Challenge-Based Learning

หัวข้อบันทึกนี้ โผล่ออกมาระหว่างผมนั่งฟัง การประชุม DE ปลายน้ำ ปีที่ ๒ เย็นวันที่ ๗ พฤษภาคม ๒๕๖๕    ในห้องย่อย เครือข่าย มรภ. ภูเก็ต  โดยตอนหนึ่งครูท่านหนึ่งเอ่ยว่า ครูเปลี่ยนมาทำหน้าที่ท้าทายเด็ก โดยการให้โจทย์หรือตั้งคำถาม

  

 Challenge-Based Learning เป็นหนึ่งใน active learning   โดยครูคอยทำหน้าที่ท้าทาย    แทนที่จะสอนแบบบอกความรู้โดยตรง    ก็ท้าทายโจทย์ หรือชวนนักเรียนตั้งโจทย์ที่ท้าทาย   แล้วให้นักเรียนหาทางตอบโจทย์เองคนเดียวหรือเป็นทีม   

 Challenge-Based Learning อาจใช้เวลาไม่กี่นาทีในการตอบโจทย์    ไปจนถึงใช้เวลาตลอดปีการศึกษา   หรือข้ามปีการศึกษา   หากเป็นโครงการระยะยาวมักให้ทำเป็นทีม    และครูต้องพร้อมที่จะให้ coaching แนว scaffolding หรือเป็นนั่งร้านเอื้อให้นักเรียนเผชิญความยากได้    โดยอาจต้องคอยให้กำลังใจยามนักเรียนท้อ    ต้องบอกนักเรียนว่าท้อได้แต่ต้องไม่ถอย     แล้วจะทำได้สำเร็จ   และจะได้ลิ้มรสของความสุขที่เกิดจากการได้เอาชนะสิ่งยาก    ดังที่ผมได้ฟังจากครูโรงเรียนธรรมโฆสิต ที่สงขลา เมื่อ ๖ ปีที่แล้ว (๑)    เรื่องโครงงานทำกล้วยม้วน 

การฝึกสู้สิ่งยาก  มุ่งเอาชนะสิ่งยาก  เป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้แห่งศตวรรษที่ ๒๑   เป็นส่วนหนึ่งของทักษะเพื่ออนาคต 

วิจารณ์ พานิช

๓๐ พ.ค. ๖๕