อันวัวควายตายแล้วเหลือเขาหนัง อันวัวควาย ตายแล้ว เหลือเขาหนัง อันช้างตายยัง เหลืองา เป็นศักดิ์ศรี คนเรานี้ตายแล้ว เหลือไว้ แต่ชั่วดี คุณความมดี ประดับไว้ ในโลกา เมื่อเจ้ามา เจ้ามีอะไร มากับเจ้า เจ้าจะมัว โลภมาก ไปถึงไหน เวลาตาย ไม่เห็น เอาอะไรไป ติดตามได้ แต่บาปบุญ ของคุณเอง พรรณไม้ดอกแม้โตได้วันละนิด ยังความงามพาจิตใจให้สดใส ก่อนเหี่ยวแห้งหมู่ภมรได้ชื่นใจ ดูดเกสรบินร่อนไปเลี้ยงรวงรัง อันมนุษย์ เกิดมาอยู่ คู่กับโลก มีสุขทุกข์โศก โรคภัย ตายแล้วเผา ก่อนจะดับ ลับโลกไป เพราะมัจจุราชมารับเอา ท่าน เราและเขา ควรปลูกฝังความดีไว้ ให้โลกชม




<p>ใช้ชีวิตหลังเกษียณอย่างไรจึงจะมีความสุข ?</p><p>ดร.ถวิล อรัญเวศ</p><p>   ชีวิตหลังเกษียณอายุราชการ หรือหยุดการทำงานแล้ว
จะทำอย่างไร จึงจะทำให้ชีวิตมีความสุข ไม่เซ็ง เพราะเมื่อเรา
เกษียณแล้ว เราก็จะอยู่ที่บ้านไม่ได้ไปทำงาน เพราะเราถูกถอดยศ
ถูกถอดตำแหน่ง ถูกถอดหัวโขนแล้ว เป็นช่วงชีวิตที่เขาให้เรามาพักผ่อนหลังจากที่ได้ทำงานมาแล้วจนอายุ 60 ปี
     ชีวิตวันเกษียณ ถือว่าเป็นอายุที่ย่างเข้าวัยชรา หลังจากนี้ก็วัดกันด้วยบุญญาบารมี ใครจะกลับบ้านเก่าก่อนกัน เพราะโดยปกติคนเราจะมีอายุอยู่ได้อีกไม่นานหลังจากเมื่ออายุได้ 60 ปีแล้ว เว้นเสียแต่ว่าคนที่รู้จักดูแลสุขภาพตนเองให้ดีเท่านั้น
</p><p>
การใช้ชีวิตในวัยเกษียณที่มีความสุข
</p><p>         การใช้ชีวิตในวัยเกษียณที่มีความสุขนั้น หลายคนอาจจะคิดแตกต่างกันไป เช่น บางคนบอกว่าจะท่องเที่ยวไปในที่ต่าง ๆ ค่ำไหนนอนนั้น บางคนบอกว่าจะไปชมความงามทางธรรมชาติ เที่ยวทะเล พักผ่อนกายา บางคนบอกว่าจะไปท่องโลกบนจักรวาล ไปให้ไกลเท่าที่จะไปได้ (เท่าที่มีเงินพาไป)</p><p>         อย่างไรก็ตาม การใช้ชีวิตวัยเกษียณจะมีความสุข ท่านให้แนวคิดไว้หลายแนวคิด จะขอยกมาพอเป็นตัวอย่าง เช่น</p><p>1. มองโลกในแง่ดี</p><p>     ให้มองชีวิตว่า เมื่อเลิกทำงานแล้ว เราจะได้มีเวลาทำสิ่งที่อยากทำ ที่ไม่ได้ทำเมื่อช่วงทำงาน เช่น นัดสังสรรค์กับเพื่อนตามสภากาแฟเพื่อจะได้สังสรรค์ พูดคุยกับเพื่อนๆ ที่อยู่ในวัยเกษียณเหมือนกัน ชีวิตจะได้ไม่
เหงาหงอย ไปออกกำลังกายตามสวนสาธารณะบ้าบ ปั่นจักรยานไปเที่ยวกินลมชมวิวบ้าง แต่ต้องระมัดระวังความปลอดภัยด้วย เพราะ รถยนต์อาจจะวิ่งเร็วในถนนเปลี่ยวๆ มองซ้าย แลขวาให้ดีก่อนค่อยปั่นไป
</p><p>
2. มีการดูแลสุขภาพกาย สุขภาพใจ
</p><p>     ช่วงทำงานเราอาจจะไม่มีเวลาออกกำลังกาย เพราะเราไปทำงาน
กลับบ้านก็ค่ำแล้ว แต่เมื่อเราเกษียณแล้ว เราไม่ได้ไปทำงาน คงจะมีเวลาดูแลชีวิตได้ดีมากขึ้น นับตั้งแต่การออกกำลังกาย ดูแลเรื่องอาหารการกินเพื่อร่างกายจะได้ไม่เจ็บไข้ เสียเงินไปกับการรักษา การออกกำลังกายยังเป็นการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ และสามารถมีสังคมใหม่ๆ ช่วยให้คลายเหงาได้ด้วยการไปออกกำลังกายกับเพื่อนๆ ตามสวนสาธารณะ ไปรับลมชมวิว ร้องเพลงคาราโอเกะตามสมควร ฟังเทศน์ ฟังธรรมะตามกาลอันควร
</p><p>หรือว่ามีจิตสาธารณะในการถ่ายทอดองค์ความรู้ทางสื่อสังคมออนไลน์
ต่าบ ๆ เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน หรือ PLC
</p><p>3. ไปกราบไหว้พระชมความงามธรรมชาติ</p><p>    ควรมีเวลานัดเพื่อนวัยเดียวกันได้ไปพักผ่อนหย่อนใจ ไปกราบไหว้พระเก้าวัด ชม ความงามธรรมชาติ อุทยาน สวนสาธารณะ  โบราณวัตถุ
โบราณสถานบ้าง ชมความงามธรรมชาติบ้าง สุดแท้แต่จะมีเวลาอำนวย่ให้
หรือยังมีสุขภาพแข็งแรงดี พอจะไปพักผ่อนหย่อนใจได้
</p><p>4. นำศาสตร์พระราชามาใช้</p><p>     การนำศาสตร์พรพราชามาใช้ ก็คือ การใช้ชีวิตแบบพอเพียง พอประมาณ มีเหตุผล การทำกิจกรรมเพื่อลดรายจ่าย เช่น
การปลูกผักสวนครัว รั้วกินได้ เลี้ยงไก่พื้นเมือง ทำไร่นาสวนผสม
แต่เราทำแบบพอเพียง ไม่ดิ้นรนจนเกินไป เพราะเขาให้เรามาพักผ่อน ทำงานน้อยลง แต่ใช้เวลาดูแลตนเองให้มากขึ้น ทำเพื่อมีกิจรรมแต่
</p><p>ไม่ใช่ธุรกิจใหญ่โต หรือใครยังมีสุขภาพร่างกายแข็งแรงดี ก็อาจจะทำ</p><p>ก็ได้ตามแต่เราชอบ</p><p>5. จับจ่ายใช้สอยเงินอย่างประหยัด</p><p>      การเงินวัยเกษียณ จะได้รับเงินลดลง เพราะเงินวิทยฐานะก็จะไม่ได้รับ ค่าตอบแทนก็ไม่มี เพราะเงินวิทยฐานะและค่าตอบแทนไม่ใช่เงินเดือน
ตอนเกษียณจะไม่ได้รับเงินส่วนนี้ ดังนั้น การเงินก็จะลดจำนวนลง จำต้องมีการใช้จ่ายเงินอย่างประหยัด ยิ่งถ้าคุณไม่ใช่คนทำงานที่มีเงินบำเหน็จ บำนาญ หรือเงินก้อนโตเมื่อเกษียณมาแล้ว ต้องรู้จักประหยัดมัธยัสถ์ให้มาก เตรียมส่งถ่ายและสอนงานให้กับทายาทรุ่นต่อไป เพื่อเขาเหล่านั้นจะได้แบบอย่างจากเรา และความรู้ก็ไม่ตายไปกับเรา แต่จะยังคงอยู่กับลูกหลาน โหลน เหลน
</p><p>6. ยืนหยัดในคุณธรรม</p><p>    คนผู้เกษียณแล้ว คงจะมีเวลาสอนลูกหลานมากขึ้น ควรปลูกฝังถึง
ความกตัญญู ความรู้รัก ซึ่งเราต้องทำให้เป็นแบบอย่างด้วย คือการเลี้ยงดู
+พ่อแม่ของเราให้ดี แล้วทายาทลูกหลานของเราก็จะประพฤติปฏิบัติตาม ควรหมั่นให้การศึกษาแก่ลูกหลานเพื่อเขาจะได้บริหารการเงินของเขาให้งอกเงย จะได้ไม่มาเบียดเบียนเงินทองของรุ่นพ่อแม่
</p><p>7. น้อมนำการรู้จักปล่อยวาง</p><p>      วัยเกษียณ จะสุขได้ ถ้าใจมีสุข รู้จัก ปล่อยวาง ดังคำที่ว่า “ทุกข์อยู่ที่ถือ สุขอยู่ที่การรู้จักปล่อยวาง” จึงควรหาเวลาพิจารณาให้รู้แก่นแท้ของ หลักธรรม บริกรรม พุทฺโธ หรือสัมมา อรหัง เข้าใจสัจธรรมชีวิตและปรับตัวให้ได้</p><p>8. สร้างคุณงามความดีไว้ให้มาก</p><p>       มีจิตอาสา ทำคุณประโยชน์ให้กับหมู่บ้าน ชุมชน วัด เพราะวัยเกษียณคงมีเวลาทำประโยชน์ได้มากกว่าตอนที่เรายังไม่เกษียณ และจะได้ทำประโยชน์ ไว้กับโลกในขณะยังมีชีวิตอยู่ ขอฝากคำกลอน</p><p>     “พฤษภกาสร อีกกุญชร อันปลดปลง </p><p>     โททนต์ เสน่งคง สำคัญหมาย ในกายมี </p><p>     นรชาติวางวาย มลายสิ้นทั้งอินทรีย์ </p><p>     สถิตทั่วแต่ชั่วดี ประดับไว้ในโลกา”</p><p>ถอดความได้ว่า</p><p>      วัวควายและช้าง เมื่อตายลงแล้วมีฟัน และเขาทั้งสองข้างเหลืออยู่
ส่วนมนุษย์ เมื่อตาย ทุกสิ่งในร่างกายสิ้นไป คงเหลือแต่ความชั่ว หรือความดี คงอยู่ในโลก
</p><p>      (สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส : กฤษณาสอนน้องคำฉันท์)</p><p>ฝากคำกลอนให้คิด</p><p>อันวัวควายตายแล้วเหลือเขาหนัง</p><p>อันวัวควาย ตายแล้ว เหลือเขาหนัง</p><p>อันช้างตายยัง เหลืองา เป็นศักดิ์ศรี</p><p>คนเรานี้ตายแล้ว เหลือไว้ แต่ชั่วดี</p><p>คุณความมดี ประดับไว้ ในโลกา</p><p>เมื่อเจ้ามา เจ้ามีอะไร มากับเจ้า</p><p>เจ้าจะมัว โลภมาก ไปถึงไหน</p><p>เวลาตาย ไม่เห็น เอาอะไรไป</p><p>ติดตามได้ แต่บาปบุญ ของคุณเอง</p><p>พรรณไม้ดอกแม้โตได้วันละนิด</p><p>ยังความงามพาจิตใจให้สดใส</p><p>ก่อนเหี่ยวแห้งหมู่ภมรได้ชื่นใจ</p><p>ดูดเกสรบินร่อนไปเลี้ยงรวงรัง</p><p>อันมนุษย์ เกิดมาอยู่ คู่กับโลก</p><p>มีสุขทุกข์โศก โรคภัย ตายแล้วเผา</p><p>ก่อนจะดับ ลับโลกไป เพราะมัจจุราชมารับเอา</p><p>ท่าน เราและเขา ควรปลูกฝังความดีไว้ ให้โลกชม</p><p>https://www.blogger.com/blog/posts/8925517559051720414</p><p>https://www.blogger.com/blog/posts/8925517559051720414</p><p>https://www.blogger.com/blog/p…</p>