไม่คิดที่จะรื้อทิ้ง

         ทำให้บรรยากาศด้านหลังโรงเรียนดูมืดทะมึนและอึมครึมยิ่งนัก นักเรียนบางคนกลัวและบางคนก็หยอกล้อกันว่าเป็นส้วมผีสิง ไม่ควรเข้าไปใกล้อย่างเด็ดขาด มีผมคนเดียวที่กล้าเข้าไปเป็นครั้งแรก พอครั้งที่สองก็สั่งรื้อทิ้งทันทีจนสิ้นซาก

         จากนั้นก็เทปูนอย่างหนาให้เป็นพื้นเรียบๆและมุงหลังคา เพื่อใช้เป็นอาคารเรียนเล็กๆแบบชั่วคราว ตอนนั้นนักเรียนมีไม่มากและห้องเรียนมีไม่พอ ต่อมาได้ใช้เป็นที่นั่งเล่นและอ่านหนังสือ ตลอดจนจัดป้ายนิเทศเกี่ยวกับพืชผักสมุนไพร

        เมื่อทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไป โรงเรียนมีอาคารเรียนพร้อม โต๊ะเก้าอี้เก่าๆหรือชำรุด ก็นำมาเก็บไว้ที่อาคารเล็กๆแห่งนี้ กองสุมแบบหมดสภาพ จึงตั้งใจไว้เลยว่า ก่อนเกษียณจะต้องเอากลับคืนมาให้มีภูมิทัศน์ที่เหมือนเดิมให้จงได้

        หากทำไม่ได้หรือไม่ได้ทำ  คงไม่มีความสุขไปอีกนานเท่านาน ที่ปล่อยให้ด้านหลังโรงเรียนอ้างว้างวังเวง วันนี้จึงใช้เวลาเพียง ๒ ชั่วโมง กับภารกิจ ๕ ส. จนเสร็จเรียบร้อยโล่งตาโล่งใจ

        เหมือนคืนชีวิตใหม่ให้โรงเรียน ในบางแง่มุมหรือในซอกหลืบ ในมุมมืดที่มองไม่ทั่วถึง ให้กลับคืนสภาพที่สดใส มองดูสวยงามและปลอดภัย เหมือนเช่นช่วงแรกที่ได้มาบริหารจัดการ ก่อนที่จะจากไปในแบบที่ไม่มีวันหวนคืนมา

ชยันต์  เพชรศรีจันทร์

๑๔  พฤศจิกายน  ๒๕๖๕

         

          

 

 

 

หมายเลขบันทึก: 710355เขียนเมื่อ 14 พฤศจิกายน 2022 21:08 น. ()แก้ไขเมื่อ 14 พฤศจิกายน 2022 21:09 น. ()สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการจำนวนที่อ่านจำนวนที่อ่าน:


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี