ในชีวิตผู้เขียนไม่เคยกระโดดตึกเอ๊ย! กระโดดหอมาก่อนเลย จะว่ากลัวก็กลัว แต่เป็นคนนิสัยเหมือนผู้ชายชอบอะไรที่ตื่นเต้น ท้าทาย และผาดโผน เลยอยากลอง จึงไม่รีรอเลยที่จะยกมือขอกระโดดหอร่วมกับเขา(ส่วนใหญ่เด็ก ๆ) ด้วย
กลับมาจากจิบกาแฟชมขุนเขาท่ามกลางสายหมอก มาถึงที่พักก็มีครูฝึกเตรียมรอรับพวกเราอยู่แล้ว ครั้นจะเปลี่ยนใจก็ใช่ที่ แต่พอขึ้นไปข้างบนก็มีอาการท้องไส้ปั่นป่วน กระเพาะบีบตัวอย่างแรง เลยต้องขอตัวเข้าห้องน้ำก่อน
ครูฝึกเป็นกันเองมั่ก มาก ก่อนกระโดดครูฝึกได้บรรยายขั้นตอนการกระโดดต้องเตรียมตัวยังไง เก็บหัว เก็บคอ ย่อขา ก้าวเท้าอย่างไรก่อนกระโดดอย่างละเอียดละออ
กันเองแค่นั้นยังไม่พอ พูดแบบกันเอ๊ง กันเองอีกเป็นต้นว่า...
- เชือกสลิงไม่เคยขาดเลยใช้มาหลายปีแล้ว แต่อาจจะขาดวันนี้ก็ได้ (อ้าว!)
- อยากจะสั่งเสียอะไรกับใครก่อนมั๊ย ? (เป็นงั้นไป)
- มีประกันชีวิตมั๊ย ??? (เหอ เหอ)
- หรือใครอยากจะเลือกกระโดดหอสายเดียว (ก็ยังได้ และดีน๊ะ ไม่ให้กระโดดแบบไร้สาย)
ครูฝึกผู้ใจดี(จากค่ายทหาร) แต่ต้องมีสมาชิกครบ 10 คนจึงจะมีครูฝึกมาให้บริการ ค่ากระโดดหอคนละ 100 บาท
หลังจากอธิบายเรียบร้อย ตรวจสอบเชือกผูกเรียบร้อย เตรียมท่าทางเรียบร้อยแล้วคราวนี้ล่ะก็... (พูดตามครูฝึก)
นับหนึ่ง นับหนึ่ง นับสอง นับสอง นับสาม นับสาม พร้อมมั๊ย ? ...ไม่พร้อม(ขาก้าวไม่ออก)
อ้าว..นับใหม่ นับหนึ่ง สอง(ลืมตัว) นับสาม นับสาม พร้อมมั๊ย ?? พร้อมก็ได้ อ้าวกระโดด..... (ถ้าเป็นอะไรขอสองล้านพอ--อิ อิ)
จริง ๆ ตอนท่าลงเขาให้ก้าวเท้าถลาออก แต่ส่วนใหญ่พวกเราจะลืมตัวกันหมด เป็นการกระโดดลงมากกว่า หาท่าลงที่สวยงามยากเหลือเกิน ภาพนี้เป็นผู้เขียนเอง ความสูงไม่มากไม่มายแต่ก็ทำให้ก้าวขาไม่ค่อยออก
กระโดดหอกันเกือบครบทุกคน ไม่เว้นแม้กระทั่งป้าดา พี่โอ๋ (กลัวความสูงสุด ๆ) พี่อบ พี่จิม อ้อ ! เกือบลืมบอกอีกแล้ว เขามีประกาศนียบัตรส่งมาให้ทุกคนด้วย
หลังจากนั้นเราก็ทานอาหารเช้ากัน ไม่รู้เป็นเพราะอะไร ๆ มันออกหมดแล้วรึเปล่าก็ไม่ทราบ ข้าวต้ม(ข้าวไร่) อร่อยมาก พร้อมเครื่องเคียง (จินตนาการเอาเองน๊ะ)
คราวนี้ก็ได้เวลาแตกแยก เอ๊ย ! แบ่งกลุ่มไปตามที่ชอบ ๆ เอ๊ย ! ตามใจชอบ
- กลุ่มหนึ่งแยกไปน้ำตกกรุงชิง (อันนี้ต้องให้พี่โอ๋ เป็นคนเล่า ผู้เขียนไปเมื่อ 5 ปีที่แล้ว)
- อีกกลุ่มหนึ่งไปน้ำตกกรุงนาง (ส่วนใหญ่ก็คนที่กลัวทากมาก ๆ หรือคนที่มีลูกเล็กเด็กแดง) ผู้เขียนกับนายดำเราไปน้ำตกกรุงชิงกันมาแล้วค่ะ อีกทั้งคุณอำไพบอกว่าเด็กเล็ก ๆ อย่างใบเตยต้นตาล ไม่น่าจะไป เราก็เลยไปน้ำตกกรุงนาง ซึ่งสวยเหมือนกัน

น้ำตกกรุงนาง
พวกเราปีนขึ้นไปถ่ายรูป หรือบ้างก็เล่นน้ำกันบริเวณชั้น 3 แต่ขอบอกน้ำหนาวมา...ก ถึงมากสุด ๆ
กลับมาได้เวลากิน(อีกแล้ว) อาหารเที่ยงไง อาบน้ำแต่งตัวเตรียมตัวกลับ ซึ่งเราต้องรอกลุ่มที่กลับมาจากน้ำตกกรุงชิง แต่ผู้เขียนขอตัวกลับก่อนมีด้วยกัน 7 คน เพราะไม่งั้นจะค่ำเกินไป สมาชิกบางคนจะลำบากในการเดินทางกลับ
สำหรับคนที่เหลือที่รอกลุ่มที่กลับมาจากน้ำตกกรุงชิง ซึ่งกว่าจะมาถึงก็ประมาณบ่าย 3 โมงกว่า ซึ่งต่อมาพวกเขาก็ไปทานอาหารที่หลานตาชู (จ.พัทลุง)กันต่อ อันนี้คงต้องให้พี่โอ๋(อโณ) เป็นคนเล่า
ไชโยจบทริบแล้ว ปีหน้าไปไหนกันดีน๊ะ ???
ทริปนี้เที่ยวน้ำตก ทริปหน้าเที่ยวทะเล ดีไหมค่ะ มีเวลาเตรียมตัวล่วงหน้า 1 ปี ใครที่ยังว่ายน้ำไม่เป็น ให้เตรียมตัวเรียนกับ สามีคุณเมตตา ได้เลยค่ะ สมัครโดยตรงที่คุณเมตตา เท่านั้น
เฮ ! ใช่แล้วค่ะ คราวหน้าหลายคนอยากไปทะเลไปดูปลาโลมาเต้นระบำกัน
แต่ผู้เขียนว่ายน้ำไม่เป็นค่ะ ตอนนี้คงหัดยากแล้วค่ะ เหมือนที่เขาว่าไว้เลย ไม้แก่ดัดยาก ฝึกว่ายน้ำตั้งแต่มหาลัย จนบัดนี้ก็ยังว่ายไม่เป็น หมดกำลังกายเอ๊ย กำลังใจไปแล้ว ถ้าไหว้สวย ๆ ล่ะ พอได้พอได้ค่ะ --อิ อิ
อยากไปโดดหอ (หึหึ....) ไม่รู้ว่าตัวเองจะกล้าหรือเปล่า ความสูงของหอเท่าไหร่คะ
ประมาณ 44 ฟุต (ถ้าจำไม่ผิด) ข้างล่างคือ สายธารและทุ่งหญ้า (ตกไปก็คงไม่เจ็บเท่าไรมั๊ง ! ถึงรอดก็คงพิการได้)
เอาลูกปลาวาฬ มาฝากให้ดูเล่น ๆ ไปก่อนนะคะ เผื่อจะตาร้อนผ่าว ๆ
ตาร้อน ควันออกหูเลยค่ะ
ว่าแต่ตอนแรกมองผิวเผิน ภาพบนนึกว่าเป็นคุณรัตติยาน้อยค่ะ -แซว แซว
สวัสดีปีใหม่ค่ะ
อยากไปเที่ยวน้ำตกกรุงชิงอีกสักครั้ง เคยไปมาตั้งแต่ปี2520ผมเป็นทหารนาวิกโยธินไปปราบ ผกค.คิดถึงอดีตแล้วอยากไปอีกสั้งครั้ง