วิสัยทัศน์อุดมศึกษาไทย



European University Association ออกวิสัยทัศน์ของมหาวิทยาลัยในอนาคตว่า  Universities without walls - A vision for 2030 (๑)   ชวนให้ผมใคร่ครวญว่า วิสัยทัศน์มหาวิทยาลัยไทยใน ๑๐ ปีข้างหน้าควรกำหนดอย่างไร ผมตอบตัวเองว่า  “มหาวิทยาลัยที่เชื่อมประสานกับชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คน” (Socially Engaged Universities)   

อธิบายต่อได้ว่า เชื่อมกับทุกกลุ่มในบ้านเมือง ทั้งภาคธุรกิจ อุตสาหกรรม เกษตรกรรม พาณิชยกรรม ราชการ ประชาสังคม พื้นที่ บันเทิง-ศิลปวัฒนธรรม การศึกษา  สุขภาพ ฯลฯ    และไม่เชื่อมเฉยๆ หนุนให้เคลื่อนตัวหรือพัฒนาสู่ เศรษฐกิจนวัตกรรม สังคมนวัตกรรม    เพื่อพัฒนาเป็นประเทศรายได้สูง สังคมดี   

มีความหมายในเชิงพฤติกรรมของมหาวิทยาลัยอย่างไร    ตอบว่า มหาวิทยาลัยทำหน้าที่ทุกด้านบน “ชาลาใหม่” (new platform) อย่างน้อยร้อยละ ๕๐   ชาลาใหม่นี้เรียกว่า “ชาลาร่วมมือแบบหุ้นส่วน” (engagement platform) (๒)   ซึ่งหมายความว่า อย่างน้อยครึ่งหนึ่งของกิจกรรมทำนอกมหาวิทยาลัย    ทำในบริบทของการปฏิบัติงานจริง หรือในชีวิตจริง     รายละเอียดได้แจกแจงใน (๒)แล้ว     โดยขอย้ำว่า ไม่ได้เปลี่ยนเฉพาะ “ชาลา” การปฏิบัติงานเท่านั้น     รูปแบบของรายได้ และมุมมองต่อนักศึกษาก็ต้องเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง   

งานทุกอย่างต้องเป็นโอกาสหารายได้ทั้งหมด    เท่ากับดำรงอยู่ได้เพราะทำงานหารายได้    ไม่ใช่ของบประมาณจากรัฐตามแนวทางเดิม   เพราะเห็นชัดแล้วว่า หลังวิกฤติโควิด รัฐจะจนไปอีกประมาณ ๑๐ ปี     การทำงานเชื่อมประสานกับชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนจึงเป็นการทำงานบนผลประโยชน์ร่วมกัน    คู่หุ้นส่วนได้รับประโยชน์แบบมีค่าใช้จ่าย     โดยที่ค่าใช้จ่ายนั้นให้ผลประโยชน์คุ้มค่า 

กลับมาที่เอกสาร Universities without walls - A vision for 2030 (๑)  ของ EUA     เป็นเอกสารที่เขียนดีมาก    สั้น กระชับ  ชัดเจน    เป็นเอกสารที่ผู้บริหารและกรรมการสภามหาวิทยาลัยไทยควรได้อ่านทุกคน   

ประกอบด้วยสองส่วนใหญ่ คือ วิสัยทัศน์ กับแนวปฏิบัติ    ในส่วนวิสัยทัศน์มี่ ๓ ประเด็นย่อย คือ (๑) ความท้าทายและแนวโน้ม  (๒) วิสัยทัศน์  (๓) พันธกิจ    ในส่วนแนวปฏิบัติมี ๒ ประเด็นย่อยคือ  (๔) ปัจจัยแห่งความสำเร็จ  และ (๕) กิจกรรมที่มีลำดับความสำคัญสูง (priorities for action)   

ในหัวข้อ priorities for action มี ๓ เรื่องหลักคือ  (1) Reform academic careers  (2) Promote interdisciplinarity  (3) Strengthen civic engagement

ที่น่าสนใจคือ การเปลี่ยนแปลงอาชีพนักวิชาการ    มี ๖ ข้อคือ

  • ปรับปรุงกติกาความก้าวหน้า  ให้คุณค่าต่อผลงานที่ก่อผลกระทบหลากหลายแบบ    ไม่ยึดโยงอยู่เฉพาะผลงานตีพิมพ์ (bibliometric indicators)    ข้อนี้ตรงกับความเคลื่อนไหวในวงการอุดมศึกษาไทยในขณะนี้
  • ให้คุณค่าเส้นทางอาชีพหลายเส้นทางอย่างเท่าเทียมกัน   โดยเฉพาะสายวิจัย กับสายสอน     นี่ก็ตรงกับที่อุดมศึกษาไทยกำลังเปลี่ยนแปลง
  • ยึดหลักการ Open Science ในการประเมินผลงาน
  • ส่งเสริมกิจกรรมวิชาการที่ก่อผลกระทบหลากหลายแบบ    โดยเขาเอ่ยถึง citizen science ด้วย ซึ่งน่าจะหมายถึงการสร้างนวัตกรรมในวิถีชีวิตชาวบ้าน   รวมทั้งการเป็นพี่เลี้ยงทางวิชาการ (mentor) ให้แก่เพื่อนอาจารย์และนักศึกษา
  • ทำให้ชีวิตนักวิชาการมีเสน่ห์ดึงดูดคนมีความสามารถเข้ามาทำงาน    ผมขอขยายความว่า สังคมปัจจุบันคนเก่งไม่ค่อยนิยมเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยอย่างสมัยก่อน
  • ทำให้อาชีพนักวิชาการมีความยืดหยุ่นสูง    สามารถเปลี่ยนไปทำงานอื่นระยะหนึ่ง  แล้วกลับมาเป็นอาจารย์ก็ได้    หรือไปทำงานอื่นจนมีประสบการณ์ใน real sector  ประสบความสำเร็จสูง   แล้วนำความรู้ปฏิบัติเข้ามาทำงานวิชาการ   เป็นต้น   

วิสัยทัศน์อุดมศึกษายุโรป ชวนให้ผมใคร่ครวญเขียนเรื่องวิสัยทัศน์อุดมศึกษาไทย    EUA เสนออุดมการณ์ “มหาวิทยาลัยไร้กำแพง”  ที่ผมชอบมาก   มันตรงกับที่ผมเคยเขียนไว้ใน (๒)  และใน มหาวิทยาลัยแห่งอนาคต (๓)

วิจารณ์ พานิช

๓๐ พ.ค. ๖๔

        

หมายเลขบันทึก: 690949เขียนเมื่อ 3 มิถุนายน 2021 10:04 น. ()แก้ไขเมื่อ 3 มิถุนายน 2021 10:04 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

สงวนลิขสิทธิ์ © 2005-2021 บจก. ปิยะวัฒนา และผู้เขียนเนื้อหาทุกท่าน
ขอแนะนำ ClassStart ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี