เครื่องบินออกจากเจนีวาช้า ๑๕ นาที    ใช้เวลาบินสู่แฟรงเฟิร์ต ๕๐ นาที    มีคนจากสถานกงสุล และจากการบินไทยมารับ    พาไปที่ gate หมอสุพัฒน์แจ้งการขอ upgrade ที่นั่ง ๓ ที่นั่ง สำหรับ ตนเอง หมอปิยะสกล และผม ไปนั่งชั้น ๑     ส่วนอีก ๓ คน คือ หมอสุวิทย์  วิโรจน์  โสภิดา นั่งชั้นธุรกิจตามตั๋วที่ซื้อ 
       เครื่องบินของการบินไทยขากลับเป็น Boeing 747 รุ่นเก่า   เจ้าหน้าที่มาสอนการใช้ video / music on demand    ผมเลยได้ฟัง Symphony No. 9 รู้สึกว่าไพเราะกว่าฟัง iPod    กิเลสเริ่มก่อตัวแล้ว
       อาหารอร่อย    มีไข่คาเวียร์อย่างเคย    ตามด้วยออร์เดิฟที่จานใหญ่เท่า main course    ผมสั่งจานหลักเป็นปลาแซมมอน    แต่เนยแข็งไม่อร่อยเท่าขาไป    อาจเพราะผมชี้ไม่ดีก็ได้    คือผมไม่รู้จักชื่อเนยแข็ง    ใช้วิธีชี้ๆ เอา    คราวนี้ลองี้ชี้บลูชีส    เป็นของดีแต่ไม่ถูกปากผม    ทำนองว่าลิ้นผมมันโลโซ    พนักงานบริการสู้ชุดขาไปไม่ได้    เราจะกินอะไรกับอะไรเขาไม่เสนอ เราต้องขอเอง   
      พอกินอาหารเสร็จผมก็ง่วง    จัดการ "ทำเตียง" คือปรับที่นอน    พบว่าเตียงสู้เครื่องขาไปซึ่งรุ่นใหม่กว่าไม่ได้    คือนอนได้ไม่ราบสนิทเท่า    แต่ก็แตกต่างกันไม่มาก
      นอนได้ ๒ ยกก็เพียงพอ คือประมาณ ๖ ชั่วโมง    ลุกขึ้นมาอ่านหนังสือ  ฟังเพลง  และแต่งตัว    คือเปลี่ยนจากชุดนอน (ที่เขาแจกและให้เราเอากลับบ้าน) เป็นเสื้อกางเกงของเราเอง     ชุดนอนนี้เนื้อผ้าดีมาก นุ่ม สวมสบาย เป็นฝ้ายแท้ ยี่ห้อ กี ลาโรช
      อาหารเช้าผมสั่ง ออมเล็ตกับไส้กรอกไก่    ผมฝึกกินแบบ ลีโอนาโด ดา วินชี่ โดยกินแบบละเลียด ตรวจสอบการรับรู้รสของตนเอง    ไม่เติมเครื่องปรุง เพื่อให้รู้รสตามธรรมชาติของมันเอง    เป็นการกินแบบมีสติอยู่กับอาหารอย่างเต็มที่    ทำให้ได้ชื่นชมรสอาหารได้มากขึ้น   ที่จริงผมจะสั่งข้าวต้ม แต่เที่ยวกลับจากต่างประเทศอย่างนี้เขาไม่มี
     เมื่อคืนผมขออนุญาต อ. หมอปิยะสกล (ซึ่งนั่งที่นั่งคู่กับผมแบบท่านอธิบดีกิตติตอนขาไป) เปลี่ยนไปที่นั่ง 2K ติดหน้าต่างที่ว่างอยู่    เพื่อจะดูวิวสามเหลี่ยมปากแม่น้ำของบังคลาเทศและพม่า     ตอนผ่านบังคลาเทศคนยังหลับกันอยู่ ผมไม่กล้าเปิดหน้าต่าง    ซึ่งจะมีแดดจ้าส่องเข้ามารบกวน    แต่ตอนผ่านสามเหลี่ยมปากน้ำเดาว่าของแม่น้ำอิระวดี ก็เห็นความมโหฬาร สมใจ    รวมทั้งได้เห็นแม่น้ำที่ใหญ่กว่าเจ้าพระยามาก  
     หมอสุวิทย์ แวะมาคุยเรื่องนัดประชุมผู้ใหญ่   เพื่อให้ท่านรับทราบความคืบหน้า    ผมบอกว่าต้องคุยกันเรื่องคุณค่า    ชี้ให้เห็นโอกาสทำเครือข่ายวิชาการด้านนโยบายสุขภาพในประเทศ และในภูมิภาค    อาจมีผลเฉลิมพระเกียรติไม่น้อยกว่าตัวรางวัล    มีผลสร้างสัมพันธภาพระหว่างประเทศผ่านวิชาการ ความดี ที่ไม่มีตัวตนผลประโยชน์    เป็นการเดินตามพระยุคลบาทสมเด็จพระบรมราชชนก    เรานัดวันประชุมร่วมกับผู้ใหญ่ในวันที่ ๒๕ ธค. ที่ห้อง รมต. สาธารณสุข

     ก่อนเครื่องลง คุยกับพนักงานการบินไทย    ผมถามว่าปรับตัวจากการอดนอนกลางคืนอย่างไร    สจ๊วตตอบว่าต้องฝึกให้ชิน    การทำสมาธิช่วยได้มาก    เวลานี้มีคนนิยมฝึกและทำสมาธิในชีวิตประจำวันเพื่อช่วยให้ชีวิตมีความสุขมากขึ้น

      การเดินทางเที่ยวนี้ ผมอาศัยบารมีของ ศ. นพ. สุพัฒน์ วานิชย์การ ผู้กว้างขวาง     ได้นั่งเครื่องบินชั้น ๑    มีคนมาคอยต้อนรับทุกครั้งที่เครื่องลง หรือต่อเครื่องบิน     ลงที่สุวรรณภูมิ เจ้าหน้าที่การบินไทยมารับในฐานะผู้โดยสารชั้น ๑     เขาให้เรา ๓ คนนั่งรถไฟฟ้า มีสาวการบินไทยขับ ไปที่ตรวจคนเข้าเมือง     ผ่าน  ช่องทางด่วน    มีเจ้าหน้าที่ของสถานทูตมารับ     สารพัดสดวก

       พินิจความประณีตของฝีมือก่อสร้างสนามบินสุวรรณภูมิ เทียบกับสนามบินในยุโรปแล้วสะท้อนใจ     เข้าห้องน้ำก็พบว่าการทำความสะอาดห้องน้ำยังไม่ได้ปรับปรุง ทำให้ห้องน้ำมีบุคลิกของห้องน้ำที่สกปรก ไม่เรียบร้อย     พลอยทำให้สนามบินสุวรรณภูมิดูขาด "ความมีชั้น" ไปอย่างน่าเสียดาย

วิจารณ์ พานิช
๒๘ พย. ๔๙