• เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ

เรียนภาษาต่างชาติอย่างไรดี

  “พูดผิด พูดถูก พูดไปเถอะ ดูคนนั้นซิ (สาวเกาหลี) มาแป๊ปเดียวแต่เธอช่างพูด แล้วก็แรกๆพูดไม่ถูกไวยากรณ์ หรอกนะ ตอนนี้เธอเก่งแล้ว” .......“พี่ๆ ถ้าอยากพูดภาษาญี่ปุ่นเก่ง ต้องดัดจริต ดูสาวๆญี่ปุ่นกลุ่มนั้นซิ เวลาพูดมีทั้งน้ำเสียงและท่าทาง…”   

พูดผิด พูดถูก พูดไปเถอะ ดูคนนั้นซิ (สาวเกาหลี) มาแป๊ปเดียวแต่เธอช่างพูด แล้วก็แรกๆพูดไม่ถูกไวยากรณ์ หรอกนะ ตอนนี้เธอเก่งแล้ว ....... เป็นคำพูดของพี่คนหนึ่ง ที่บอกเมื่อเราไปถึงญี่ปุ่นใหม่ๆ ซึ่งไม่รู้เรื่องภาษาญี่ปุ่นเลย....

       ครั้นไปเข้า course เรียน คำศัพท์ ไวยากรณ์ ก็ไม่ค่อยเข้าใจ.........เพราะไปเรียนหลังจากที่เค้าเริ่มกันไปพอสมควรแล้ว (แถมอายุก็พอสมควรแล้ว)......ทำให้ไม่มีความมั่นใจในการที่จะสื่อสารกับคนญี่ปุ่นเลย ได้แต่ฟังๆ ยิ้มๆ ... พอเค้าพูดด้วย ก็ตอบไปแต่ว่า “wakaranai (วะคะระนัย)หรือ “wakarimasen (วะคะริมะเซง)”…..ไม่เข้าใจ...ไม่รู้เรื่อง..... เมื่อรุ่นพี่ท่านนี้ซึ่งเป็นคนไทย มาแนะและให้กำลังใจ จึง...เอาหน่ะ...ไม่งั้นไม่รอดแน่...จากนั้นก็ พูดๆ เมื่อได้เรียนคำศัพท์ หรือได้คำศัพท์ คำใหม่จากเพื่อนมา ... ก็พยายามรีบใช้ รีบพูด เพื่อให้เข้าใจมากขึ้นก่อนจะลืม...นอกจากนี้ยังจด คำศัพท์ แปะติดข้างฝา ข้างๆ โต๊ะ ทำงานด้วย เพื่อจะได้ดูทบทวนเรื่อยๆกันลืม          

       พี่ๆ ถ้าอยากพูดภาษาญี่ปุ่นเก่ง ต้องดัดจริต ดูสาวๆญี่ปุ่นกลุ่มนั้นซิ เวลาพูดมีทั้งน้ำเสียงและท่าทาง…”  อืมม์ มาอีกเทคนิคแล้วซิ...จึงพยายามสังเกตน้ำเสียงและท่าทางของสาวๆญี่ปุ่น....จากนั้นก็เลียนแบบ.....เวลาพูดให้มีน้ำเสียงไปตามอารมณ์และความรู้สึกในขณะนั้น..... เวลามีใครมาเล่าเรื่องที่น่าตื่นเต้น...ก็ทำตาโต พูดเน้นๆเสียงดังๆ (แต่บางทีก็ค่อยๆ..ขึ้นกับว่าเรื่องอะไรด้วย แบบใส่อารมณ์ดัดจริตประมาณนั้น) ด้วยคำว่า... “HON TOU ni” (โฮน โต นิ) …. จริงอ่ะ!!! …..

      หากเป็นเรื่องที่ไม่น่าเชื่อ ก็จะทำตาโต...ทำหน้าแบบไม่เชื่อ...แววตาสงสัย...คิ้วผูกโบว์เล็กน้อย... พูดเน้นๆ...แล้วขึ้นเสียงสูงที่คำสุดท้าย ... “U SO!!!” (อุ โซะ?) ....โกหกรึเปล่า?........... ซึ่งจะว่าไปก็สนุกดีค่ะ                  

         จากการเมาท์เชิงแนะนำกันสนุกๆ ..... ไม่น่าเชื่อว่าจะปิ้งกลายเป็นเทคนิคและกำลังใจในการเรียนภาษาของผู้เขียนไปได้....เชื่อมั้ยค่ะว่าแม้กระทั้งผู้ให้คำแนะนำ (อาจจะเป็น tacit K ) ก็ไม่ทราบว่าผู้เขียนได้นำคำแนะนำดังกล่าวมาใช้ในการฝึกพูดภาษาและแนะนำคนอื่นๆต่อ.... จึงขอขอบคุณทั้งสองท่านมา ณ ที่นี้ค่ะ คำพูดแรกมาจากคุณสุรศักดิ์ ประชันกาญจนา ส่วนคำพูดที่สองมาจากคุณกาญจนา อดุลยานุโกศล.....ขอบคุณมากๆค่ะ

            ท่านละค่ะ ท่านมีเทคนิคอะไรบ้างในการเรียนภาษาต่างชาติ.........เล่าสู่กันฟังบ้างนะค่ะ ขอบคุณค่ะ            

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

  คำสำคัญ (keywords): kku ภาษา ต่างชาติ 
  หมายเลขบันทึก: 70022
  เขียน:  
  แก้ไข:  
  ความเห็น: 22
  อ่าน:
  สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (22)

One car come>>>One car Cab Drivergo.

Two car garden.......Gardening

อะไรจะเกิดขึ้นเอ่ย

 ขอบคุณสำหรับขาวหอมมะลิBall Drop ปิติสุขใจ

 ร่วมแรงเพื่อไทย รวมใจร่วมพัฒนา



  •  โอไฮโยโคไตมัส
  • ไม่ว่าจะพูดภาษาอังกฤษ หรือพูดภาษาญีปุ่นก็คงต้องใส่จริตจก้าน นะคะ 
  • การจำภาษาญี่ปุ่นได้ง่าย ดิฉันใช้สูตรแปลงเป็นคำไทยด้วย เช่น เวลาเราจะขอคำช่วยเหลือจากใครให้ทำอะไรเราจะขึ้นต้นประโยคว่า ซึมิมาเซ่น  ดิฉันจะแปลงเป็นไทยว่า ซื้อหมี่มาเส้น  

 Sushi ไฮ้





  •   ขอบพระคุณท่านอาจารย์ JJ ค่ะ
  • two car come เกิด band bang toom (แบงๆ ตูม) มั้ยค่ะ

SmileSmileSmile







    ขอบคุณคุณอ้อ - สุชานาถ  มากค่ะ

  • สุดยอดมากเลยค่ะ ซื้อหมี่มาเส้น
  • ใช้เทคนิคผูกกับภาษาไทย ฟังแล้วสนุกมากค่ะ
  • ขอบคุณมากค่ะ ที่มาแชร์เทคนิคการเรียนนะค่ะ

Laughing 2Laughing 2Laughing 2







ทำตาโตๆอ่านบันทึกอาจารย์ แล้วพูดว่า Hon tou ni !!!!

 

 Wakka Wakka ท่านจตุพร

 อ่าน บ่ ออก

 "ตุ้ยนุ้ย รือ ท่าน"

  • ท่านอาจารย์ JJ ค่ะ อ่านว่า โฮน โต นิ ค่ะ
  • แปลว่า....จริงเหรอ.....ค่ะ

 Electric ป้าด

ไฮ้

  • ตกใจอาจารย์ ป๊าด...มาแรงมาก
  • ได้ไอเดียค่ะ....Hon tou ni !!!! = ป๊าดดดด
  • ขอบคุณค่ะ
  • เซมากูเตะ
  • โตมิโตกูโชดะ

อยากบอกว่า คุณ paew คิเร่เดสเน่

สวัสดีปีใหม่ค้า

 

  • เรื่องภาษาต่างชาติ  ผมมึนหัวทุกภาษาเลยครับ
  • แย่ตั้งแต่ประถม 5  แล้ว เพราะมีทัศนคติที่ไม่ดีเกี่ยวกับภาษาของคนต่างชาติ เลยไม่ใส่ใจเรียนนัก  ...
  • นึกย้อนกลับไปถึงตรงนั้น เสียดายมาก 
  • เคยไปอเมริกาอยู่พักหนึ่ง  ...ก็เอาตัวแทบไม่รอด เรียนรู้แบบไม่มีทฤษฎี...
  • เคยดูแลนักศึกษาต่างชาติไปออกค่ายร่วมเดือน ก็ใช้สถานการณ์จริงในการฝึกทักษะการใช้ภาษา
  • สำคัญอันดับแรก คือ ต้องกล้าที่จะสื่อสาร ทั้งภาษามือ ภาษาพูด   (ผมเรียนรู้จากวิธีนี้) ที่เหลือก็จะดีและพัฒนาขึ้นตามลำดับ

 Karate Chop ท่านรัตติยา

 ขอตอบแทน อ.แป๋ว

 ใจหาย อาราย โชว์ดะ เนาะ

 "ไฮ้"

  • ขอบคุณท่านอาจารย์ JJ ที่ตอบแทนนะค่ะ

สวัสดีค่ะ คุณคุณ รัตติยา เขียวแป้น

  • ขอบคุณมากค่ะที่แวะมา ลปรร
  • มิโตมิก้าโช......
  • ขอบคุณอีกครั้งค่ะมากๆ สำหรับคำชม...แต่เอ...ภาษาไทยรึภาษาญี่ปุ่นค่ะ เพราะความหมายตรงกันข้ามกันเลยนะค่ะ
  • ขอบคุณคุณแผ่นดินค่ะ ที่มาแลกเปลี่ยน
  • ค่ะ ช่วงแรกๆ ก็เมื่อยมือ เมื่อยหน้า ภาษาใบ้มากเลยค่ะ
  • แล้วก็ค่อยๆ พัฒนาไป เพียงแต่เรา "ต้องกล้าที่จะสื่อสาร ทั้งภาษามือ ภาษาพูด"   จริงๆค่ะ เห็นด้วยมากเลยค่ะ

ที่เคยใช้ในการพูดภาษาต่างประเทศ คือ ทวนคำถามของชาวต่างชาติ ก่อน แล้วค่อยนึกคำตอบค่ะ

  • เป็นอีกเทคหนึ่งที่นำไปใช้ได้
  • ขอบคุรนะค่ะ คุณใบบุญ
  • สวัสดีปีใหม่ค่ะ
  • มาเก็บเกี่ยวเทคนิคต่างๆ ไปใช้ครับ
  • ผมเป็นคนสมองฝ่อด้านภาษา ได้หน้าลืมหลัง ได้หลังลืมหน้า ไม่เคยได้ทั้งหน้าทั้งหลัง
  • ทุกวันนี้เลยได้แต่พยายามใช้ภาษาไทยให้ถูกต้อง
ขอบคุณ อ.ไมโต นะค่ะ ที่แวะมาเก็บเกี่ยวเทคนิค หวังว่าคงจะมีเทคนิคที่จะช่วยให้ อ.ไมโตได้หน้าไม่ลืมหลัง ได้หลังไม่ลืมหน้า ...แล้วได้ทั้งหน้าทั้งหลัง พูดได้ทุกภาษาเลยนะค่ะ

Konnichiwa Hana san

ยืนดีที่ได้รู้จักค่ะ และยินดีเป็นเพื่อนค่ะ แต่ตามไปที่ลิงค์ไว้ให้แล้ว ไม่พบบล็อกของคุณ Hana นะคะ เลย add คุณ Hana ไว้ในแพลนเน็ตยังไม่ได้ค่ะ ยังไงคุณ Hana ตรวจสอบบล็อกของคุณ Hana ด้วยนะคะ

Konnichiwa Ajarm Peaw

“HON TOU ni” desu ka