นักธุรกิจหนุ่มไอทีไทยคนหนึ่งซึ่งดูแลและบริหารคนไอทีนับร้อยในไทยและได้ไปเยี่ยมชมที่เวียดนามีความคิดเห็นว่า  ความรู้และความสามารถของคนไอทีเวียดนามกับคนไอที่ไทยน่าจะพอ ๆ กัน แต่คนเวียดนามสามารถทำงานอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผลมากกว่าคนไอทีไทยประมาณ 4-5 เท่า เหตุผลเป็นเพราะ

1.  วิศวกรไทยทำงานจริง ๆ ประมาณ 30 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ในขณะที่วิศวกรเวียดนามทำงานจริง ๆ ประมาณ 60 ชั่วโมงต่อสัปดาห์

2.  วิศวกรไทยไม่ค่อยมีระเบียบวินัยในตนเอง  ไม่ชอบงานหนักและลำบาก ในขณะที่ชอบเงินเยอะ ๆ ฉะนั้นจึงเปลี่ยนงานบ่อย แทนที่จะมองว่าปัญหาต่าง ๆ เป็นสิ่งน่าท้าทายที่ทำให้เกิดการเรียนรู้ แต่กลับมองว่าสิ่งเหล่านี้ทำให้ตนเองสบายน้อยลง

3. คนไทยมักส่งงานไม่ตรงต่อเวลา  เพราะเราชอบประนีประนอม มักจะพูดว่าไม่เป็นไรเมื่อเกิดปัญหาอะไรขึ้น  เพราะฉะนั้นคนที่ไม่มีระเบียบวินัยเท่าไหร่ก็อยู่ได้ในสังคมไทย แต่จะทำให้ประเทศไทยไม่สามารถแข่งขันกับชาติอื่นได้

ดังนั้นเป็นสิ่งสำคัญที่พ่อแม่และครูบาอาจารย์น่าจะสอนเด็ก ๆ และเยาวชนได้แล้วว่า ชีวิตของเราจะเจอปัญหาเสมอ  แต่เราต้องสามารถที่จะแก้ปัญหานั้น และมีความมุมานะจนกว่าจะทำงานและแก้ปัญหาได้สำเร็จ  และแทนที่จะเข้าไปในบริษัทแล้วถามว่า เขาจะจ่ายเงินให้เราเท่าไหร่ ควรจะถามว่า  เราจะทำประโยชน์อะไรให้เขาได้บ้าง เราจะเพิ่มคุณค่าให้แก่งานขององค์กรได้อย่างไร

ในขณะที่คุณ Thomas Friedman ผู้ซึ่งแต่งหนังสือ The World is Flat, ได้กล่าวไว้ว่า  "สมัยที่เขาเป็นเด็กและเจริญเติบโตนั้น   พ่อแม่เขาจะพูดว่า กินข้าวให้หมด  คนในเมืองจีนกำลังอดอยากอยู่นะ"   ตอนนี้เขากลับต้องพูดกับลูกเขาว่า "ทำการบ้านให้เสร็จ  ไม่งั้นคนจีนกับคนอินเดียจะแย่งงานคุณไปนะ"

 

คุณ Kriengsak Niratpattanasai ซึ่งเป็นผู้เขียนบทความในภาคภาษาอังกฤษ "The Vietnam challenge: Bye-bye sabai-sabai"  

จะกล่าวกับลูกของเขาว่า "ถ้าคุณรักความสบายและไม่ชอบเรียนหนัก  คนเวียดนามจะแย่งงานจากคุณ แล้วคุณจะไม่มีวันสบายได้อีกเลย" 

 

อ้างอิงจาก

http://www.thaicoach.com/new/new_column_wide.php?info_id=80