พระสมเด็จวังหน้า


พระสมเด็จวังหน้า

นายอานนท์ ภาคมาลี คนหาปลา ข้าราชการบำนาญ)

พระสมเด็จวังหน้า  พิมพ์ใหญ่ เนื้อมวลสารปัญจศิริ หรือเบญจสิริ พระสมเด็จเบญจศิรินี้มีความเป็นเลิศ 4 ด้านด้วยกันคือ

  1. พระสูตรคาถา อันเป็น สิริมงคลสูงสุด
  2. เนื้อมวลสารมีความเป็น สิริมงคลอันเป็นเลิศ
  3. ผู้สร้างและผู้จัดสร้าง ถึงพร้อมด้วยคุณงามความดี
  4. พิธีพุทธาภิเษก เป็นพิธีหลวงที่สมบูรณ์ตามโบราณตามราชประเพณี

สำหรับท่านผู้มีบุญ ที่ต้องการพระสมเด็จ ไว้คุ้มครอง ป้องกันตัวเอง เพราะถ้าชีวิตจะต้องประสบอันอาจมีอันตราย หรือ ขอพรเทวดาผู้ศักดิ์สิทธิ์ ไปช่วยทำมาค้าขาย

“สีสิริมงคล” ที่มาผสมลงในเนื้อพระสีต่างๆ อันประกอบด้วย สีแดง สีเหลือง สีชมพู สีเขียว สีม่วง และพระเบญจสิริ อันประกอบด้วย สีขาว เหลือง ดำ เขียว แดง และใสดังแก้วผลึก สีแต่ละสีจะมีลักษณะพิเศษเฉพาะตัวเอง กล่าวคือ มันเป็นเงางาม สีสดใส ไม่ละลายน้ำ น้ำมัน ทนต่อสภาวะธรรมชาติได้ดี ไม่หลุดลอกไม่ติดมือ และที่สำคัญสีต่างๆ จะไม่สามารถนำมาผสมกันให้เป็นสีใหม่ได้ดังเช่นแม่สี (ให้พิจารณาจากพระสมเด็จเบญจสิริในองค์พระประกอบไปด้วยสีห้าสีเป็นอย่างน้อย และสีแต่ละสีถึงแม้จะปะปนกัน แต่จะไม่ผสมกรมกลืนกัน มีลักษณะของการเรียงตัวตามธรรมชาติอย่างเป็นเอกเทศ)

พระสมเด็จเบญจรงค์ พระเครื่องวังหน้า พระสมเด็จเบญจรงค์ หรือปัญจสิริ (อาจารย์ประถม อาจสาคร เป็นผู้ตั้งชื่อ) เป็นพระเครื่องที่สร้างขึ้นที่วังหน้า เมื่อ พ. ศ. 2411 หลังการสวรรคตของรัชกาลที่ 4 เพื่อเป็นการฉลองการขึ้นครองราชย์ของรัชกาลที่ 5 เจ้าพระยาภาณุพงษ์มหาโกษาธิบดี เป็นผู้ทูลเกล้าขอบรมราชานุญาติ จึงมีชื่ออีกชื่อหนึ่งว่าสมเด็จเจ้ากรมท่า แต่ความที่สร้างกันที่วังหน้า จึงมี่ชื่อว่า “พระสมเด็จวังหน้า” เจ้ากรมวังหน้าคือรองพระเจ้าแผ่นดิน พระนาม “สมเด็จกรมพระราชวังบวรวิไชยชาญสถานมงคล” เป็นพระโอรสของพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว พระองค์มีพระชนม์มากกว่าสมเด็จพระจุลจอมเกล้าถึง 15 พระชันษา มีวิชาความรู้มาก และเป็นที่สนิทสนมของขุนนางทั้งปวง ทั้งขุนนางไทยและต่างประเทศ วังของพระองค์จึงเป็นที่ชุมนุมของเหล่าเจ้านายทั้งวังหน้า วังหลวง ทั้งขุนนางต่างประเทศที่รับราชการอยู่ในประเทศไทย สร้างถวายแต่พระมหากษัตริย์ พระบรมวงศานุวงษ์ และมอบให้แก่ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ และข้าราชบริภาษ ในพระบรมมหาราชวังเป็นสำคัญ ที่เหลือบรรจุในสุวรรณเจดีย์ เจดีย์ย่อไม้สิบสอง ฐานชุกชีหลังครุฑวัดพระศรีรัตนะศาสดาราม(วัดพระแก้ว) พุทธคุณ อิทธิคุณ ที่ถูกบรรจุในพระสมเด็จเบญจสิรินี้ ผู้ที่ครอบครองจะมีบารมี อำนาจ วาสนา เป็นเมตตามหานิยมแก่บุคคลโดยทั่วไป ค้าขายประกอบธุรกิจดีมีกำไร รักษาโรคภัยไข้เจ็บ ไม่ให้เข้ามากล้ำกราย อาวุธ เขี้ยวงาไม่สามรถทำอันตรายได้ แคล้วคลาดปลอดภัยปราศจากอันตรายทั่งปวง และทรงคุณงามตาวมดีอันประเสริฐ อีกนานัปการ แก่ผู้ยึดมั่นและกระทำความดี

พระสมเด็จวังหน้า เริ่มมีการจัดสร้างจากพระบัณฑูรย์ ของกรมพระราชวังบวรวิไชยชาญ(ท่านเป็นพระราชโอรสองค์ต้นของพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้า) โดยเริ่มมีการจัดสร้างขึ้นครั้งแรก ประมาณปี พ.ศ. 2400 ในรัชกาลของพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว การจัดสร้างพระสมเด็จของวังหน้านั้นจะมีมวลสารที่นำมาสร้างอยู่หลายอย่าง เช่น ปูนเพชร(นำเข้ามาจากเทือกเขาเมืองอันฮุย ประเทศจีน โดยท่านกรมเจ้าท่า ท่านเจ้าพระยาภาณุวงษ์มหาโกษาธิบดี นามเดิมว่า (ท้วม บุนนาค) ส่วนกรมเจ้าคุณท่านั้น หน้าที่ราชการกรมท่านั้น มีหน้าที่ชำระความคนไทยกับชาวต่างชาติ รับรองพ่อค้าชาวต่างชาติ รวมไปถึงการรับรองทูตตานุทูตของต่างประเทศ และนำทูตตานุทูตของไทยไปเจริญความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ การค้าขายกับต่างประเทศ ถ้าเปรียบเทียบในสมัยปัจจุบัน คือกระทรวงต่างประเทศ)

ผงอิทธิคุณ (เป็นผงที่เกิดจากการที่พระสงฆ์ เขียนบาลี หรือยันต์ต่างๆ)ซึ่งได้จากวังหน้าเอง หรือสำนักมูลกจายย์ ทั่วพระนคร เศษผงทองคำ (ใช้ในการโรยที่หน้าพระพิมพ์ แต่ในบางพิมพ์ก็จะไม่มี) เป็นหลักใหญ่ ส่วนในการผสมผง ตำผง 1 ครก ใช้เวลา 4 ชั่วโมง จึงจะใช้ได้ ในการพุทธาภิเษกนั่น เป็นพิธีพุทธาภิเษกหลวง ที่วัดบวรสถานสุทธาวาส (อยู่ในวังหน้า ปัจจุบันสถานที่ของวังหน้าคือ ธรรมศาสตร์ พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติพระนคร วิทยาลัยนาฏศิลป์ โรงละครแห่งชาติ)

องค์พระประธานที่วัดบวรสถานสุทธาวาส คือ พระพุทธสิหิงค์ โดยเชิญสมเด็จพระพุฒาจารย์โต พรหมรังสี มาเป็นประธานการปลุกเสก แต่ท่านกรมพระราชวังบวรวิชัยชาญ ท่านเชิญหลวงปู่เทพโลกอุดร มาปลุกเสกให้ด้วย ตัวอย่างของพระวังหน้านั้น เช่นสมเด็จวังหน้าสมเด็จกรมเจ้าท่า หรือกรุวัดท้ายตลาด หรือหลวงพ่อแก้ว วัดเครือวัลย์ท่านกรมพระราชวังบวรวิไชยชาญท่านนำพระไปถวายให้กับหลวงพ่อแก้ว วัดเครือวัลย์(อาจารย์ประถม อาจสาคร ท่านบอกว่าชื่อของหลวงพ่อแก้ว นั่นท่าน ชื่อ สุข แต่มีผู้คนเรียกท่านว่าหลวงพ่อแก้วนั้น เนื่องจากพระที่ท่านแจกเปรียบกับแก้วสาระพัดนึกนั่นเอง)

พระสมเด็จกรุวัดพระแก้ว (วังหน้า) ทำพิธีมหาพุทธาภิเษกโดยสมเด็จพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี)วัดระฆัง และคณะ (พิธีหลวง) สร้างโดยกรมพระราชบวรวิไชยชาญอุปราชองค์สุดท้ายแห่งราชวงษ์จักรีร่วมกับเจ้าพระยาภาณุวงษ์มหาโกษาธิบดี(ท้วม บุนนาค) หรือเจ้ากรมท่า เนื่องในวโรกาสเฉลิมครองราชย์พระบาทสมเด็จพระปิยะมหาราชย์(รัชกาลที่ 5)  ปี พ.ศ. 2411 

พระสมเด็จกรุวัดพระแก้ว (วังหน้า)นั่น สร้างและปลุกเสกจัดขึ้นเป็นพระราชพิธีหลวง ณ วัดบวรสุทธาวาส ช่วง พ.ศ. 2411 – 2414 เพื่อทูลถวายกรมพระราชวังบวรวิไชยชาญ อุปราชหน้าวังองค์สุดท้าย ในรัชกาลที่ 5 และแจกเชื้อพระวงษ์ผู้ใหญ่ เจ้านายชั้นสูง และพ่อค้าวานิช ระดับเจ้าสัว อานุภาพพุทธคุณสูงกว่าสมเด็จวัดระฆัง และสมเด็จบางขุนพรหมเสียด้วยซ้ำไป พิธีมหาพุทธาภิเษก ซึ่งเป็นพระราชพิธีหลวง มีสมเด็จพุฒาจารย์โต พรหมรังสี และบรรดาพระอาจารย์อาคมขลังต่างๆ สมัยรัชกาลที่ 5 อีกมากมายหลายองค์

พระสมเด็จเบญจรงค์นี้มีมายมากหลายสิบพิมพ์ เช่น พิมพ์ใหญ่ พิมพ์ทรงเจดีย์ พิมพ์วัดเกศไชโย พิมพ์จอมจักรพรรดิ พิมพ์จอมใจจักรพรรดิ พิมพ์พระพรหมรังสี พิมพ์นางพญา พิมพ์ซุ้มกอ พิมพ์ระรอด พิมพ์พระผงสุพรรณ พิมพ์พระแก้วมรกต พิมพ์ลีลา พิมพ์นาคปรก  พิมพ์สมาธิเรือนแก้วซุ้มรัศมี พิมพ์เม็ดกระดุม พิมพ์อรหัง พิมพ์พระสังกัจจาย พิมพ์ปรกโพธิ์ พิมพ์ปิดตา และพิมพ์พิเศษอื่นๆอีกมากมาย อาจถึง 100 พิมพ์เลยที่เดียว มีทั้งเนื้อกังใส ผงดินขาวจากมณฑลอันฮุย แตกลายงาและไม่แตกลายงา โรยทองและไม่โรยทอง ที่ลงรักโรยทอง และรองชาด ก็มีสีเบญจรงค์ สีเขียวก้านมะลิสด สีเขียวไข่กา สีแดง (ชาดจูชา) สีดินสอเหลืองผสมชาดหรดาลสีดำ (ผงพระคัมภีร์ใบลานเค้าคลุกรัก) สีน้ำทะเลแลไกล สีประจำวันอาทิตย์ ถึงเสาร์ และสีดำ (ราหู)เป็นต้น

วันอาทิตย์

วันจันทร์

วันอังคาร

วันพุธ

วันพฤหัส

วันศุกร์

วันเสาร์

หมายเลขบันทึก: 691212เขียนเมื่อ 24 มิถุนายน 2021 09:19 น. ()แก้ไขเมื่อ 24 มิถุนายน 2021 09:19 น. ()สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการจำนวนที่อ่านจำนวนที่อ่าน:


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี