กิจกรรมบำบัดกับการเอาชีวิตรอดของคุณยาย



Community survivors and Learning skills 

                จากการเรียนรู้วิชา กิจวัตรประจำวันและการฟื้นฟูสมรรถภาพ (PTOT 232) ฉันได้สัมภาษณ์คุณยาย (ท่านเป็นแม่บ้านที่ทำงานให้ครอบครัวฉันตั้งแต่แม่ยังสาวจึงไม่มีความเกี่ยวข้องกันทางสายเลือด แต่ท่านเลี้ยงฉันตั้งแต่เกิดจึงสนิทสนมมาก) ท่านเล่าถึงเหตุการณ์และประสบการณ์ในอดีตที่เป็นปัญหาจนส่งผลกระทบต่อกิจกรรมในชีวิตประจำวัน คุณยายได้เล่าเหตุการณ์ชีวิตมาให้ฟังถึง 2 เรื่องทั้งปัญหาทางด้านร่างกายและจิตใจและนั่นก็ทำให้ฉันได้เห็นทั้งวิธีการคิดและปรับตัวต่อสิ่งที่เจอของตัวคุณยายเองที่เป็น Community survivors and Learning skills ในทางกิจกรรมบำบัดรวมถึงปัจจัยภายนอกที่เป็นส่วนเกี่ยวข้องสำคัญที่ทำให้คุณยายข้ามผ่านเหตุการณ์มาได้

ปัญหาทางด้านจิตใจ                        

                  กลับไปในช่วงตอนที่คุณยายอายุประมาณ 20 ปี คุณยายเป็นคนจังหวัดอุบลราชธานีอาศัยอยู่กับคุณพ่อคนเดียวเพราะแม่เสียไปตั้งแต่ยังเด็ก คุณยายได้แต่งงานกับผู้ชายคนหนึ่งที่มีฐานะร่ำรวยจนมีลูกสาวด้วยกัน 1 คน แต่มาวันหนึ่งก็ได้หย่าร้างกันสาเหตุจากปัญหาทางด้านการเงินที่คุณยายทำงานให้กับทางบ้านสามีแต่ไม่ได้รับการแบ่งเงินที่เท่าเทียมรวมถึงแม่ยายของสามีที่ไม่ชอบคุณยายด้วยฐานะที่ต่างกันเกินไป คุณยายเลยต้องย้ายกลับมาอยู่บ้านกับพ่อโดยมีแค่เงินเก็บติดตัวที่ทำงานไว้ตอนเด็กกับค่าสินสอดและพึ่งรู้ว่าตัวเองได้ตั้งครรภ์ลูกชายคนที่ 2 คุณยายบอกตอนนั้นเครียดมาก มืดแปดด้านเลย เสียใจจนกินข้าวไม่ลงนอนก็ไม่หลับ พอลูกชายคนเล็กคลอดมา ร่างกายไม่แข็งแรงต้องพาไปโรงพยาบาลบ่อยจึงต้องใช้เงินมากขึ้นไปอีก คุณยายเล่าเพิ่มเติมด้วยว่ามีช่วงที่สามีเก่ามาขอคืนดีแต่ยายก็ปฏิเสธไปเพราะไม่อยากโดนแม่สามีดูถูกอีกแล้ว จากนั้นคุณยายก็คิดได้ว่าไม่ควรจมอยู่กับความเศร้านานเพราะต้องเลี้ยงตัวเองกับลูกอีกสองคนด้วยตัวเอง คุณยายบอกช่วงนั้นจึงรีบทำงานหาเงินหนักมากจนไม่มีเวลาไปคิดเรื่องอื่นเลย หาทำไร่ ทำนา ทอผ้าขายกับเพื่อนทั้งวันทั้งคืน อาหารก็ไม่ได้ซื้อหาผักหาปลาแถวนั้นกินเอง คุณยายทำงานหาเงินมาตั้งแต่เด็กแล้วขณะที่เด็กคนอื่นเรียนหนังสือกัน คุณยายบอกว่าอย่างน้อยการทำในส่วนนี้ก็เป็นแต้มต่อของการใช้ชีวิตแม้จะไม่มีความรู้แต่ก็เอาตัวรอดได้ จนรู้ตัวอีกทีก็ผ่านมันมาได้แล้ว อีกทั้งยังมีคุณพ่อและลูกสาวคนโตที่คอยทำงานช่วยเหลืออีกด้วย

ปัญหาทางด้านร่างกาย

                   ปี พ.ศ. 2551 ช่วงวัย 53 ที่คุณยายได้มาทำงานให้กับบ้านฉันที่กรุงเทพแล้วดวงตาของคุณยายได้เกิดต้อกระจกทั้งสองข้างในเวลาไล่เรี่ยกัน ยายบอกช่วงแรกก็ไม่เป็นอะไรจนมันเริ่มลามเต็มดวงก็ส่งผลกระทบต่อการทำกิจกรรมมาก ยายทำงานบ้านไม่ค่อยถนัด มองสิ่งที่อยู่ไกลไม่ได้ หาของไม่ค่อยเจอ เดินชนกำแพงและประตูอยู่บ่อยครั้ง ตอนกินข้าวก็หกบ่อยเพราะกะระยะไม่ถูก จนแม่ฉันต้องพาไปหาหมอเพื่อตรวจตา ตอนแรกที่คุณยายรู้ว่าเป็นต้อคือตกใจ กลัวตัวเองจะตาบอด กังวลมากว่าจะทำงานบ้านให้แม่ไม่ได้และโดนไล่ออก แต่แม่ก็ปลอบและบอกให้ยายไปผ่าตัดก่อน ช่วงนั้นยายก็ใช้สิทธิบัตร 30 บาทจึงต้องกลับไปผ่าที่โรงพยาบาลบ้านเกิด ยายบอกตอนผ่าตัดตื่นเต้นมาก เจ็บและกลัวการผ่าตัดผิดพลาดด้วยเพราะนี่เป็นการเข้าโรงพยาบาลอย่างจริงจังครั้งแรก ก่อนหน้านี้ป่วยก็ปล่อยให้หายเองตลอด พอผ่าตัดเสร็จหมอก็ให้ยายพักฟื้น ห้ามทำงานเป็นเวลา 3 เดือน ตอนนั้นยายบอกกินยากินข้าวแล้วก็นอนอย่างเดียวเลยน่าเบื่อมาก รู้สึกเครียดตอนไม่มีอะไรทำเพราะปกติต้องทำงานตลอดเวลา สระผมเองก็ลำบากต้องให้ลูกช่วยเพราะห้ามน้ำเข้าตา แม้จะไม่ชอบแต่ก็ต้องปฏิบัติตามคำสั่งคุณหมออย่างเคร่งครัดเพราะกลัวตาจะบอด ปัจจุบันดวงตายายมองเห็นชัดมากโดยไม่ต้องใส่แว่นเลย ยายบอกผ่านมาได้เพราะโชคดีเลยมีแม่ของฉันแล้วก็ลูกยายคอยช่วยเหลือทั้งด้านงานและการเงินอีกทั้งยังสร้างความมั่นใจให้ในตอนที่กังวล

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ห้องเรียนกิจกรรมบำบัดของฉัน



ความเห็น (0)