๑,๑๘๖ ทดลองเกษียณ....

" ชีวิตราชการในช่วงสถานการณ์พิเศษ ที่ทำให้การเรียนการสอนต้องเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม คาดการณ์ไม่ถูกว่าจะไปยุติในช่วงเวลาใด ทำได้แค่เพียงเข้าใจและเข้าถึงความเป็นจริงของชีวิตในรูปแบบใหม่ วิถีใหม่..ที่ต้องยอมรับและปรับตัว..."

        ลมกรรโชกแรงตั้งแต่เช้า พาเอาความหนาวเย็นอย่างเข้มข้นเพิ่มมากขึ้น พอๆกับโรงเรียนที่เงียบเหงามากขึ้นเป็นลำดับ ครูทุกคนยกเว้นผม เดินทางไปเยี่ยมบ้านเด็ก ไปติดตาม.."การบ้าน" จากแบบฝึกหัดและใบงานที่ให้ไป ตั้งแต่เมื่อวาน

       บรรยากาศของโรงเรียนที่ไม่มีครูและนักเรียน ในวันปกติที่ไม่ใช่วันหยุดราชการแบบนี้ ผมยังไม่ชิน ผมเคยสอนหนังสือและทำเอกสาร แต่วันนี้..ยืนงงและสงสัย ทั้งเรื่องความหนาว ที่รู้สึกได้ว่าไม่ลดลง และงุนงงว่าต้องทำอะไรก่อนหลัง ในแบบที่ไม่อยากให้ตัวเองว่าง

        แต่ถึงอย่างไร..ก็ต้องมีเวลาว่างบ้าง เมื่อต้องเกษียณอายุราชการ ยังมีเวลาเหลืออีก ๒ ปีกว่าๆ ซึ่งถือว่าไม่นานเลย..ในแต่ละปีมีแต่คนพูดกันว่า..ผ่านไปอย่างรวดเร็วเหลือเกิน ดังนั้นในทุกคืนวันต่อไปนี้ คงจะเร็วแบบก้าวกระโดด วันที่เกษียณอาจจะมาถึงในแบบที่ไม่ทันตั้งตัวก็เป็นได้

        ดังนั้น..วิถีชีวิตแบบใหม่ที่ต้องตั้งหลัก ทั้งงานและชีวิตต้องคิดแบบบูรณาการ สิ่งที่กำลังผ่านเข้ามา ล้วนไม่คาดฝัน ไม่เคยพบเคยเห็น ผมจึงคิดว่า ณ วันนี้ เดือนนี้และปีนี้ หรือช่วงเวลาต่อจากนี้ไป ผมน่าจะทดลองเกษียณอายุราชการ..ทำงานที่อยากทำหรือฝึกการทำงานบางอย่างให้มากขึ้น...

        ในเมื่อโรงเรียนเป็นแหล่งเรียนรู้ เป็นทั้งโรงเรือนและฟาร์ม เป็นบ้านหลังที่สองและเป็นเหมือนโคกหนองนา มีสวนป่าและสระน้ำ ก็ถือว่าเข้าทางผมเลย..เป็นนายตัวเองเพราะอยู่คนเดียว เมื่อเหลียวซ้ายแลขวาไม่เห็นใคร ก็ต้องรีบคว้าไม้กวาด เพื่อออกกำลังวังชาให้คลายหนาว

        ลมแรง..พัดพาใบไม้จากสนามเข้าสู่อาคารเรียน ผมเก็บกวาดสะอาดเอี่ยมเรี่ยมเร้เรไร..ใบไม้ร่วงหล่นเต็มถนน ผมเก็บกวาดให้พ้นทาง วางแผนกำจัดใบไม้ครั้งใหญ่ เพราะที่รองรับสำหรับปุ๋ยหมักใบไม้ เต็มทุกจุดแล้ว

        ผมกวาดใบไม้ไปกองสุมไว้ที่ต้นไม้ใหญ่หลายต้น จากนั้นก็นำขี้วัวไปโรย ตามด้วยน้ำผสมน้ำหมักชีวภาพ เชื่อว่าอีกไม่นานใบไม้ก็จะต้องย่อยสลายกลายเป็นปุ๋ยอยู่โคนต้นไม้นั้นๆ แต่ตอนนี้รับรองได้ว่าไม่ปลิวว่อนไปไหนแน่ๆ

        ช่วงนี้..เฟื่องฟ้าเจิดจ้าท้าทายลมหนาวและแสงแดด เป็นไม้ดอกที่ผมชอบมาก ปลูกง่าย ทนแล้งและทนทานต่อทุกสภาวะ ผมถนัดในการตัดแต่งให้เป็นพุ่ม เวลาออกดอกจึงดูโดดเด่น มองเห็นแต่ไกล คิดว่าสักวัน..จะปลูกไว้ในที่ดินของตัวเอง

        หลังจากชื่นชมเฟื่องฟ้า ก็ได้เวลารดน้ำต้นไม้ ทั้งด้านหน้าและหลังอาคาร ถึงแม้ว่าอากาศจะเย็น แต่ลมหนาวที่โชยมาก็มักจะพกพาเอาความแห้งแล้งมาด้วย ผมไม่อยากให้ต้นไม้เหี่ยวเฉา เพราะเราปลูกเขาแล้ว ก็ต้องหมั่นดูแลและรับผิดชอบ...

       ครึ่งวันผ่านไป งานทุกอย่างเกือบเรียบร้อย พักเหนื่อยด้วยกาแฟร้อนๆ นั่งพักผ่อนชมอาคารที่โล่ง ร่มรื่น สะอาดตา ถ้าหลังเกษียณได้ทำไร่นาสวนผสมและแต่งบ้าน เหมือนทำที่โรงเรียน ก็น่าจะดีไม่น้อย แต่ถ้าถึงวันนั้น..หากมีใจแต่กายไม่มีเรี่ยวแรงจะทำงาน..ชีวิตจะเป็นอย่างไรหนอ...?

       

          ตอนบ่าย...อากาศยังรู้สึกเย็นๆอยู่เลย เดินเรื่อยๆไปที่ห้องดนตรี พบงานช่างที่ต้องรีบทำ และทำทันทีไม่ต้องเรียกให้ใครมาช่วย เพราะก๊อกน้ำมีน้ำไหลรินตลอดเวลา ปิดน้ำไม่ได้เพราะมันเสื่อมคุณภาพไปตามกาลเวลา ผมเปลี่ยนได้เพราะเคยทำเองมาหลายครั้งแล้ว 

        วันนี้..ก็เท่ากับได้ทบทวนและฝึกทักษะการทำงานคนเดียว อยู่กับตัวเองในท่ามกลางความเงียบสงบ เหมือนได้ปลีกวิเวกและเหมือนกับว่า..ได้ค้นพบชีวิตหลังเกษียณ ว่าจะต้องสัมผัสพบเจอกับอะไรบ้าง? 

         ช่วงเย็นก่อนกลับบ้าน ทำงานที่อยากทำมาหลายวันแล้ว ผมลงมือพรวนดินแล้วโรยเมล็ดกวางตุ้ง จากนั้นก็คลุมด้วยฟาง รอไปอีก ๗ วัน เพื่อให้เกิดลูกกวางตุ้งบนแปลงเพาะเมล็ด ถ้าได้ผลก็จะแยกไปปลูกที่แปลงอื่นๆต่อไป

    ชีวิตราชการในช่วงสถานการณ์พิเศษ ที่ทำให้การเรียนการสอนต้องเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม คาดการณ์ไม่ถูกว่าจะไปยุติในช่วงเวลาใด ทำได้แค่เพียงเข้าใจและเข้าถึงความเป็นจริงของชีวิตในรูปแบบใหม่ วิถีใหม่..ที่ต้องยอมรับและปรับตัว...

    ผมเองก็เริ่มแล้วที่จะค่อยๆปรับตัว เพื่อเตรียมตัวเตรียมใจ ช่วงวัยใกล้เกษียณ..การเริ่มต้นทดลองเกษียณ ก็เท่ากับการทำงานอย่างมีสติ ไม่ประมาท ไม่พลั้งเผลอไปกับลาภ ยศ สรรเสริญและความสุขทั้งปวง

ชยันต์  เพชรศรีจันทร์

๑๒  มกราคม  ๒๕๖๔

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เรื่องเล่า....จากโรงเรียนเล็ก



ความเห็น (1)

ความหนาว ความเหงาอาจทำให้เศร้าได้ ทุกสิ่งเกิดขึ้นดีเสมอ

ถึงเวลาที่โลกมา set ระบบให้มนุษย์สนใจธรรมชาติให้มากขึ้น

ถึงเวลาที่ทุกคนต้องสนใจ มีวินัยใส่ใจตนเองและคนรอบข้าง ใครทำไม่ได้อาจต้องจากไปค่ะ