บันทึกที่ ๑ บันทึกที่ ๒ บันทึกที่ ๓ บันทึกที่ ๔ บันทึกที่ ๕ บันทึกที่ ๖ บันทึกที่ ๗ บันทึกที่ ๘
ผมอาศัยข้อมูลจากการเข้าร่วมประชุมคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพทางการศึกษา ของคุรุสภา (๑) ในการใคร่ครวญสะท้อนคิดว่า วิธีทำงานของหน่วยกำกับดูแลคุณภาพวิชาชีพทางการศึกษา ควรมีการปรับปรุงอย่างร พอดีช่วงนี้ รศ. ดร. ประวิต เอราวรรณ์ ทำหน้าที่รักษาการเลขาธิการคุรุสภา ท่านผู้นี้มีการทำงานเชิงรุก เชิงพัฒนาระบบ ผมจึงได้โอกาสเนอแนะการทำงานเชิงรุก
ที่ผ่านมา ผมมีความเห็นว่าคุรุสภาทำงานเชิงตั้งรับมากไป และหลายครั้ง ถูกกำกับโดยเป้าหมายทางการเมืองมากไป ผมอยากให้สภาวิชาชีพครูทำหน้าที่เชิงรุกมากกว่าที่ผ่านมา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มีการยกย่องพฤติกรรมที่แสดงความมุ่งมั่น ความอดทนบากบั่นทำงานฟันฝ่าความไม่ถูกต้องในวิชาชีพ ความมุ่งมั่นฟันฝ่าทำงานเพื่อยกระดับการเรียนรู้ของศิษย์ตามแนวทางใหม่ที่ถูกต้อง โดยมีวิธีการหาข้อมูลที่แยบยล ไม่ตกอยู่ใต้อิทธิพลของการโอ้อวดโฆษณาตนเอง
ผมอยากให้สภาวิชาชีพครูดำเนินการโดยกลุ่มครูน้ำดี ไม่โดนกลุ่มครูน้ำเน่าเข้ายึดครอง และไม่โดนการเมืองระดับประเทศเข้ายึดครอง เพราะการเมืองระดับประเทศมีกลิ่นของผลประโยชน์ส่วนตัวหรือส่วนกลุ่มมากไป มุ่งผลประโยชน์ของบ้านเมืองน้อยไป
ผมเสนอให้คุรุสภาจัดดำเนินการยกย่อง “๑๐ พฤติกรรมจรรโลงศักดิ์ศรีวิชาชีพครูแห่งปี” ในวันครู ซึ่งหมายความว่า ต้องมีทีมเก็บข้อมูลเรื่องราวเกี่ยวกับครู โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ปรากฏใน cyber space แล้วดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง และผลดีที่เกิดขึ้นจากพฤติกรรมนั้นๆ สำหรับนำมาตัดสิน
เป้าหมายที่แท้จริงไม่ใช่รางวัลหรือการยกย่อง แต่มุ่งเผยแพร่เรื่องราว (narrative / storytelling) ด้านบวกของผู้ประกอบวิชาชีพครู ให้เห็นว่าในวงการครูไทยมีครูประพฤติดีเป็นที่น่ายกย่อง เอามาเป็นตัวอย่าง เล่าเรื่องราวให้สังคมรับรู้ และเกิดศรัทธา โดยที่ตัวอย่างนั้นไม่ใช่เรื่องพฤติกรรมผิวเผินหรือหวังโชว์ แต่กระทำด้วยจิตวิญญาณครู ดังนั้นเรื่องราวที่นำมาเผยแพร่ต้องหนักแน่น มีหลักฐานแสดงความต่อเนื่องคงเส้นคงวาชัดเจน ไม่ใช่พฤติกรรมแบบทำครั้งเดียวเพื่อหวังสร้างชื่อเสียง
วิธีทำหน้าที่เชิงรุกของคุรุสภา น่าจะมีได้อีกมากมาย หลากหลายมิติ คราวนี้ผมเสนอมิติด้านการจรรโลงพฤติกรรมของครูดี
วิจารณ์ พานิช
๒๗ มี.ค. ๖๕