ชีวิตที่พอเพียง 3954. PMAC 2022 Megatrends Through the Lens of Covid-19 : 3. ประชุมทีมไทย



            ตอนที่ ๑   ตอนที่ ๒

 วันที่ ๖ เมษายน ๒๕๖๔ มีการประชุมทีมจัดการประชุมของไทย (TOC – Thai Organizing Committee) ที่โรงแรมสุโขทัย    เรื่องที่หารือกันคือ การพัฒนากรอบเนื้อหาของการประชุม PMAC 2022 : Megatrends Through the Lens of Covid-19    ที่การประชุม IOC เมื่อวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๖๔ มีมติให้รื้อเอกสารเตรียมจัด PMAC 2021 : Global Health in the SDG Era – Words to Action ที่ได้จากการประชุมที่โตเกียว  และที่ลอนดอน ในเดือนเมษายน และตุลาคม ๒๕๖๒ ตามลำดับ (๑)  (๒)เอามาร่วมกันปรับปรุง     ตอนนั้นยังไม่มีวี่แววว่าจะเกิดการระบาดใหญ่ของโควิด ๑๙    ตอนนี้เอามาปรับตามสถานการณ์ที่กำลังเผชิญโควิด ๑๙

คำแนะนำอย่างหนึ่งคือ ให้คิดในลักษณะ “กลับมาดีกว่าเดิม” (Build Back Better) ซึ่งท้าทายมาก    และต้องไม่คิดแบบเดิม    แต่ก็นึกไม่ออกว่าจะคิดแบบไหน    รวมทั้งต้องไม่เอาโควิดเป็นตัวตั้ง     มีการคุยกันว่า ให้มองทะลุโควิดไปสู่สมุทัย และนิโรธ ของแนวโน้มใหญ่ทั้งสี่หรือทั้งหก    โดยอาศัยวิกฤติ pandemic เป็นตัวเผยความอ่อนแอ (หรือความเข้มแข็ง) ของระบบต่างๆ ที่เชื่อมสู่สุขภาวะ   

มีคำแนะนำว่า ให้มอง สมุทัยและนิโรธ ที่ determinants (social, political, economic, etc.)  และ consequences ต่อสุขภาวะ    

หลักการคือเอาทุกประเด็น megatrends มาบูรณาการกัน    ซึ่งได้แก่การเมืองแบ่งขั้ว (geopolitics)    การเปลี่ยนแปลงประชากร   การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศและสภาพแวดล้อม    ความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยี   การเพิ่มความเป็นเมือง    และหลังโควิดระบาด แนวโน้มใหญ่ที่เพิ่มคือ ความไม่เท่าเทียมกันเพิ่มขึ้น   คำถามคือ มาตรการอะไรที่ทำแล้วได้ผลดีต่อแนวโน้มใหญ่ทั้ง ๖   หรืออาจนำเมาตรการ SDG เข้าจับ   

แต่ก็งงๆ ว่า ก็ดำเนินการตาม SDG แข็งขันกันอยู่แล้ว    แนวโน้มใหญ่ ๖ ด้านก็ยังแย่ลง    SDG จึงน่าจะเป็นแค่เข็มทิศ ไม่ใช่หัวรถจักรลากจูงสู่เป้าหมาย

หัวใจคือ ต้องเสนอ action ใน PMAC 2022   โดยใช้ Covid-19 เป็นตัวกระตุ้นให้ปฏิบัติ  

วิญญาณนักวิชาการบอกผมว่า ต้องหันกลับไปหาข้อมูลหลักฐาน (evidence) หาประเทศที่ทำได้ดี    และศึกษาลงลึกว่าเขาใช้หลักการอะไร  ทำอย่างไร    รวมทั้งให้เอาข้อเรียนรู้จาก PMAC 2021 ที่เพิ่งผ่านไป    เอามาหาช่องทางทำให้เกิดผล    แต่นักวิชาการรุ่นลูกบอกว่า วิธีการนี้ไม่ดี    ทำกันมามากแล้ว    ไม่ควรทำซ้ำๆ เป็นรายประเทศอีก   

วิธีคิดเชิงยุทธศาสตร์สู่ action  คือ syndemics    จับเอาหลากปัจจัยมาคิดและหาทางส่งเสริม action ให้เกิด reversed syndemics   โดยอาจใช้เทคนิค causative network analysis   หรือ cause chain analysis (ผมตั้งชื่อเอง)    ยิ่งมีตัวอย่างประเทศที่ทำแนวที่ได้ผลในระดับหนึ่งอยู่แล้ว    ก็น่าจะทำให้ข้อเสนอ action มีความน่าเชื่อถือมากขึ้น

ผมทบทวนรายงานสรุป PMAC 2021 แล้วตีความว่า PMAC 2021 เน้นระบุปัญหา     จึงมีข้อเสนอว่า PMAC 2022 ต้องเน้นเสนอทางออก ที่ Build Back Better  

ถามว่า พระเอก/นางเอก ในยุคโควิด คือใคร    คำตอบของผมคือนักวิทยาศาสตร์/วงการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่ผลิตวัคซีนออกมาอย่างรวดเร็ว    และกำลังจะทำหน้าที่ save the world    อีกกลุ่มหนึ่งคือนักระบาดวิทยา และคนในวิชาชีพสุขภาพ ที่ทำหน้าที่ปกป้องและเยียวยา     จึงเกิดความคิดว่า action ที่เป็นกลาง ปลอดจากอคติที่ครอบงำโลก    เพื่อนำโลกไปสู่สภาพแนวโน้มบวกใหญ่ คืออะไร       

  ผมสังเกตสถานการณ์การระบาดของโควิดในประเทศไทย ที่มีเส้นกราฟเป็นฟันปลา     มีการติดเชื้อแพร่เชื้อในสถานบันเทิงแล้วบอกตัวเองว่า    ผมโชคดีที่วิถีชีวิตมีความสุขและสนุกสนานบันเทิงใจได้โดบไม่ต้องพึ่งสถานบันเทิง    จึงตั้งคำถามว่า วิถีชีวิตของผู้คนในเมืองในปัจจุบันกำหนดโดยใคร    สภาพความเป็นเมืองของเราไม่เปิดช่องให้คนหาความบันเทิงแบบธรรมชาติหรือเปล่า   

จึงเกิดความคิดว่า Build Back Better ต้องกลับไปหาพื้นฐานของระบบต่างๆ ของสังคม  ของประเทศ  หรือของโลก    ที่ช่วยให้มนุษย์มีสุขภาวะจากสภาพชีวิตที่เบาสบาย    ไม่ต้องพึ่งพาปัจจัยภายนอกมากเกินไป    รวมทั้งดำรงชีวิตแบบเอื้อเฟื้อต่อเพื่อนร่วมโลก    ที่อาจจะมีวัฒนธรรมความเชื่อแตกต่างจากเรา    

แฟ้มประชุมวันนี้มีรายงานการประชุม TOC เมื่อวันที่ ๒๙ ธันวาคม ๒๕๖๓   ที่ระบุว่า รูปแบบการประชุม PLAC 2022 จะเปลี่ยนเป็น issue-based   ไม่เป็น session-based อย่างปีก่อนๆ   “ฝ่ายเลขานุการฯ มีข้อเสนอให้มีการปรับเปลี่ยนจากการจัดประชุมแบบ session-based เป็นแบบ issue-based ซึ่งจะประกอบด้วย Plenary Session จํานวนไม่มาก (ประมาณ 3 sessions) และ Synthesis Session โดยมี outputs ที่คาดหมาย อาทิเช่น working paper / publication ใน BMJ, WHO Bulletin และ short videos ตลอดจนสื่ออื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง    การจัดประชุม PMAC 2022 แบบ issue-based จะดําเนินการโดยกําหนดประเด็นสําคัญจํานวน 3 หัวข้อร่วมกับ Co-hosts เพื่อใช้เป็นหัวข้อหลักที่ต้องการแนวทางแก้ปัญหา และ/หรือ การสร้างกระบวนคิดที่นําไปสู่การกําหนด ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายต่างๆ    อนึ่ง การจัดประชุมแบบ issue-based เป็นการปรับเปลี่ยนกระบวนการทํางานแบบใหม่ ที่ทีมผู้จัดและ Co-hosts สามารถร่วมทํางานกันตลอดปีผ่านการทํา workshop ต่าง ๆ เพื่อช่วยกันวางแผนการทํางาน/ การค้นคว้าหาความรู้ และการจัดทํา outputs ที่เป็นรูปธรรมร่วมกัน เช่น working paper / publication และข้อเสนอแนะแนวนโยบายต่างๆ    ซึ่งไม่เพียงสามารถนําไปใช้ออกแบบกิจกรรมต่อยอดได้ ยังเป็นการเสริมสร้าง visibility ของเวทีประชุม PMAC ผ่านการเผยแพร่ผลงานต่างๆ ของ PMAC ทั้งในระดับประเทศและในระดับนานาชาติตลอดจน ช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่าง PMAC กับ Co-hosts ได้อีกด้วย”

การประชุมวันนี้ เป้าหมายหลักเพื่อให้ทีมไทยร่วมกันทำความเข้าใจยุทธศาสตร์ใหม่ของการเตรียมประชุม ตามที่กล่าวข้างต้น    และเข้าใจบทบาทของตนตอนไปเข้ากลุ่มทำงาน ร่วมกับทีมจาก co-host    ตกลงกันว่า ในการประชุมกลุ่มแต่ละกลุ่ม (ซึ่งมี ๓ กลุ่ม ประชุมในวันที่ ๑๘, ๑๙ และ ๒๐ เมษายน ตามลำดับ)    จะมีการตั้งโจทย์ที่ครอบคลุม ๔ หรือ ๖ แนวโน้มใหญ่    และแนวทางหาข้อมูลมาสังเคราะห์สู่ข้อเสนอแนะ    โดยมีเป้าหมาย Fairer, Healthier, and More Resilient World      

เราย้ำกันว่า PMAC 2022 จะไม่เป็นเวทีบ่นหรือระบายความทุกข์    แต่จะเป็นเวทีชี้ช่องทางสู่ภพภูมิใหม่    โดยมีข้อมูลหลักฐานสนับสนุน    คือเป็นข้อเสนอแนะเชิงนโยบายที่นำไปปฏิบัติได้ (actionable)  

 กล่าวใหม่ ว่า PMAC 2022 จะเป็นเวทีออกแบบโลกใหม่ ที่ยุติธรรม แข็งแรง  และพร้อมปรับตัว  มากกว่าเดิม

วิจารณ์ พานิช

๖ เม.ย. ๖๔   


หมายเลขบันทึก: 690565เขียนเมื่อ 12 พฤษภาคม 2021 12:02 น. ()แก้ไขเมื่อ 12 พฤษภาคม 2021 12:02 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

สงวนลิขสิทธิ์ © 2005-2021 บจก. ปิยะวัฒนา และผู้เขียนเนื้อหาทุกท่าน
ขอแนะนำ ClassStart ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี