คุณค่าแท้จริงของพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา
ผมเล่าเรื่องข้อเรียนรู้จากการเข้าไปเป็นอนุกรรมการด้านนโยบาย ยุทธศาสตร์ ติดตามและประเมินผล พื้นที่นวัตกรรมการศึกษา ไว้ที่ (๑) บัดนี้ขอเสนอจินตนาการที่ได้จากการเข้าร่วมในคณะอนุกรรมการชุดนี้ ที่มีการประชุมในวันที่ ๗ กันยายน และ ๑๑ ตุลาคม ๒๕๖๔
ผมจินตนาการว่า พื้นที่นวัตกรรมคือพื้นที่ทดลองปลดปล่อยครูและบุคลากรทางการศึกษาออกจากพันธนาการของกฎระเบียบที่กำหนดโดยส่วนกลาง ให้ได้มีอิสระที่จะคิดสร้างสรรค์คุณภาพการศึกษา ณ จุดที่ตนรับผิดชอบ มีการทำงานสร้างสรรค์เป็นทีม โดยมีเป้าหมายสุดท้ายอยู่ที่การสร้างพลเมืองรุ่นใหม่ของประเทศ ที่มีคุณภาพสูง
เป็นการทดลองให้อิสระบวกกับให้ความรับผิดชอบ เพื่อพิสูจน์ว่าคนในวงการศึกษาในพื้นที่มีศักยภาพที่จะร่วมกันรับผิดชอบคุณภาพการศึกษาในส่วนของตนได้ เน้นที่ความ “กล้าทำต่าง” จากเดิมที่เป็นสูตรสำเร็จตายตัว มาร่วมกันคิดปรับวิธีดำเนินการให้เหมาะต่อบริบทของตน
คนที่ “กล้าทำต่าง” ต้องการคุณสมบัติ “ความเป็นผู้ก่อการ” (agency) ผมจึงมองว่า พื้นที่นวัตกรรมการศึกษา เป็นพื้นที่ที่เอื้อให้เกิดการพัฒนา “ครูผู้ก่อการ” (agentic teacher) “นักการศึกษาผู้ก่อการ” (agentic educator) และมีกระบวนการขยายเผ่าพันธุ์ผู้ก่อการเหล่านี้ไปในวงการศึกษาทั่วประเทศ โดยขอย้ำว่า ท่านเหล่านี้เป็น “ผู้ก่อการดี” หรือผู้สร้างสรรค์ หรือ “ผู้นำการเปลี่ยนแปลง” นั่นเอง
พลังยิ่งใหญ่จะอยู่ที่ “ครูผู้ก่อการ” เหล่านี้ จะรู้วิธีสร้าง “นักเรียนผู้ก่อการ” (agentic student) ที่จะเติบโตไปเป็น “พลเมืองผู้ก่อการ” (agentic citizen) ในอนาคต พลเมืองไทยจะเปลี่ยนนิสัยไปเป็นคนที่กระตือรือร้นต่อการเข้าไปมีส่วนร่วมริเริ่มกระทำการต่างๆ เพื่อประโยชน์ส่วนรวม ไม่เป็นพลเมืองที่นิ่งเฉยดูดาย
ยุทธศาสตร์การดำเนินการเพื่อหนุนความสำเร็จของพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา จึงต้องเน้น “ดำเนินการจากผลมาหาเหตุ” ไม่ใช่ “ดำเนินการจากเหตุไปหาผล” ที่ส่วนกลางเน้นกำหนดนโยบายและมาตรการให้หน่วยปฏิบัติทำตามที่กำหนดตายตัวแบบเดียวทั่วประเทศ แต่ส่วนกลาง (สบน. สำนักบริหารพื้นที่นวัตกรรม) ทำหน้าที่ “ค้นหาผล” คือ “การปฏิบัติที่เป็นเลิศ” ที่ทีมงานในพื้นที่นวัตกรรมร่วมกันริเริ่มดำเนินการ เอามาทำ “กระบวนการเชิงคุณค่า” เพื่อใช้เป็นพลังขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง
“กระบวนการเชิงคุณค่า” ที่เริ่มต้นจาก best practice ในพื้นที่นวัตกรรม ทำโดย สบน. จะเป็น “นวัตกรรมด้านการบริหาร” เท่ากับพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาไม่ใช่เพียงเพื่อเปิดช่องให้เกิด “ครูผู้ก่อการ” (agentic teacher) ในโรงเรียนเท่านั้น ยังเปิดช่องให้เกิด “นักบริหารการศึกษาผู้ก่อการ” ขึ้นใน สบน. และที่ส่วนกลางของระบบการศึกษาไทย “ผู้ก่อการ” เหล่านี้ เป็น “ผู้สร้างนวัตกรรม” ณ จุดปฏิบัติงานของตน “นักบริหารการศึกษาผู้ก่อการ” สร้างนวัตกรรมในการบริหารระบบการศึกษา โดยเปลี่ยนจากแนวทาง ควบคุมและสั่งการ (command and control) ไปเป็นแนวทางเอื้ออำนาจ (empowerment)
พื้นที่นวัตกรรมการศึกษา เปิดช่องให้เราร่วมกันสร้างนวัตกรรมได้หลายมิติ เกิดคุณค่าสูงยิ่งต่อสังคมและบ้านเมือง คือสร้างพลเมืองรุ่นใหม่ที่มีคุณภาพ (high quality citizen) และมีความเป็น “ผู้ก่อการ” (agentic citizen)
วิจารณ์ พานิช
๑๗ ต.ค. ๖๔