การพัฒนาไปสู่มหาวิทยาลัยในกำกับรัฐบาล แนวคิดและประสบการณ์ของพระจอมเกล้าธนบุรี ๘

  ติดต่อ

  ไม่ใช่ความจงใจของผู้หนึ่งผู้ใดที่จะทำให้เกิดแรงเสียดทานนี้ เป็นเรื่องลักษณะวิธีปฏิบัติและ mindset ของระบบราชการที่ไม่รู้จักสิ่งที่เรียกว่า"องค์กรหรือหน่วยงานในกำกับรัฐบาล" ระบบของรัฐรู้จักเฉพาะส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจ เมื่อต้องมาพบกับหน่วยงานในกำกับรัฐบาลก็จะปฏิเสธที่จะคิดต่อไป ให้เหตุผลหรืออ้างว่าระเบียบไม่ได้ครอบคลุมถึงหน่วยงานในกำกับรัฐบาล และก็หยุดอยู่เพียงแค่นั้น  

ความยากลำบากและแรงเสียดทาน
งบประมาณเพื่อการเปลี่ยนสภาพ

          มจธ. เกิดขึ้นในสมัยที่เมืองไทยประสบปัญหาเศรษฐกิจอย่างรุนแรงรัฐบาลและระบบราชการมีปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจที่ต้องแก้ไข การอุดมศึกษาซึ่งมีความสำคัญต่ำอยู่แล้วก็ย่อมสำคัญลดลง ต่างกับสภาพเศรษฐกิจและการเมืองเมื่อเกิด มทส. และมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ซึ่งเกิดขึ้นในสมัยบ้านเมืองมีเศรษฐกิจที่ดี รัฐลงทุนและชี้นำแก่ระบบราชการได้มาก

          มจธ.มีความยากยิ่งที่จะต้องเจรจากับรัฐบาลให้มีนโยบายชัดเจนและสั่งการกับหน่วยงานปฏิบัติให้มีการจัดงบประมาณหมวดเงินเดือนให้เพิ่มเติม โดยส่วนหนึ่งเป็นการเพิ่มเงินเดือนเพื่อชดเชยความเสี่ยงจากการเปลี่ยนสภาพข้าราชการซึ่งถูกจ้างตลอดชีวิตมาเป็นสภาพพนักงานที่มีสัญญาจ้าง อีกส่วนหนึ่งเป็นเงิน สวัสดิการทุกประเภท และเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

          ปกติรัฐจะต้องจ่ายเงินทั้งสองส่วนนี้อยู่แล้วจากงบกลาง ส่วนราชการไม่เห็นและไม่มีตัวเลขค่าใช้จ่ายนี้ จึงคิดกันแต่เพียงว่างบประมาณที่ขอจัดสรรเพิ่มนี้เอาไปเพิ่มเงินเดือนทั้งหมด

          นายกสภา มจธ. (เมื่อเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับ)คือ คุณพารณ อิสรเสนา ณ อยุธยา อาจารย์หริส ในฐานะอุปนายกสภาและผมในฐานะอธิการบดีมหาวิทยาลัยในกำกับคนแรก ต้องชี้แจงกับฯพณฯนายก รัฐมนตรีนายชวน หลีกภัย รัฐมนตรีว่าการทบวงมหาวิทยาลัย รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง และหน่วยงานต่างๆหลายครั้งในช่วงเวลาถึง 17 เดือนหลังการเปลี่ยนสภาพของ มจธ. รวมทั้งมหาวิทยาลัยต้อง simulate ค่าใช้จ่ายบุคคลที่จะเกิดขึ้นในอนาคตภายใต้ภาพฉายต่างๆ ชี้แจงกันหลายครั้งหลายครา จึงมีข้อยุติเรื่องหลักเกณฑ์เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2542 ทั้งที่นายกสภา มจธ. เป็นผู้ที่นายกรัฐมนตรีให้การยอมรับอย่างสูง ผู้ที่เราจะต้องขอบคุณคือ ฯพณฯนายกรัฐมนตรี  ฯพณฯรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีซึ่งรับผิดชอบรื่องมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐบาลและ ฯพณฯรัฐมนตรีว่าการทบวงมหาวิทยาลัย นายประจวบ ไชยสาสน์

          กล่าวโดยสรุป ค่าใช้จ่ายบุคคลเป็นเรื่องที่หน่วยงานรัฐบาลเป็นห่วงเป็นความเป็นห่วงที่มี เหตุผลในสภาพวิกฤติเศรษฐกิจและ track record ที่ไม่ดีของข้าราชการจำนวนมาก มจธ.ได้เงินเพิ่มค่าใช้จ่ายบุคคลภายใต้เงื่อนไข"ความสามารถของรัฐที่จ่ายเงินให้ได้ (Ability to Pay)" มากกว่าวงเงินที่ควรจะเป็น ท่านนายกสภา มจธ.ให้พวกเราตัดใจว่า ไม่สมควรไปตอแยรัฐบาลเพื่อขอเงินเพิ่มอีก เพราะรัฐบาลไม่มีเงินให้แล้ว ประเทศไทยยากจน ขอให้พวกเราสร้างมหาวิทยาลัยให้เข้มแข็งเปลี่ยนปัญญาและความรู้เป็นเงินมาสนับสนุนมหาวิทยาลัยเพิ่มขึ้นจะดีกว่า

หน่วยงานรัฐไม่รู้จักหน่วยงานในกำกับรัฐบาล
          หลังจากเปลี่ยนสภาพเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับรัฐบาลในเดือนมีนาคม 2541 มจธ.พบแรงเสียดทานจากระบบราชการเป็นระยะๆ ไม่ใช่ความจงใจของผู้หนึ่งผู้ใดที่จะทำให้เกิดแรงเสียดทานนี้ เป็นเรื่องลักษณะวิธีปฏิบัติและ mindset ของระบบราชการที่ไม่รู้จักสิ่งที่เรียกว่า"องค์กรหรือหน่วยงานในกำกับรัฐบาล" ระบบของรัฐรู้จักเฉพาะส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจ เมื่อต้องมาพบกับหน่วยงานในกำกับรัฐบาลก็จะปฏิเสธที่จะคิดต่อไป ให้เหตุผลหรืออ้างว่าระเบียบไม่ได้ครอบคลุมถึงหน่วยงานในกำกับรัฐบาล และก็หยุดอยู่เพียงแค่นั้น ปัจจุบันมีองค์กรมหาชนเกิดขึ้นมากขึ้น ซึ่งมีลักษณะใกล้เคียงกับหน่วยงานในกำกับรัฐบาล ความเข้าใจจึงควรจะเพิ่มขึ้น ตัวอย่างของแรงเสียดทานที่พบได้แก่พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ ประมวลรัษฎากร ระเบียบกรมตำรวจว่าด้วยการประกันบุคคล การชดใช้ทุนรัฐบาลของข้าราชการเมื่อเปลี่ยนสภาพเป็นพนักงานในหน่วยงานในกำกับ กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ การขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์เป็นต้น

            แรงเสียดทานนี้โผล่ขึ้นเป็นระยะๆ เหมือนเดินไปแล้วก็พบตอไม้ทำให้สะดุดหรือเหมือนหนามที่คอยทิ่มตำ ต้องอดทนแก้ไปทีละเปลาะ อะไรที่แก้ไม่ได้ก็อดทนไว้ก่อน ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2541 รัฐบาลพยายามตั้งคณะกรรมการที่มีรัฐมนตรี ผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ช่วยขุดตอหรือริดหนามเหล่านี้ทิ้ง แต่ความไม่ต่อเนื่องของรัฐมนตรี ทำให้การเปลี่ยนแปลงเป็นไปได้ช้ามาก 

วิชชาและอวิชชาเรื่องมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐบาล
           นับตั้งแต่ผมเป็นอธิการบดีมาประมาณ 4 ปี ได้ไปบรรยายรวมทั้งมีคณะบุคคลมาขอทราบเรื่องการดำเนินงานมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐอาจจะถึงร้อยครั้ง มีคำถามที่เกิดขึ้นซ้ำและต้องตอบซ้ำ ๆ เกี่ยวกับความหมายของมหาวิทยาลัยในกำกับรัฐบาล นอกจากนั้นเวลาพบผู้คนในสังคมทั้งข้าราชการ นักธุรกิจ ผู้ปกครอง นักเรียนประชาชนทั่วไป รวมถึงนักการเมือง ก็พบว่ายังมีความไม่เข้าใจเรื่องมหาวิทยาลัยในกำกับรัฐบาลกันอยู่

           Autonomy ของมหาวิทยาลัยในกำกับหมายถึงอะไร Autonomy ไม่ได้หมายความว่าเป็นอิสระ (independence) ทำอะไรได้ตามใจชอบ

           Autonomy ไม่ได้หมายความว่าไม่ต้องฟังรัฐบาล

           Autonomy ไม่ได้หมายความว่าไม่ได้ถูกกำกับตรวจสอบโดยกลไกของรัฐ

           รัฐให้มหาวิทยาลัยดูแลเรื่องภายในได้เบ็ดเสร็จสามเรื่องคือ

  • วิชาการ(เช่นหลักสูตร หน่วยงาน)
  • ระบบบุคคล(การวางระบบ การได้มา เงินเดือนและการตอบแทน สิทธิประโยชน์) และ
  • การเงินทรัพย์สิน (การพัสดุ การบริหารงบประมาณ)

           รัฐยังกำหนดทิศทางและกำกับตรวจสอบ มหาวิทยาลัยต้องตอบสนองนโยบายของรัฐบาลและของรัฐมนตรีว่าการทบวงมหาวิทยาลัยนอกจากนั้น สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินยังตรวจสอบการใช้จ่ายเงินและทรัพย์สินของมหาวิทยาลัย อีกประการหนึ่ง ในกรณีของมจธ. รัฐมนตรีว่าการทบวงมหาวิทยาลัยแต่งตั้งกรรมการสภาผู้ทรงคุณวุฒิ 2 ท่าน

 

ติดตาม อวิชชาที่ต้องปรับเพื่อให้เกิดวิชชา   ตอนต่อไป....

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ธนารุณ บอก...Dhanarun's Blog

หมายเลขบันทึก: 68809, เขียน: , แก้ไข, 2012-02-11 16:49:00+07:00 +07 Asia/Bangkok, สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 4, อ่าน: คลิก

คำสำคัญ (Tags) #การออกนอกระบบ#พระจอมเกล้าธนบุรี#มหาวิทยาลัยในกำกับ

บันทึกล่าสุด 

ความเห็น (4)

JJ
เขียนเมื่อ 

 Happy New Year 2007 เรียนท่านคณบดี

 ประเด็น ความขัดแย้ง "นอก ใน ระบบ ระบอบ"

 เป็นเรื่องของ "การจัดการความไม่รู้ ของคนที่รู้ และ คนที่ไม่รู้"

 นักศึกษา นิสิต เข้ามาแล้วออกไป ปรับเปลี่ยนหมุนเวียน วนเวียนไปวนเวียนมา พาเริ่มต้นใหม่

 น่าเห็นใจครับ



เป็นกรณีการจัดการความรู้ ระดับประเทศ ที่หินจริงๆ นะคะ
  • หน่วยงานรัฐไม่รู้จักหน่วยงานในกำกับรัฐบาล
              หลังจากเปลี่ยนสภาพเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับรัฐบาลในเดือนมีนาคม 2541 มจธ.พบแรงเสียดทานจากระบบราชการเป็นระยะๆ ไม่ใช่ความจงใจของผู้หนึ่งผู้ใดที่จะทำให้เกิดแรงเสียดทานนี้ เป็นเรื่องลักษณะวิธีปฏิบัติและ mindset ของระบบราชการที่ไม่รู้จักสิ่งที่เรียกว่า"องค์กรหรือหน่วยงานในกำกับรัฐบาล" ระบบของรัฐรู้จักเฉพาะส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจ เมื่อต้องมาพบกับหน่วยงานในกำกับรัฐบาลก็จะปฏิเสธที่จะคิดต่อไป ให้เหตุผลหรืออ้างว่าระเบียบไม่ได้ครอบคลุมถึงหน่วยงานในกำกับรัฐบาล และก็หยุดอยู่เพียงแค่นั้น ปัจจุบันมีองค์กรมหาชนเกิดขึ้นมากขึ้น ซึ่งมีลักษณะใกล้เคียงกับหน่วยงานในกำกับรัฐบาล ความเข้าใจจึงควรจะเพิ่มขึ้น ตัวอย่างของแรงเสียดทานที่พบได้แก่พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ ประมวลรัษฎากร ระเบียบกรมตำรวจว่าด้วยการประกันบุคคล การชดใช้ทุนรัฐบาลของข้าราชการเมื่อเปลี่ยนสภาพเป็นพนักงานในหน่วยงานในกำกับ กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ การขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์เป็น
  • น่าจะมีคำตอบบ้างแล้วนะครับ มุมมองมหาวิทยาลัยนเรศวร :
    ปัจจุบันสู่อนาคต กรณีเป็นมหาวิทยาลัยของรัฐที่ไม่เป็นส่วนราชการ (มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ)

อ.หนึ่งคะ

     เรื่องของ Mind set หรือ Mental Model นี่เป็นเรื่องแก้ยาก โดยเฉพาะกับผู้ที่ทำงานเรื่องเงินๆ ทองๆ เพราะใครๆ ก็ต้องกลัวเข้าตารางถ้าทำผิดกฎผิดระเบียบ (ในระบบราชการ)  ดิฉันเข้าใจข้อนี้ดี

      ดังนั้น...เราคงมีอิสระ และมีความคิดสร้างสรรค์กันมากขึ้น ถ้าเราสามารถปลดปล่อยพันธการแห่งกฎระเบียบที่รัดตัวจนหายใจไม่ออกได้  หมายความว่า ...ถ้า...เราออกนอกระบบ (ราชการ)

     และถ้ากลัวว่าจะหนีเสือปะจระเข้  (ออกนอกระบบแล้ว ก็อีหรอบเดิม) เราคงต้องใส่ใจในทุกขั้นตอนของระบบใหม่  โดยเฉพาะเรื่องสภามหาวิทยาลัย