๑๒๒. บทเรียนชีวิต (๔) อภัยทาน


“ฉันคือสิ่งมีชีวิตที่ทรงพลัง ฉันเป็นผู้สร้างทุกความรู้สึกขึ้นเองโดยที่ไม่ต้องมีแรงใดๆมากระตุ้น ไม่มีใครสามารถทำอันตรายฉันได้ เพราะฉันสามารถสร้างได้ทุกอารมณ์ ฉันจึงมีทางเลือก ฉันมีความรับผิดชอบต่อตนเอง..ฉันสามารถดูแลตนเองได้..และฉันก็ให้อภัยกับตัวเองเสมอ”

          เทศกาลงานบุญออกพรรษา ที่หลายคนรอคอย คืองานบุญกฐิน ซึ่งถือเป็นบุญใหญ่ ที่พุทธศาสนิกชนจะได้ชำระล้างจิตใจให้ผ่องแผ้วจากการทำบุญทำทาน การแบ่งปันและเสียสละในงานอย่างนี้ ถือว่าได้อานิสงส์ที่เรียกว่าบุญนั่นเอง

         การสั่งสมบุญบารมี กับวัฒนธรรมประเพณีที่สืบทอดกันมาในทางศาสนา โดยมีวัดเป็นศูนย์กลาง ทำกันมาอย่างยาวนานน่าเลื่อมใส กลายเป็นศรัทธาที่งดงาม ช่วยหล่อหลอมจิตใจชาวพุทธให้เป็นคนดี มีจิตใจที่ฝักใฝ่ธรรม

         วัดกับการทำบุญ จึงเป็นสิ่งที่ควรคู่กันมาตลอด แต่สำหรับบางคนที่ไม่มีโอกาสจะได้เข้าวัดในช่วงเวลาอย่างนี้ ที่ต้องเฝ้าระวังโรคภัยไข้เจ็บ การปฏิบัติบูชา ณ ช่วงเวลานี้ จึงเป็นสิ่งที่ควรเริ่มต้นอย่างยิ่ง

         เพราะการทำงาน คือการปฏิบัติธรรมอย่างหนึ่งเหมือนกัน ได้บุญเหมือนกัน หากการกระทำในงานนั้นเป็นประโยชน์ต่อตนเองและผู้อิ่น ไม่เบียดเบียนตนและคนอื่น เป็นงานที่เกิดจากการคิดดีทำดีและมีความสุขด้วยกันทุกฝ่าย

        ดังนั้น..การฝึกจิตฝึกใจจึงทำได้ทุกที่ทุกเวลา แม้แต่เวลาทำงาน ก็สามารถใช้..สติ..ใช้ขันติ..คือความอดทน มีวิริยะคือความเพียร..ขณะเดียวกันเราสามารถค้นหาและละเว้น หรือจะปฏิบัติอยู่ในศีลและกรอบธรรม..ได้จากการปฏิบัติงานในชีวิตประจำวัน

       ข้อคิดจากการทำงาน ที่เป็นธรรมะขั้นพื้นฐานง่ายๆ ในองค์กร ชุมชน และสังคมของคนหมู่มาก แค่คิดว่า “ห้ามคนคิดไม่ดีกับเราไม่ได้ แต่เราห้ามใจเราคิดไม่ดีกับคนอื่นได้” ดูเหมือนจะง่าย แต่ก็ยากเอาการอยู่เหมือนกัน

       เรื่องแบบนี้ไม่มีใครหนีพ้น เจอกันมาแทบจะทุกคน อย่าได้ไปหงุดหงิด จงแก้ไขที่ตัวเรา ด้วยการให้อภัย…ซึ่งเป็นทานบารมีแบบหนึ่ง ที่ต้องอาศัยการฝึกจิต สร้างความคิดที่เข้มแข็ง ที่จะไม่วู่วามด้วยอารมณ์ที่โกรธและเกลียดชัง

       หลายคนใช้การวางเฉย หรืออุเบกขา..อยากพูดอยากนินทาก็ว่าไป ขอใช้เวลาที่เหลือของชีวิตที่น้อยนิด สร้างแต่กุศลกรรม ไม่สร้างตราบาปให้ใคร ก็เหมือนกับ ไม่ชักน้ำเข้าลึก ชักศึกเข้าบ้าน ทำใจให้เบิกบานด้วยอภัยทานนั่นเอง

       ผู้เขียน..เคยประสบพบเจอกับตัวเอง..ด้วยเป็นคนที่อัตตาสูง เชื่อมั่นในตัวเองมาก บางครั้งก็เผลอเรอในเรื่องราวของการใช้..สติ..ใครจะมาโดนนิดโดนหน่อยไม่ได้เลย ประมาณว่าเรื่องของข้าใครอย่าแตะ…

       การก้มหน้าก้มตาทำงานอย่างใจจดใจจ่อ ก็ยังมีผู้ก่อการร้าย คิดและพูดให้เจ็บช้ำน้ำใจ กว่าจะหาทางออกตรงประประตูแห่ง..การอภัย..ก็ล่วงสู่วัยชราเสียแล้ว เสียดายที่ผ่านมา น่าจะคิดได้ให้เร็วกว่านี้

     ทุกวันนี้…ห้ามใจได้มากขึ้น..ที่จะไม่คิดร้ายกับใครทั้งนั้น ไม่สร้างความเจ็บช้ำให้ใครทั้งสิ้น สงบปากและสงบใจได้ เพราะมีงานให้ทำที่โรงเรียนอย่างมากมายก่ายกอง

     ในท้ายที่สุด..จุดประกายความคิดก่อนที่จะเกษียณ ด้วยการภาวนา..ถ้อยคำของ บีเค ชีวานี..ที่ว่า “ฉันคือสิ่งมีชีวิตที่ทรงพลัง ฉันเป็นผู้สร้างทุกความรู้สึกขึ้นเองโดยที่ไม่ต้องมีแรงใดๆมากระตุ้น ไม่มีใครสามารถทำอันตรายฉันได้ เพราะฉันสามารถสร้างได้ทุกอารมณ์ ฉันจึงมีทางเลือก ฉันมีความรับผิดชอบต่อตนเอง..ฉันสามารถดูแลตนเองได้..และฉันก็ให้อภัยกับตัวเองเสมอ”

ชยันต์  เพชรศรีจันทร์

๒๓  ตุลาคม  ๒๕๖๔

      

     

    

  

หมายเลขบันทึก: 692964เขียนเมื่อ 23 ตุลาคม 2021 21:13 น. ()แก้ไขเมื่อ 23 ตุลาคม 2021 21:13 น. ()สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี