หลายเดือนก่อน... โรงพยาบาลผู้เขียนเรียนเชิญท่านอาจารย์ภุชงค์ ทวีปกุล วิศวกรที่เป็นครูโยคะ และสนใจแพทย์ทางเลือกไปบรรยาย(ให้หมอ พยาบาล บุคลากร และผู้สนใจ)ฟังในนิทรรศการที่โรงเรียนบุญวาทย์วิทยาลัย

Hiker

หลายเดือนก่อน... โรงพยาบาลผู้เขียนเรียนเชิญท่านอาจารย์ภุชงค์ ทวีปกุล วิศวกรที่เป็นครูโยคะ และสนใจแพทย์ทางเลือกไปบรรยาย(ให้หมอ พยาบาล บุคลากร และผู้สนใจ)ฟังในนิทรรศการที่โรงเรียนบุญวาทย์วิทยาลัย

เรื่องหนึ่งที่ผู้เขียนสนใจมากคือ ท่านบอกว่า การออกกำลังอย่างหนัก เช่น วิ่ง ฯลฯ อาจจะไม่ดีกับสุขภาพ เพราะทำให้เกิดอนุมูลอิสระจำนวนมาก ไม่เหมือนการออกกำลังกายแบบโยคะ

วันนี้มีข่าวดีสำหรับท่านที่ไม่ชอบออกกำลังแบบหักโหมครับ... อาจารย์ดอกเตอร์กาเรธ ดาวิซัน และดอกเตอร์เซียรา ฮิวอิส จากวิทยาลัยวิทยาศาสตร์การแพทย์ประยุกต์และการกีฬา แห่งมหาวิทยาลัยอัลซเทอร์ สหรัฐฯ ได้ทำการศึกษา

ผลปรากฏว่า การออกกำลังหักโหมไปอาจจะไม่ดี

คณะอาจารย์ได้ทำการศึกษาพบว่า คนที่ไม่ฟิต(ไม่แข็งแรง + ไม่ได้ออกกำลังเป็นประจำ) และออกกำลังแบบแอโรบิคอย่างหนักมีระดับอนุมูลอิสระในเลือดเพิ่มสูงขึ้น

การออกกำลังแบบแอโรบิคอย่างหนักในที่นี้หมายถึงการออกกำลังกล้ามเนื้อมัดใหญ่ ทำต่อเนื่องกันไปนานกว่า 10 นาที และทำให้หัวใจเต้นเร็วอย่างน้อย 85% ของขีดจำกัดสูงสุด

วิธีคิดขีดจำกัดสูงสุดในการเต้นของหัวใจ... นิยมนำตัวเลข 220 ลบด้วยอายุ(ปี) สมมตินายกอ หรือนางสาวขอ อายุ 20 ปี

ขีดจำกัดสูงสุดของการเต้นหัวใจตามอายุ (maximal heart rate / MHR) จะเท่ากับ 220-20 = 200 ครั้งต่อนาที

85% ของขีดจำกัดนี้ = 200 x 85/100 = 170 ครั้งต่อนาที ซึ่งเป็นการออกกำลังที่หนักมากทีเดียว

คณะอาจารย์ท่านพบว่า ถ้าให้คนที่ฟิต หรือแข็งแรงและออกกำลังเป็นประจำ ออกกำลังอย่างหนักระดับนี้ และตรวจเลือดดู จะพบสารเคมีที่แสดงการบาดเจ็บของหน่วยพันธุกรรม (DNA) และไขมันในเลือดน้อยกว่าคนที่ไม่ฟิต

<p>ขณะเดียวกัน... คนที่ไม่ฟิต และกินอาหารสมดุลครบทุกหมู่ (balanced diet) และกินอาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ ได้แก่ ผักหรือผลไม้ เช่น บรอคโคลี ผักปวยเล้ง เบอรี่ ฯลฯ จะพบสารเคมีที่แสดงการบาดเจ็บของหน่วยพันธุกรรม (DNA) และไขมันน้อยลง</p>

อาจารย์ท่านแนะนำว่า

  1. การรักษาสุขภาพควรเริ่มด้วยการกินอาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น ข้าวกล้อง ผัก ผลไม้ ถั่ว งา ฯลฯ และกินอาหารสมดุลให้ครบทุกหมู่ เพื่อให้มีระดับสารต้านอนุมูลอิสระในเลือดค่อนข้างสูงตลอดวันก่อนออกกำลัง
  2. การออกกำลังกาย... ควรเริ่มจากเบาไปหาหนัก เช่น เริ่มด้วยการเดินความเร็วปกติ 2-3 วัน แข็งแรงแล้วค่อยๆ เพิ่มระยะทางทุกๆ 2-3 วัน เมื่อแข็งแรงแล้วค่อยเดินเร็ว ฯลฯ ไม่ใช่พรวดพราด เริ่มทีเดียวก็โหมวิ่งหนักเลย

ไปๆ มาๆ ก็เข้ากับคำกล่าวที่ว่า "มากไปก็ไม่พอ" หรือ "มากไปก็ไม่ดี (Too much is not enough.)" หรือทางสายกลางดูจะปลอดภัยกว่า เข้ากับหลักการที่อาจารย์ภุชงค์ ครูโยคะท่านว่าครับ...

    แหล่งที่มา:

  • ขอขอบพระคุณ > Sporadic exercise ‘can harm’ > http://news.bbc.co.uk/1/hi/northern_ireland/3565491.stm > March 25, 2004.
  • ขอขอบพระคุณ > โรงพยาบาลค่ายสุรศักดิ์มนตรี + อาจารย์เทวินทร์ อุปนันท์ IT + หน่วยรังสีกรรม > สนับสนุนทางเทคนิค + อินเตอร์เน็ต.
  • ขอขอบพระคุณ > ศูนย์มะเร็งลำปาง + อาจารย์ ณรงค์ ม่วงตานี และอาจารย์เทพรัตน์ บุณยะประภูติ IT + กลุ่มงานรังสีวินิจฉัย > สนับสนุนทางเทคนิค + อินเตอร์เน็ต.
  • นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ จัดทำ > ๒ มกราคม ๒๕๕๐. 

</font>