กำลังเขียนบันทึกอยู่ ๆ ก็ได้รับเมล์จากเครือข่ายสยามเสวนา ซึ่งเป็นงานลิขิตของพระไพศาล วิสาโล ที่ลิขิตไว้เมื่อวันศุกร์ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ.2549 ที่ผ่านมา และตีพิมพ์ไว้ใน web ของเครือข่ายฯ เรื่อง สู่สุขภาวะทางปัญญา (คลิ้ก) ลองดูไตเติ้ลนะครับ
"ปัญญาที่พัฒนาเต็มขั้นย่อมทำให้เป็นอิสระจากโรคทางใจได้อย่างสิ้นเชิง สุขภาวะหรือสุขภาพที่เกิดจากปัญญาดังกล่าว อาจเรียกว่าสุขภาวะทางปัญญาก็ได้" และ
"สภาวะจิตใจและความสัมพันธ์กับผู้อื่นนั้น มีผลต่อร่างกายอย่างมิอาจปฏิเสธได้ การรักษาที่เน้นแต่การเยียวยาร่างกายหรืออวัยวะเฉพาะส่วน แต่ไม่สนใจสภาวะจิตใจของผู้ป่วยหรือความสัมพันธ์ที่เขามีกับผู้อื่น ย่อมเป็นได้แค่การรักษา "โรค" แต่มิใช่การรักษา "คน" ซึ่งในที่สุดแล้วก็มิอาจรักษาโรคได้ด้วยซ้ำ หรือถึงรักษาได้ โรคก็กลับมาใหม่ จะในลักษณะเดิมหรือลักษณะใหม่ก็ตาม”
หากสนใจติดตามอ่านที่ทำ link ไว้ได้เลยครับ
สวัสดีครับ คุณชายขอบ
ผมหายหน้าไปนาน คงยังไม่ลืมนะครับ ขอบคุณที่นำเรื่องที่ผมกำลังสนใจมาส่งข่าว ในเรื่องดังกล่าวนี้ผมขอเพิ่มเติมอีกสักนิดครับ
การแผ่เมตตา (ส่งความรักไปสู่สรรพสิ่งโดยออกจากความรู้สึก) จะช่วยบำบัดโรคซึมเศร้าได้ครับ จากงานวิจัยของ Dr. Wayne W. Dyer ซึ่งรายงานว่า “เมื่อมีความรู้สึกเมตตาต่อสรรพสิ่ง ร่างกายจะหลั่งสารเซโรโทนินออกมา ซึ่งสารตัวนี้ร่างกายสามารถสร้างเองได้ แต่ในบางกรณีที่ผู้ป่วยโรคซึมเศร้าที่มีอาการมาก ๆ แพทย์ต้องใช้สารชนิดออกเพื่อบำบัด
ในกรณีของสตรีหลังคลอด ที่มีอาการซึมเศร้ากรดไขมัน DHA ที่ได้จากน้ำมันปลา จะช่วยลดอาการซึมเศร้าในสตรีหลังคลอดได้ครับ
ขอเล่าสู่กันฟังสั้น ๆ ก่อนครับ
ด้วยความเคารพ
สวัสดิ์ พุ้มพวง