![]()
เรื่องหนึ่งที่ผู้เขียนสนใจมากคือ ท่านบอกว่า การออกกำลังอย่างหนัก เช่น วิ่ง ฯลฯ อาจจะไม่ดีกับสุขภาพ เพราะทำให้เกิดอนุมูลอิสระจำนวนมาก ไม่เหมือนการออกกำลังกายแบบโยคะ
![]()
วันนี้มีข่าวดีสำหรับท่านที่ไม่ชอบออกกำลังแบบหักโหมครับ... อาจารย์ดอกเตอร์กาเรธ ดาวิซัน และดอกเตอร์เซียรา ฮิวอิส จากวิทยาลัยวิทยาศาสตร์การแพทย์ประยุกต์และการกีฬา แห่งมหาวิทยาลัยอัลซเทอร์ สหรัฐฯ ได้ทำการศึกษา
![]()
ผลปรากฏว่า การออกกำลังหักโหมไปอาจจะไม่ดี
คณะอาจารย์ได้ทำการศึกษาพบว่า คนที่ไม่ฟิต(ไม่แข็งแรง + ไม่ได้ออกกำลังเป็นประจำ) และออกกำลังแบบแอโรบิคอย่างหนักมีระดับอนุมูลอิสระในเลือดเพิ่มสูงขึ้น
![]()
การออกกำลังแบบแอโรบิคอย่างหนักในที่นี้หมายถึงการออกกำลังกล้ามเนื้อมัดใหญ่ ทำต่อเนื่องกันไปนานกว่า 10 นาที และทำให้หัวใจเต้นเร็วอย่างน้อย 85% ของขีดจำกัดสูงสุด
วิธีคิดขีดจำกัดสูงสุดในการเต้นของหัวใจ... นิยมนำตัวเลข 220 ลบด้วยอายุ(ปี) สมมตินายกอ หรือนางสาวขอ อายุ 20 ปี
![]()
ขีดจำกัดสูงสุดของการเต้นหัวใจตามอายุ (maximal heart rate / MHR) จะเท่ากับ 220-20 = 200 ครั้งต่อนาที
85% ของขีดจำกัดนี้ = 200 x 85/100 = 170 ครั้งต่อนาที ซึ่งเป็นการออกกำลังที่หนักมากทีเดียว
![]()
คณะอาจารย์ท่านพบว่า ถ้าให้คนที่ฟิต หรือแข็งแรงและออกกำลังเป็นประจำ ออกกำลังอย่างหนักระดับนี้ และตรวจเลือดดู จะพบสารเคมีที่แสดงการบาดเจ็บของหน่วยพันธุกรรม (DNA) และไขมันในเลือดน้อยกว่าคนที่ไม่ฟิต
<p>ขณะเดียวกัน... คนที่ไม่ฟิต และกินอาหารสมดุลครบทุกหมู่ (balanced diet) และกินอาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ ได้แก่ ผักหรือผลไม้ เช่น บรอคโคลี ผักปวยเล้ง เบอรี่ ฯลฯ จะพบสารเคมีที่แสดงการบาดเจ็บของหน่วยพันธุกรรม (DNA) และไขมันน้อยลง</p>
![]()
อาจารย์ท่านแนะนำว่า
- การรักษาสุขภาพควรเริ่มด้วยการกินอาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น ข้าวกล้อง ผัก ผลไม้ ถั่ว งา ฯลฯ และกินอาหารสมดุลให้ครบทุกหมู่ เพื่อให้มีระดับสารต้านอนุมูลอิสระในเลือดค่อนข้างสูงตลอดวันก่อนออกกำลัง
- การออกกำลังกาย... ควรเริ่มจากเบาไปหาหนัก เช่น เริ่มด้วยการเดินความเร็วปกติ 2-3 วัน แข็งแรงแล้วค่อยๆ เพิ่มระยะทางทุกๆ 2-3 วัน เมื่อแข็งแรงแล้วค่อยเดินเร็ว ฯลฯ ไม่ใช่พรวดพราด เริ่มทีเดียวก็โหมวิ่งหนักเลย
![]()
ไปๆ มาๆ ก็เข้ากับคำกล่าวที่ว่า "มากไปก็ไม่พอ" หรือ "มากไปก็ไม่ดี (Too much is not enough.)" หรือทางสายกลางดูจะปลอดภัยกว่า เข้ากับหลักการที่อาจารย์ภุชงค์ ครูโยคะท่านว่าครับ...
แหล่งที่มา:
- ขอขอบพระคุณ > Sporadic exercise ‘can harm’ > http://news.bbc.co.uk/1/hi/northern_ireland/3565491.stm > March 25, 2004.
- ขอขอบพระคุณ > โรงพยาบาลค่ายสุรศักดิ์มนตรี + อาจารย์เทวินทร์ อุปนันท์ IT + หน่วยรังสีกรรม > สนับสนุนทางเทคนิค + อินเตอร์เน็ต.
- ขอขอบพระคุณ > ศูนย์มะเร็งลำปาง + อาจารย์ ณรงค์ ม่วงตานี และอาจารย์เทพรัตน์ บุณยะประภูติ IT + กลุ่มงานรังสีวินิจฉัย > สนับสนุนทางเทคนิค + อินเตอร์เน็ต.
- นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ จัดทำ > ๒ มกราคม ๒๕๕๐.
</font>

ขอบคุณท่านเป็นอย่างสูงในข้อเสนอแนะ จะนำไปปรับปรุงงานต่อไปครับ
เรื่องการออกกำลังกาย ผมเป็คนหนึ่งที่ไม่ได้ออกกำลังกายเป็นประจำ ได้ความรู้จากท่านจะเริ่ม ออกกำลังกาย ให้สม่ำเสมอครับ
ขอขอบพระคุณอาจารย์เม็กดำ1 และท่านผู้อ่านทุกท่าน...
ความเป็นครูนี่...
เรียนเสนอ...
ขอขอบพระคุณอาจารย์ที่กรุณาเข้ามาเยี่ยมเยียน...
อ่านแล้วนึกถึงการยากน้ำหนักเลยครับ
ตามตำราว่าไว้ว่าให้กินก่อนออกและหลังออกกำลัง (สำคัญทั้งสองมื้อ)
และอาหารเป็นสิ่งสำคัญในการทำให้กล้ามใหญ่ขึ้น 80%
อีก 20%ถึงเป็นการออกกำลัง+การพักผ่อนครับ
แสดงว่านี่เป็นอีกงานวิจัยนึงที่ยืนยันว่า
การออกกำลังกายต้องคู่ไปกับโภชนาการ
(ยังไม่รวมไปถึงการพักผ่อนด้วย)
ขอบคุณสำหรับบทความครับ