ปีใหม่ คนไทยคิดว่าจะได้คลายความทุกข์ ซึ่งมีอยู่มากลงเสียบ้าง กลับมาเจอเหตุการณ์ระเบิดที่กรุงเทพและการโทรศัพท์มาขู่วางระเบิดอีก ทำให้วันที่จะนับถอยหลัง กลายเป็นวันแห่งความกลัว คนไทยไม่กล้าไปเที่ยวห้างสรรพสินค้า วันที่ 31 ธันวาคม 2549 เกิดระเบิด 9 จุดที่ กทม.มีคนบาดเจ็บและล้มตายทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่มาเที่ยวเมืองไทย ใครหนอช่างใจร้ายจัง ทำได้ลงคอ มาลัยทองจะพาลูกและญาติไปเที่ยวห้างสยามพารากอน เลยต้องเลื่อนเดินทางเข้า กทม.ไปเป็นวันที่ 2 มค.50 พอขึ้นรถแท๊กซี่ไปห้างฯ คนขับถามว่า ป้าไม่กลัวระเบิดเหรอ ไม่มีคนไปเที่ยวห้างหรอก เราฟังงง ลูกอยากไปดูโอเซี่ยนเวิร์ล โลกทะเลสักหน่อย นานๆจะเข้า กทม.ซักที เลยแกล้งทำใจดี ตอบไปว่า เราไม่เคยทำเหตุอะไร คงไม่มีอะไรมั้ง ถ้าถึงที่ตายอยู่ที่ไหนก็ตาย พูดปลอบใจตนเองบนความประมาท ก็มันมาแล้วนี่ กทม. และลูกเขาก็อยากมาเที่ยวนานแล้ว พอไปห้างเห็นคนไทยนิดเดียว นอกนั้นมีแต่ชาวต่างประเทศทั้งฝรั่ง ไต้หวัน ฮ่องกง จีน สงสัยเหมือนเรา มากทม.เมืองไทยฟ้าอมรฯแล้วนี่จะให้กลับหลังอย่างไร เที่ยวเลยดีกว่า ห้างฯจัดเจ้าหน้าที่ตรวจกระเป๋าพะรุงพะรังของพวกเราที่มาจากต่างจังหวัด เข้าห้างฯได้แล้วก็ตรงดิ่งไปเที่ยว ocean world เลย ซื้อตั๋วอย่างราคาแพงสุด เหมาดูทุกอย่าง นั่งเรือกระจกดูปลา ดูหนังสี่มิติ แต่ราคาเอาเรื่อง 3 คน เสียเงินเกือบ 2,000 บาทหย่อนไปนิดเดียว แต่ก็สนุกและคุ้ม เด็กและผู้ใหญ่ชอบ ดูนกเพนกวินว่ายน้ำ มีสัตว์ทะเลแปลกๆ ถึงจะไม่มีมากเหมือนต่างประเทศที่เคยดู แต่ก็ใช้ได้ทีเดียว มาจากอีสานบ้านนอกไม่มีทะเล ลูกก็ตื่นตาตื่นใจดี ถ่ายรูปสนุก ดูปลาฉลาม ปลากระเบนฯลฯอย่างใกล้ชิด ที่พวกเราชอบมากคือหนังสี่มิติ เหมือนมันทะลุออกมาเดินหาเรา และมีeffect เก้าอี้โยก มีลมเป่าขาเป่าคอเหมือนเหตุการณ์ในหนัง มีแสงปลาบๆข้างนอกจอเมื่อผีโผล่ สนุกดี หนังเป็นเรื่องเกี่ยวกับโจรสลัด หนังน่าจะยาวกว่านี้สักหน่อย เพราะแค่ 15 นาทีก็จบแล้ว ดูแล้วยังติดใจ ใส่แว่นตาดูหนังสี่มิติ อยากให้จ.ขอนแก่นมีโรงหนังสี่มิติแบบนี้บ้างจัง อยากให้เด็กชาวบ้านได้ดูบ้างจัง ที่เห็นว่าห้างฯโฆษณาเว่อเกินจริงคือ ประสบการณ์หนาวสุดขั้ว  อุณหภูมิลบ10 องศา ทำเป็นประตูเหมือนห้องเย็น เดินเข้าไป และมีประตูกั้นห้อง และมีประตูเดินออกมา ห้องเล็กๆเหมือนห้องเย็นไม่เห็นมีอะไร ตลกมากที่สุดเลย ที่ภาควิชาฯเรา มีห้องเย็นใหญ่กว่านั้นอีก หนาวสุดขั้วกว่าอีก ไว้เก็บสารเคมี เป็นการโฆษณาเกินจริงของห้างมากๆ ลูกเราเอามาล้อว่า ประสบการณ์หนาวสุดขั้ว ตลกดีคือหลอกกัน

พอนึกถึงเหตุการณ์ระเบิดในบ้านเมืองเรา ไม่เห็นมีชนวนอะไร เป็นการข่มขวัญทางการเมืองให้ประชาชนลำบาก น่าจะขัดผลประโยชน์กันเองคือคนในชาติบ้านเมืองกันเอง ทำให้ทำลายการท่องเที่ยว ทำลายเศรษฐกิจ และทำลายขวัญของคนในชาติ ประเทศไทยเมื่อใดขาดความรักความสามัคคีกันเอง ก็เป็นสิ้นชาติเมื่อนั้น เป็นยุ่งทุกที ทำอย่างไรจะสอนคนไทยไม่ให้ทะเลาะวิวาท อาฆาตบาดพยาเวรซึ่งกันและกัน อยู่บนแผ่นดินเดียวกัน อยู้ใต้ร่มธงไทยเดียวกัน ไม่มองในข้อดี ไม่รักกันเหมือนพี่น้องร่วมท้องเดียวกัน เวลามีศัตรูมา ต่างคนต่างไม่ยุ่งกัน ก็ตายหมดเท่านั้นเอง คิดถึงว่า คนไทยเป็นอย่างงี้ทุกที โดนเขายุให้ฆ่าแกงกันเอง ไร้สติ ขาดสมองตรองให้ถ่อง เมืองไทยอยู่กันด้วยความรัก ความสงบแล้วลูกหลานเรา ตัวเราก็มีความสุข มีกษัตริย์อย่างในหลวงก็แสนวิเศษ มีศาสนาพุทธก็สอนสั่งอย่างเลิศเลอ ให้รู้จักให้อภัย ปล่อยความโกรธเกลียดชัง ให้รู้จักพ้นทุกข์ แต่ไม่ทำตาม กลับชอบหาทุกข์ ไม่รักพ่อในหลวงจริงจึงไม่ทำตาม ไม่ทำให้แผ่นดินสงบสุข คิดอย่างนี้แล้ว เลยคิดว่า การศึกษาบ้านเราน่าจะมีหลักสูตรให้เรารักกันทำอะไรด้วยกันได้ จนมีหลายคนกล่าวว่า คนไทยนี้เก่ง แต่มักเก่งแบบคนเดียว ตัวใครตัวมัน ทำอะไรเป็นทีมก็ไม่ได้ แล้วอีกอย่างที่บอกนิสัยประจำตัวคือ ขี้อิจฉา เห็นใครดีกว่าตนเป็นไม่ได้ ขาดมุทิตา ความยินดีที่เห็นคนอื่นได้ดี มีสุข ไม่มีใครทำร้ายเรา นอกจากพวกเราทำร้ายกันเอง ใครช่วยหน่อย ช่วยคิดหลักสูตรเปลี่ยนนิสัย ให้รักชาติ ไม่ขี้อิจฉา ไม่เห็นแก่ตนและพรรคพวก ไม่นิยมลัทธิเซี่ยวเอ้อ ให้หน่อย จะขอบคุณยิ่ง จะเอาไปอบรมเด็กและผู้ใหญ่บ้าง ผู้ใหญ่คนไหน มันหัวแข็งก็ไม่ต้องฟังไม่ต้องอบและรม ฝังซะเลย แฮ่ะ แฮ่ะ/ ขอให้แคล้วคลาดปลอดภัยในปีใหม่นี้ทุกคนเด้อ ค้า