มิติการพัฒนาสุนทรียพลานามัย ปัญญาผสานสร้างพหุมิติ ผู้นำเชิงสุนทรียปัญญา สุนทรียปัญญากร


                                    ภาพที่ 1  สุนทรียปัญญาเชิงผสานและบูรณาการ ยกระดับก่อเกิดมิติที่ 3 
                                                  ของพหุปัญญา พหุวิทยาการ พหุภาคส่วน พหุมิติ

                         ภาพที่ 2  องค์ประกอบพหุปัญญาและพหุวิทยาการ องค์รวมทางปัญญาของพลังชีวิต

                       ภาพที่ 3  มิติสุขภาพและภาวะมูลฐานในอีกมิติ ตามภาวะสุขภาพตลอดอายุขัย 
                                     ในพหุภาคส่วน พหุมิติ และพหุระดับ นอกภาคส่วนสุขภาพ 
                                     เป็นองค์ประกอบสำคัญในการจรรโลงวงจรสุขภาวะเศรษฐกิจสังคม
                                     และการพัฒนามิติต่างๆ ของสังคม

 

ภายใต้ระบบผสานผูกพันกัน 
และภาคส่วนหลากหลายซับซ้อน
ที่ต่างเป็นเหตุปัจจัยต่อกัน
สร้างเสริมการก่อเกิด เกื้อกูล พึ่งพากัน
จรรโลงการดำรงอยู่ซึ่งกันและกัน
ไปจนถึงช่วงชิง คุกคาม แข่งขัน ทำลายล้าง
สร้างความเสื่อมสลายให้กันนั้น
มีเพียงมนุษย์กับธรรมชาติ
ที่ร่วมกันสร้างปรากฏการณ์
และวงจรพัฒนาการ
ให้เกิดขึ้นมากมาย

ในปรากฏการณ์ธรรมชาติ
สรรพสิ่งดำเนินไปตามเหตุปัจจัยที่มีและเป็นอยู่
รวมเอาธรรมชาติของมนุษย์ด้วย
แต่ไม่ขึ้นต่อมนุษย์

ในปรากฏารณ์ทางสังคม ที่มีมนุษย์สร้างขึ้น
มนุษย์บ้างก็แยกตัว เผชิญหน้ากับธรรมชาติ
ไม่ใช่เพียงไม่เป็นส่วนหนึ่งด้วยกันเท่านั้น
แต่มุ่งเป็นนาย อยู่เหนือธรรมชาติ
รวมทั้งมุ่งอยู่เหนือมนุษย์เอง
อีกด้วย

บ้างก็เป็นส่วนหนึ่ง
กับธรรมชาติที่แยกเป็นคนละส่วนกับมนุษย์
งดงามไปกับการผสานสร้างเพื่อธรรมชาติ
แต่เผชิญหน้ากับมนุษย์ต่างหนทางธรรม
เข่นฆ่าทำลายล้างมนุษย์ ในทุกหมู่ชนที่ต่างพวก
ในนามการจรรโลงสิ่งดี เพื่อมนุษย์

กระบวนการทางสังคม
และพัฒนาการรอบด้านของมวลมนุษย์
จึงเป็นการดุ่มเดินไปในอาณาจักรการผสานกัน
ที่มาจากสมอง จิตใจ ธรรมชาติแห่งวัตถุ ชีวิต
ร่วมกับความว่างเปล่าในปรากฏการณ์ที่ไม่ขึ้นต่อมนุษย์
และความว่างเปล่าด้วยอิสรภาพแห่งพหุปัญญา
ที่เป็นธรรมชาติของชีวิตความงอกงาม
เอิบอาบไหลหลากผ่านการสร้างชีวิต
และการดำเนินไปของมนุษย์
หมู่สัตว์ และในทุกสรรพสิ่ง

ในกระบวนการธรรมชาติ
ที่ไม่ขึ้นต่อมนุษย์
ระบบวัตถุ กลไก มนุษย์ และทุกสิ่ง
เป็นสิ่งเดียวกัน

ในธรรมชาติของชีวิตมนุษย์เองนั้น
หากเพียงดำเนินไปตามวงจรชีวิตอันแน่นอน
ตลอดห้วงชีวิตก็จะเป็นเพียงการทนทุกข์ดิ้นรน
ถมความว่างเปล่า เสมอกัน ไม่มีอะไร

แต่บนหนทางดำเนินไปด้วยปัญญาปฏิบัติ
ต่อความสามารถงอกงามได้ของชีวิต
ขยายความกว้างขวางได้อย่างไม่หยุดนิ่งตายตัว
ของพรมแดนความเป็นเรากับสรรพสิ่ง ตลอดห้วงชีวิต
ด้วยธรรมชาติการเรียนรู้และพัฒนาได้ของมนุษย์

พ้นไปสู่กระบวนการแห่งปัญญา
เหนือการมุ่งเป็นนายธรรมชาติ
เหนือการตัดสินเลือกทุกข์สุข ถูกผิด
เห็นองค์ประกอบชีวิตจิตวิญญาณแห่งปัญญา
ในทุกปัจจยการตามปัจจุบันขณะ

มีกำลังจินตภาพจากมรรคผลปฏิบัติ
ส่องสะท้อน ถ่ายทอดเชื่อมโยง
สู่การสรรสร้างสิ่งจรรโลงความงอกงาม
ของตนเองกับผู้คนและโลกกว้าง

เป็นมิติสุนทรียปัญญาของชีวิต
และเป็นความตื่นตนของ 'สุนทรียปัญญากร'
ในหนทางการดำรงชีวิตและวิถีแห่งปัจเจกภาพ
ที่มีอยู่ในด้านความละเอียดอ่อนโยน
และเป็นธรรมชาติการพัฒนาได้
ในทุกวิถีปัญญาปฏิบัติ
ของมนุษย์ทุกคน

มีกำลังส่องสะท้อนและสร้างการเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลง
ที่สามารถไปถึงมรรคผลเพื่อมวลมนุษย์อย่างไม่เจาะจง
ด้วยปัจจัยมนุษย์ และการพัฒนาการเรียนรู้
สร้างกำลังสุนทรียปัญญาของมนุษย์
ด้วยธรรมชาติชีวิตที่ละเอียดอ่อน
ผสานนอบน้อมต่อธรรมชาติ
รวมทั้งต่อสังคมและเพื่อนมนุษย์

อีกทั้งผสานสร้างพหุมิติ พหุภาคส่วนฅ
ดำเนินไปท่ามกลางความเป็นจริงหลากหลาย
ที่ต่างเป็นปัจจัยองค์ประกอบ พึ่งพาอาศัยกันฅ
สร้างความเป็นจริงพหุมิติ ประกอบสร้างด้วยพหุปัญญา
ทั้งการก่อเกิด การดำรงอยู่ และเสื่อมสลายเสมอกัน
เป็นความว่างเปล่าและไม่มีอะไรเช่นกัน
แต่มีคุณค่าและมีความหมายทางจิตวิญญาณ
ของปฏิบัติการว่างเปล่าด้วยปัญญา

เป็นกำลังจรรโลงความงอกงามของสรรพสิ่ง
เป็นศิลปะ และปฏิบัติการสุนทรียปัญญา
จัดองค์ประกอบศิลปะธรรมชาติความงอกงาม
ให้ความลงตัว ผสานสร้าง และเสริมกัน
ของมนุษย์กับธรรมชาติ
ในมรรควิถีและบริบทของทุกชีวิต.



ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี