คิดดี พูดดี ทำดี
จะนำชีวีมีสุข....
คิดชั่ว พูดชั่ว ทำชั่ว
จะนำตัวฉิบหาย...
“ทำความดีอย่างไร ใจจึงจะเป็นสุข ?”
การทำความดี เป็นสิ่งที่ทำได้ยาก
ตรงข้ามการทำความชั่ว เป็นสิ่งที่ทำได้ง่าย
กรรมย่อมจำแนกมนุษย์และสัตว์ให้เลวหรือประณีต
ในการทำความดีนั้น คนเราทำความดีแตกต่างกันไปตามแต่จริตของ
แต่ละคน
หลักคำสอนทางพระพุทธศาสนาแม้จะมีมากถึง 84,000 พระธรรมขันธ์ก็จริง แต่เมื่อสรุปโดยย่อก็มีเพียง 3 ประการ คือ ละชั่ว ทำดี และทำใจให้ผ่องใส เท่านั้น
ในการทำความดี ถ้าเราทำดีเพื่อความดีจริง ๆ ก็จะพบแต่ความสุขใจ แต่ถ้าเราคิดจะทำความดี เพราะมีเงื่อนไขหรือเหตุปัจจัยที่ว่าจะได้อะไรจากการกระทำความดีนั้น บางครั้งก็อาจจะทำให้เกิดความทุกข์ใจได้ หรืออาจจะทำให้การทำความดีสะดุดได้ ดังนั้น นักปราชญ์ ราชบัณฑิตทั้งหลายจึงสอนเราไม่ให้ลุ่มหลงในยศฐานบรรดาศักดิ์
เพราะแต่ละคนก็จะมีโลกธรรม 8 ประการ ประจำตัวอยู่เสมอ
มีลาภ เสื่อมลาภ มียศเสื่อมยศ มีนินทา มีสรรเสริญ มีสุข
และก็มีทุกข์ เรามีบทบาทอะไรก็พยายามทำให้
ดีที่สุด งานทุกงาน คือเกียรติยศ คนทำงาน
ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เท่านั้น จะได้ชื่อว่ามีเกียรติยศ
ท่านจึงสอนเราไม่ควรทำความดีเพราะเหตุดังต่อไปนี้
1. ทำดีเพราะหิวโหยอยากให้คนเขาว่าเราดี
ท่านเปรียบไว้กับเปรต หรืออสุรกายที่กำลังหิวโหยอยากได้ส่วนบุญที่คนหรือญาติกำลังจะอุทิศส่วนกุศลไปให้ ต้องมารอคอยรอรับส่วนบุญเมื่อวันพระมาถึง แต่ถ้าไม่ได้ก็จะทุกข์ทรมานหรือไม่ก็เที่ยวหลอกหลอนคนให้กลัวก็มี
2. ทำดีเพื่ออยากได้รางวัล
ท่านเปรียบเหมือนเด็กน้อย ต้องคอยให้รางวัล ให้ดาวหรือสิ่งของเพื่ออยากให้เขาทำดีต่อ ๆ ไป ถ้าไม่ได้รางวัล ไม่ได้ดาว ก็ไม่อยากทำความดี ต้องใช้การเสริมแรงช่วย
3. ทำดีเพราะอยากได้ความรัก
จากเพศตรงข้าม
ท่านเปรียบกับชายหนุ่มที่เห็นสาวสวยอยากได้ความรักจากเธอ ก็แสร้งทำความดีต่อหน้าก็มี แต่ถ้าเผลอหรือลับหลังก็เป็นอีกแบบหนึ่ง ไม่ได้เกิดจากน้ำใสใจจริง ต้องระวังให้มากนะครับ คนเราจะเป็นคู่รักกันจริง ๆ ก็ต้องทำความดีเสมอต้นเสมอปลาย ทั้งต่อหน้าและลับหลัง
4. ทำดีเพื่อหวังยศ ตำแหน่ง
ท่านเปรียบกับคนที่อยากได้ยศ อยากได้ตำแหน่งสูงขึ้น แต่ใช้วิธีการที่ไม่บริสุทธิ์ ไม่ได้ด้วยเล่ห์ ก็เอาด้วยมนต์ ไม่ได้ด้วยมนต์ ต้องเอาด้วยกล ไม่ได้ด้วยกล ก็ต้องเอาด้วยคาถา หรือเสน่ห์ เช่น ต้องให้สินจ้าง รางวัล หรืออย่างอื่น ๆ ไม่ได้เกิดจากผลงานของตนเองแต่ประการใด
ข้อนี้ ต้องช่วยกันต่อต้าน ถ้าอยากให้คนดีจริง ๆ มีที่ยืน อย่าปล่อยให้คนชั่วลอยนวล เพราะคนไม่ดีมาครองบ้านครองเมือง ท่านว่าจะเป็นอันตรายอย่างใหญ่หลวง
5. ทำดีตามกระแส
ท่านเปรียบกับคนทำดีตามแฟชั่น หรือทำดีเอาหน้า อยากให้คนเห็นว่าเรารวย ไปกู้เงินหรือสร้างหนี้สินเพื่อทำบุญเอาหน้า ทำเอิกเกริกใหญ่โต ไม่คุ้มค่า แถมทุกข์ตามมา ไม่ควรทำ แต่ควรทำแบบอเพียง ตามฐานานุรูปจะสุขใจ
หลักการทำความดีมีสุข
พึงทำความดีโดยไม่ต้องคิดว่าเราจะได้อะไร ทำความดีโดยไม่หวังว่าจะได้อะไรนั้นแหละ ท่านจึงจะได้อะไร
หลายอย่างที่เป็นคุณงามความดีในชีวิตเรา
ต้องสร้างสมเอง เพราะมีคำภาษาถิ่นอีสานกล่าวไว้ว่า
“บุญ ๆ นี้ไม่มีการปันแจก
แยกไม่ได้ดังกับไม้ฝ่ากลาง
คือจังเฮากินเข่า เฮากินเฮากะอิ่ม
บ่แม่นไปอิ่มท้องคนพุ่นเขาบ่กิน “
อยากได้ดีต้องทำเอง
ข้อคิดการทำความดี หลวงวิจิตรวาทการ ได้ประพันธ์ไว้ว่า
"อันที่จริง คนเขา อยากให้เราดี
แต่ถ้าเด่น ขึ้นทุกที เขาหมั่นไส้
จงทำดี แต่อย่าเด่น จะเป็นภัย
ไม่มีใคร อยากเห็นเรา เด่นเกิน"
ในการทำความดี ท่านสอนไว้ว่า
ต้องอ่อนน้อมถ่อมตน อย่าเด่นมาก
เพราะ “ถ่อมตน คนรักอวดนัก คนชัง”
ชีวิตเราจะต่างกันก็ในช่วงที่เขาสวมหัวโขนให้เรา หรือตามบทละคร
แต่ชีวิต จะยั่งยืนแม้จะเปลี่ยนบทบาทฐานะ ก็ยังตรึงใจอยู่ก็ต่อเมื่อเรามีกัลยาณมิตร และจริงใจต่อกันเท่านั้น ยึดหลักการทำตนให้เป็นที่รักด้วยสังคหวัตถุ 4 คือ ทาน รู้จักเป็นผู้ให้ ปิยวาจา รู้จักพูด อัตถจริยา รู้จักบำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์ สมานัตตตา ทำตนเสมอต้นเสมอปลาย ทั้งต่อหน้าและลับหลัง หรือพูดอีกนัยหนึ่ง คือ “โอบอ้อมอารี วจีไพเราะ สงเคราะห์ผู้คน เสมอต้นเสมอปลาย”
ในการทำงานก็ให้ยึดอิทธิบาท 4 คือ ฉันทะ
พอใจ เต็มใจในงานที่เรารับผิดชอบอยู่
วิริยะ มีความพากเพียรพยายามในการทำงานนั้น
จิตตะ เอาใจใส่ต่องานที่เรากำลังทำ
หรือรับผิดชอบอยู่ วิมังสา หมั่นตรึกตรอง
หาข้อบกพร่องของงานและหาทางปรับปรุงแก้ไขให้ดียิ่งขึ้น หรือ “มีใจรัก เป็นนักสู้ รู้จักคิด พินิจพิจารณาหาข้อบกพร่องแล้วปรับปรุงแก้ไข”
ขอฝากคำกลอนไว้คิด
เมื่อเจ้ามา เจ้ามีอะไร มากับเจ้า
เจ้าจะมัว แต่สุข สนุกไฉน
เมื่อเจ้ามามือเปล่า เจ้าจะเอาอะไร
เจ้าก็ไปมือเปล่า เหมือนเจ้ามา
พรรณไม้ดอก แม้โตได้ วันละนิด
ยังความงาม พาจิตใจ ให้สดใส
ก่อนเหี่ยวแห้ง หมู่ภมร ได้ชื่นใจ
ดูดเกสร บินร่อนไป เลี้ยงรวงรัง
อันวัวควาย ตายแล้ว เหลือเขาหนัง
อันช้างตาย ยังเหลืองา เป็นศักดิ์ศรี
คนเรานี้ ตายแล้ว เหลือไว้ แต่ชั่วดี
คุณความดี ประดับไว้ ในโลกา
อันมนุษย์ เกิดมาอยู่ คู่กับโลก
มีสุขทุกข์โศก โรคภัย ตายแล้วเผา
ก่อนจะดับ ลับโลกไป
เพราะมัจจุราชมารับเอา...
ท่าน เรา และเขา ควรปลูกฝัง
ความดีไว้ ให้โลกชม...
พฤกษภกาสร อีกกุญชร อันปลดปลง
โททนต์ เสน่งคง สำคัญหมาย ในกายมี
นรชาติ วางวาย มลายสิ้น ทั้งอินทรี
สถิตทั่ว แต่ชั่วดี ประดับไว้ ในโลกา
-------------
แหล่งข้อมูล
https://goo.gl/n94m25
http://thawin09.blogspot.com/2017/
https://goo.gl/gXTvvR
https://goo.gl/DvE1ZJ

