ตอนที่ ๑ ตอนที่ ๒ ตอนที่ ๓ ตอนที่ ๔
วันที่ ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๖๔ มีการประชุม 4th Preparatory Meeting ต่อจากการประชุมครั้งที่แล้ว (3rd Preparatory Meeting) เมื่อวันที่ ๑๗ พฤษภาคม ๒๕๖๔ ทางซูม ที่ นพ. วิโรจน์ ดำเนินการประชุมได้อย่างยอดเยี่ยมเช่นเคย และตกลงกันว่าวันนี้จะมาประชุมตกลงกัน ๒ เรื่อง คือเรื่องกิจกรรมของแต่ละ subtheme ที่จะดำเนินการก่อนการประชุมใหญ่เดือนมกราคม ๒๕๖๕ กับเรื่องหัวข้อบทความที่จะลงใน BMJ PMAC 2022 theme issue เรื่องหลังนี้ นพ. วิโรจน์ รับประสานงาน
ก่อนการประชุมเอกสารประกอบการประชุมก็ทยอยเข้ามา ที่น่าชื่นใจมากคือมีการทักท้วงจาก Scott R. Stewart แห่ง USAID ว่าสาระในทั้ง 3 subtheme ยังไม่เน้นชัดเรื่อง Health Systems Strengthening & Health Systems Resilience ซึ่งผมเห็นด้วยอย่างยิ่ง และรู้สึกมาก่อนแล้วว่าเรื่องระบบสุขภาพยังได้รับการเน้นน้อยไป จะเห็นว่า PMAC เรามีจุดแข็งที่ co-host เอาจริงเอาจังดีมาก แม้จะเปลี่ยนผู้รับผิดชอบที่ USAID คนใหม่ก็รับช่วงงานอย่างรู้งาน
กรรมการแต่ละคนยุ่งมาก การประชุมต้องเริ่มที่เรื่อง BMJ PMAC 2022 Theme Issue เพราะผู้แทน BMJ กำลังไปขึ้นเครื่องบิน เท่ากับว่า PMAC 2022 จะมีเอกสารวิชาการอย่างดีราวๆ ๑๐ ชิ้น อยู่ในวารสาร BMJ หนึ่งฉบับที่เป็นฉบับพิเศษ PMAC 2021 ก็มี BMJ 2021 Theme Issue ซึ่งอ่านได้ที่ (๑)
Sub-theme 1: ‘The World We Want: Megatrends and Futuristic Point of Views’
Lead: Dr. Fran Baum, and Ms. Bridget Lloyd, PHM; Co-leads: NUS, BMJ, UNFPA, WHO, WB, CMB, Chatham House, JICA, Thai Health, IHPP, and RAMA เสนอ 5 megatrends ได้แก่ (๑) โรคระบาดใหญ่ (๒) สภาพแวดล้อมเสื่อมโทรม (๓) ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจขยายตัว (๔) ระบบเศรษฐกิจใหม่ (๕) ความขัดแย้งทางการเมืองภายในและระหว่างประเทศ
แนวโน้มใหญ่เหล่านี้ทำให้โลกไม่เสถียร เปิดรับการเปลี่ยนแปลงได้มาก โดยเป้าหมายของโลกที่เห็นพ้องกันคือ SDG 17 ด้าน เป้าหมายของการประชุมในส่วนของ subtheme 1 มี ๔ ประการคือ (๑) ตรวจสอบจากหลายมุมมอง ว่าจะบรรลุสภาพโลกที่ healthy, fair, and sustainable ได้อย่างไร (๒) ตรวจสอบแนวคิดจากหลายกลุ่มผลประโยชน์ ว่าจะบรรลุสภาพโลกที่ healthy, fair, and sustainable ได้อย่างไร (๓) ตรวจสอบฐานทฤษฎีและอุดมการณ์ที่นำไปสู่มุมมองที่แตกต่าง และ (๔) กำหนดแนวทางที่เป็นไปได้มากที่สุดในการบรรลุเป้าหมายภายใน ๑๐ - ๒๐ ปี
เขาบอกว่า ระบบเศรษฐกิจโลกในเวลานี้เดินตามแนว neo-liberal economics ที่มุ่งทำให้คนรวยรวยขึ้น อ้างว่าจะเกิด trickle-down effect ลงไปยังคนจน ซึ่งชัดเจนแล้วว่าไม่เป็นเช่นนั้น มีทางเลือกแบบเปลี่ยนระบอบให้ไม่เป็นระบอบ extractive (ขูดเลือดคนจน) อย่างในปัจจุบัน หรือแบบทางสายกลางที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น และกระจายความมั่งคั่งมากหน่อย
ผมเองมีความเห็นว่า อุปสรรคใหญ่ที่สุดคือกระบวนทัศน์แก่งแย่งแข่งกันเป็นใหญ่ ที่นำไปสู่การต่อสู้กันเอง หากทดแทนด้วยความตระหนักว่า ความท้าทายใหญ่สามอย่างของการดำรงอยู่ของมนุษยชาติคือ สงคราม ความอดอยาก (ขาดแคลนอาหาร) และโรคระบาดใหญ่ สองอย่างแรกมนุษย์เรามีเครื่องมือเอาชนะได้ค่อนข้างดี เหลือตัวที่สามคือโรคระบาดใหญ่ ที่มนุษยชาติต้องร่วมมือกันป้องกันไม่ให้เกิด หรือเมื่อเกิดปะทุขึ้นก็ร่วมกันกำจัดออกไปโดยเร็ว ก่อนที่จะลุกลามไปทั่วโลก
ความรู้เรื่องโรคระบาดใหญ่ช่วยให้เราตระหนักว่า มนุษยชาติต้องร่วมมือกัน จึงจะมีชีวิตที่ดีอยู่ภายใต้ความท้าทายที่จะเกิดโรคระบาดใหญ่อยู่ตลอดเวลา หรือกล่าวใหม่ว่า ความมั่นคงของมนุษยชาติอยู่ที่การจัดการโรคระบาดใหญ่ ตามที่หนังสือ How to Survive a Pandemic (2020) เขียนโดย Michael Greger, MD, FACLM บอกไว้
Sub-theme 2: Climate crisis: ‘Building Back Cleaner/Greener’
Lead: Dr. Peter Friberg, SIGHT; Co-leads: FHI 360, WHO, UNDP, USAID, WB, and BMJ
มีเป้าหมาย (๑) อภิปรายการบรรจบกันของสามวิกฤติคือ ภูมิอากาศ สภาวะแวดล้อม และสุขภาพ (๒) เสนอรูปแบบของความร่วมมือพหุภาคี (multi-sectoral) เพื่อมติร่วมกันทางการเมือง ในการฟื้นตัวหลังโควิดด้วยการลงทุนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่าเดิม (๓) ให้ผู้นำรุ่นอนาคตเข้าร่วมแสดงข้อคิดเห็น และบอกว่าต้องการอะไรจากผู้นำในปัจจุบัน (๔) สร้างพลังร่วมกับเวทีโลกอื่นๆ เกี่ยวกับภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เช่น COP26 และ Stockholm +50
ยุทธศาสตร์สำคัญคือดึงนักการเมือง และผู้ตัดสินใจระดับสูง รวมทั้งคนรุ่นใหม่ เข้าร่วม
Sub-theme 3: ‘Learning from the COVID-19 Pandemic to Better Prepare for Tomorrow’s Challenges’
Lead: Dr. Dennis Carroll; Co-leads: FHI 360, USAID, RF, WB, WHO, BMJ, Chatham House, GF, JICA, IHPP, and RAM
มีเป้าหมาย (๑) ทำความเข้าใจปัจจัยที่ทำให้โลกไม่พร้อม ต่อการรับมือการระบาดใหญ่ (๒) ทำความเข้าใจจุดแข็ง จุดอ่อน ของการออกแบบและดำเนินการตามมาตรการระดับโลก ที่มีผลต่อการป้องกันและรัมมือการระบาดของ โควิด ๑๙ เช่น IHRs และ SDGs; โครงสร้างของระบบสุขภาพโลก; กลไกการให้ทุนสนับสนุนของโลก เป็นต้น และหาทางให้มีผลสัมฤทธิ์ได้จริง (๓) ทำความเข้าใจว่า แนวโน้มใหญ่ของโลกในปัจจุบัน มีผลอย่างไรต่อการเกิดโรคระบาดใหญ่ในอนาคต และเสนอแนะกิจกรรมด้านสังคม การเมือง และเศรษฐกิจ ที่จะช่วยป้องกันและขจัดการระบาดใหญ่ในอนาคต
ทั้งสาม subtheme เสนอ ชื่อของ session ในการประชุม และ กิจกรรมที่จะดำเนินการในช่วงเดือนมิถุนายนถึงเดือนสิงหาคม ๒๕๖๔ สำหรับเก็บข้อมูลไปประชุม Organizing Committee เพื่อร่วมกันออกแบบการประชุมช่วงปลายเดือนที่ภูเก็ต
วางแผนอนาคต (ที่ไม่แน่นอน) กันว่า PMAC 2022 จะเป็นการประชุมแบบลูกครึ่ง (hybrid) โดยสถานที่ประชุมอยู่ที่ภูเก็ต มีคนมาประชุมที่ภูเก็ตเพียง ๓๐๐ คน หากสถานการณ์ของโควิดเอื้ออำนวย หากสถานการณ์ไม่เอื้อ ก็เป็นการรประชุมเสมือนอย่างเดียว
วิจารณ์ พานิช
๒๕ พ.ค. ๖๔