๘๗๘. Soft Skills สำหรับคนในวัยทำงาน


Soft Skills สำหรับคนในวัยทำงาน

ชีวิตในวัยทำงานเป็นชีวิตที่มีความสำคัญต่อตนเองและครอบครัวเป็นอย่างมาก เพราะต้องทำงาน หาเงิน สร้างหลักฐานของชีวิตตนเองเพื่อให้เกิดความมั่นคง และสร้างความมีคุณภาพและประสิทธิภาพต่อองค์กรที่ตนเองได้ทำงานไม่ว่าจะเป็นภาครัฐหรือภาคเอกชน ซึ่ง Soft Skills เป็นศัพท์ที่ใช้ในวงการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ หมายถึง ทักษะด้านอารมณ์และการบริหารจัดการความคิด ถือเป็นทักษะที่เกี่ยวข้องกับคน ทักษะนี้อาจไม่เกี่ยวข้องกับความชำนาญในงานใดงานหนึ่งโดยตรง แต่เป็นทักษะที่ผลักดันให้การทำงานประสบความสำเร็จและมีความก้าวหน้าในการทำงาน

Soft Skills สำหรับคนในวัยที่ต้องทำงาน ควรมี ๙ ประการ ได้แก่

๑. การบริหารเวลา (Time Management)

๒. การเรียนรู้ตลอดชีวิต (Life-Long Learning)

๓. ความฉลาดทางอารมณ์ (Emotional Intellgence)

๔. ความสามารถในการปรับตัว (Adaptability)

๕. การทำงานร่วมกับผู้อื่น (Collaboration)

๖. การสื่อสาร (Communication)

๗. การแก้ไขปัญหาที่มีความซับซ้อน (Complex Problem Solving)

๘. การคิดเชิงวิเคราะห์และเลือกตัดสินใจ (Critical Thinking and Decision-making)

๙. ความคิดสร้างสรรค์ (Creativity)

. การบริหารเวลา (Time Management)

มนุษย์ทำงานต้องรู้จักการบริหารเวลาให้ได้และให้เป็น เพราะจะเกี่ยวเนื่องกับการทำงานที่ได้คุณภาพและความคุ้มค่าของเวลาที่ต้องเสียไป ซึ่งทักษะการบริหารเวลาอาจจะไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่ก็เป็นเรื่องที่ทำได้ไม่ง่ายนัก เพราะเป็นเรื่องเกี่ยวกับการรู้จักบริหารการใช้เวลาให้ได้และให้เป็น โดยเฉพาะคนทำงานในยุคนี้ที่ต้องมีความเร่งรีบเพื่อแข่งขันกับเวลา ทักษะในการบริหารเวลาจึงเป็นทักษะที่สำคัญต่อคนทำงาน โดยการทำงานในแต่ละวันควรมีการวางแผน ควบคุม กำหนดระยะเวลาและจัดลำดับความสำคัญของงานไว้ให้อย่างชัดเจน เพื่อทำให้งานสําเร็จตามเป้าหมาย และวัตถุประสงค์ในเวลาที่ได้กำหนดไว้ เรียกว่า ควรรู้จักบริหารเวลาให้เป็น ไม่ว่าการบริหารเวลาในชีวิตประจำวัน หรือการบริหารเวลาในการทำงาน

. การเรียนรู้ตลอดชีวิต (Life-Long Learning)

ชีวิตมนุษย์นั้น ตั้งแต่เกิดมาจวบจนหมดลมหายใจ คือ การที่ต้องเรียนรู้ตลอดชีวิต ในปัจจุบันเป็นการพัฒนาที่ก้าวกระโดดที่มีเทคโนโลยีเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องกับชีวิตมนุษย์ทำให้เกิดนวัตกรรม เกิดอาชีพใหม่ๆ ตลอดจนการใช้ชีวิตประจำวัน และวิธีการทำงานที่เปลี่ยนแปลงไป ดังนั้น คนทำงานจึงต้องมีการเตรียมความพร้อมในการเรียนรู้อยู่เสมอ และสิ่งสำคัญสำหรับการเรียนรู้ของคนทำงานในยุคนี้คือ มีทักษะในการเขียน วิธีการอ่านจับใจความสำคัญ การสรุปประเด็น และการเชื่อมโยงข้อมูลความรู้ต่างๆ เข้าด้วยกัน ตลอดจนสามารถคิด วิเคราะห์ สังเคราะห์ และสามารถแยกแยะความเหมือน ความแตกต่างจากสิ่งที่ได้เรียนรู้นั้นออกมาได้ด้วยการพิจารณาจากดุลยพินิจจากตัวของเราเอง

. ความฉลาดทางอารมณ์ (Emotional Intelligence)

อารมณ์เป็นสิ่งสำคัญต่อมนุษย์ทุกคนในการทำงานในหน่วยงานหรือแม้แต่คนที่ทำงานอิสระเองนั้น ล้วนต้องมีการติดต่อประสานงานกับผู้อื่นทั้งสิ้น Emotional Intelligence จึงเป็นทักษะสำคัญและส่งผลอย่างมากต่อการทำงาน เพราะคนที่มีความฉลาดทางอารมณ์ คือคนที่มีความสามารถในการสังเกต ทำความเข้าใจ จัดการ และแสดงออกทางอารมณ์ของตัวเองได้อย่างดี รวมถึงสังเกตและทำความเข้าใจอารมณ์ของคนอื่นด้วย ตลอดรวมถึงความเอาใจเขามาใส่ใจเรา ทักษะนี้จะช่วยให้คนทำงานสามารถควบคุมอารมณ์และแสดงออกได้อย่างเหมาะสมในแต่ละสถานการณ์ เหตุการณ์ และเวลาในแต่ละขณะนั้น

. ความสามารถในการปรับตัว (Adaptability)

ในช่วงชีวิตมนุษย์นั้นต้องมีการรู้จักที่จะสามารถปรับตัวเองให้มีชีวิตเกิดความสมดุล และสามารถดำรงชีวิตและอยู่ร่วมกับผู้อื่นให้ได้ โดยเฉพาะโลกในทุกวันนี้มีการเกิดการเปลี่ยนแปลงต่างๆ เกิดขึ้นมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการติดต่อสื่อสาร เทคโนโลยี เครื่องมือ และวิธีการทำงาน เป็นต้น ความสามารถในการปรับตัว การเปิดใจยอมรับให้มากขึ้นกับสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น และมีความยืดหยุ่นทางความคิดจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างมากในปัจจุบัน โดยคนที่มีทักษะในการปรับตัวและเปลี่ยนมุมมองความคิดจะสามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ที่เกิดขึ้น และสามารถพลิกแพลง ปรับเปลี่ยน หาวิธีที่เหมาะสม โดยปรับประยุกต์ บูรณาการให้เข้ากับสถานการณ์หรือเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นได้เป็นอย่างดี และจะสามารถมีชีวิตที่ดี สามารถอยู่ได้กับเหตุการณ์ ณ ปัจจุบันได้ดีกว่าคนที่ไม่ได้เปิดใจยอมรับกับการเปลี่ยนแปลง และไม่ได้มีการปรับตัวเองแต่อย่างใด

. การทำงานร่วมกับผู้อื่น (Collaboration)

การทำงานในทุกวันนี้เราต้องทำงานร่วมกับคนที่หลากหลาย มากมายหลายประเภท ทั้งในแง่ของสายงาน ช่วงวัย ตำแหน่งหรือรูปแบบการทำงาน หน่วยงานต่างๆ จึงต้องการคนทำงานที่มีทักษะในการทำงานร่วมกับคนอื่นได้ เพื่อสร้างสรรค์ผลงานที่มีประสิทธิภาพและคุณภาพให้กับหน่วยงาน ไม่ว่าจะเป็นการทำงานร่วมกันภายในทีมตัวเองและการทำงานร่วมกับคนอื่น ๆ ในหน่วยงานรวมไปถึงทักษะในการบริหารคนที่ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในคนทำงานระดับหัวหน้าอีกต่อไป แต่จำเป็นสำหรับคนทำงานในทุก ๆ ระดับ ซึ่งอาจเป็นภาครวมของหน่วยงาน ซึ่งมีความคิดที่หลากหลาย และมีความคิดแตกต่างกันมากมาย โดยจะต้องทำงานร่วมกับทุกคนในหน่วยงานให้ได้ เพื่อทำให้ความขัดแย้งในหน่วยงานลดน้อยลง

. การสื่อสาร (Communication)

การสื่อสาร มีส่วนสำคัญมากสำหรับที่ต้องนำมาใช้กับตนเอง และในหน่วยงาน ไม่ว่าจะทำงานในธุรกิจไหนหรือหน่วยงานใด ซึ่งในที่ทำงานต้องมีการติดต่อสื่อสารกัน ไม่ว่าจะเป็นพูดคุย เจรจา โต้ตอบกัน การนำเสนองาน การเสนอความคิดเห็นทั้งกับผู้บังคับบัญชา หัวหน้า เพื่อนร่วมงานหรือลูกน้อง ซึ่งการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพจะช่วยให้เกิดความร่วมมือและการช่วยเหลือซึ่งกันและกันในการทำงาน ทำให้การทำงานเป็นไปอย่างราบรื่น และมีปัญหาลดน้อยลง สำหรับการสื่อสารควรเป็นไปในทิศทางที่เป็นไปทางบวก เชิงสร้างสรรค์มากกว่าการสื่อสารทางลบ

. การแก้ไขปัญหาที่มีความซับซ้อน (Complex Problem Solving)

เนื่องจากทุกวันนี้หน่วยงานต่างๆ ถูกผลกระทบจากเทคโนโลยี ตลอดจนความหลากหลายของธุรกิจ ทำให้ปัญหาที่เกิดขึ้นมีความแตกต่างไปจากอดีตและมีความซับซ้อนมากขึ้น ทำให้ทักษะการแก้ไขปัญหาที่มีความซับซ้อนถูกพูดถึงกันอยู่ไม่น้อย โดยทักษะนี้ต้องอาศัยหลายทักษะย่อย ๆ ไม่ว่าจะเป็น การเก็บข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูล ระบุปัญหาและความต้องการของผู้ใช้บริการหรือลูกค้า อาศัยความเข้าใจในการเชื่อมโยง และใช้ความสามารถในการอ่านบริบทของธุรกิจ หน่วยงาน ตลอดจนต้องสร้างสรรค์วิธีแก้ไขปัญหาในรูปแบบต่างๆ ตามแต่ละสถานการณ์แล้วตัดสินใจแก้ปัญหาได้อย่างเหมาะสม เพื่อนำมาซึ่งผลสำเร็จของการแก้ไขปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในภายหน้าได้ เรียกว่า เป็นการแก้ปัญหาในปัจจุบันให้ได้ก่อน เพื่อเป็นการป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในอนาคต

. การคิดเชิงวิเคราะห์และเลือกตัดสินใจ (Critical Thinking and Decision-making)

ยุคแห่งข้อมูลมหาศาลที่รอให้ได้เข้าไปขุดค้นออกมา หรือ Big Data กำลังเป็นที่พูดถึงกันมากขึ้นเรื่อยๆ ทักษะการคิดเชิงวิเคราะห์ด้วยเหตุผลจะช่วยให้เราสามารถย่อยข้อมูลจำนวนมากได้ โดยต้องรู้จักตั้งคำถามเชิงวิเคราะห์ สังเคราะห์ ตีความ และแยกแยะข้อมูล เพื่อประเมินทางเลือกและตัดสินใจ เพื่อให้หน่วยงานได้ประโยชน์สูงสุด และเกิดความผิดพลาดน้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้หรือไม่มีความผิดพลาดเลย ซึ่งการตัดสินใจเป็นสิ่งสำคัญมากต่อการที่จะทำให้องค์ประสบความสำเร็จและเป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่ได้ตั้งเป้าหมายไว้

. การมีความคิดสร้างสรรค์ (Creativity)

ความพยายามสร้างบางอย่างที่นอกเหนือไปจากสิ่งที่คนทั่วไปมองเห็น ถือว่าเป็นทักษะที่มีคุณค่ามากที่สุดเลยก็ว่าได้ เพราะไม่มีหลักสูตรใดตายตัวในการเรียน การสอน ทักษะนี้ยังเป็นการรวมเอาหลายๆ ทักษะย่อยไว้ด้วยกัน เช่น การฝึกให้เป็นคนช่างสังเกต อยากรู้อยากเห็น และการเปิดใจกว้าง การยอมรับความคิดเห็นของคนอื่นรวมถึงการเสพข้อมูลต่าง ๆ อย่างหลากหลาย ความคิดสร้างสรรค์ในที่นี้ไม่ได้ใช้ในงานศิลปะเท่านั้น แต่เป็นการนำความคิดสร้างสรรค์มาใช้กับตนเอง และการทำงาน ไม่ว่าจะเป็นการสร้างสรรค์การทำงานหรือการบริการที่จะช่วยแก้ปัญหาให้กับผู้มาขอใช้บริการหรือลูกค้า ซึ่งหน่วยงานต่างๆ อยากได้คนที่มีทักษะนี้เข้าไปมีส่วนร่วมในการนำเอาเทคโนโลยี วิธีการทำงาน หรือแนวคิดมาใช้ในการช่วยสร้างสรรค์งานและสามารถมีความคิดใหม่ๆ เกิดขึ้น เพื่อนำมาใช้ให้กับหน่วยงานได้อีกด้วย

**********************************

ขอขอบคุณทุกท่านที่ให้เกียรติเข้ามาอ่านบันทึกนี้

บุษยมาศ  แสงเงิน

๔ เมษายน ๒๕๖๔

หมายเลขบันทึก: 689872เขียนเมื่อ 4 เมษายน 2021 15:37 น. ()แก้ไขเมื่อ 24 เมษายน 2021 11:30 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลงจำนวนที่อ่านจำนวนที่อ่าน:


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี