บ้านเหล่า เดิมมักจะเรียกบ้านของตนเองว่า บ้านเหล่าเตาถ่าน เพราะว่าเคยมีป่าไม้อันอุดมสมบูรณ์ อยู่ห่างจากแม่น้ำสงครามอันเป็นเพียง ๕ กม.  ชาวบ้านพากันเผาถ่านเพื่อเป็นอาชีพเสริม นอกเหนือจากการปลูกพืชเชิงเดี่ยวทั้งหลายมาเป็นชุด ๆ ตั้งแต่มันสำปะหลัง อ้อย สัปรส แล้วแปลงปลูกพืชเหล่านั้นก็หายไปกับสายลมเหลือไว้แต่หนี้สินที่ยังตกค้างอยู่ โดยเฉพาะจากพืชตัวหลังสุดยังมีอนุสรณ์( ลูกหนี้ ) จนถึงปัจจุบัน

ไม่รู้ว่าเวรหรือกรรมหรือโชคของชาวบ้านเหล่า ที่ปัจจุบันได้รับเอาพืชเชิงเดี่ยวตัวใหม่เข้ามาในวิถีชีวิตของตนเองอย่างคึกคัก ....ยางพารา...ที่เบื้องบนเห็นว่า พื้นที่ชายฝั่งแม่น้ำโขงตั้งแต่จังหวัดเลย หนองคาย มุกดาหาร อำนาจเจริญ อุบล เหมาะสมกับการปลูกยาง ให้น้ำยางคุณภาพดี ที่แน่ ๆ  คือ ที่หนองคายถึงกับมีสำนักงานวิจัยยางส่งเสริมการปลูกยาง อะไรทำนองนี้

โดยการสนับสนุนอย่างเต็มที่จาก  สกย. (น่าจะเป็นสำนักงานส่งเสริมการปลูกยาง) ปฏิบัติกับชาวบ้านเหมือนชาวบ้านเป็นลูกจ้างโรงงาน รับจ้างปลูกยางในที่ของตนเอง เจ๊งจากสัปรสแล้ว ก็มาลองตัวใหม่ดูอีกเป็นไรล่ะ เดี๋ยวผมจะบอกให้ว่าทำอย่างไร ไม่ยาก คนอีสานอดทนอยู่แล้ว ดี ๆ มีคนมาคิดให้เลยเราไม่ต้องคิดให้ปวดกบาล ปลูกได้แล้วเขาก็คงประกันราคาให้เหมือนตัวอื่น ๆ  ที่เราเคยลองนั่นแหละ แต่ลืมคิดว่ามันอาจเจ๊งเหมือนเหมือนที่เคยเจ๊ง เราก็ลงมือทำไป ดีจะได้เอาเงินที่เขาให้มาแบ่งไปใช้อย่างอื่นบ้าง ไม่เอาก็โง่แล้ว ลดแลกแจกแถมทั้งปุ๋ยเคมี แจกให้เป็นปี ๆ  เลย  เงินค่าดูแลสวนยางอีก แจกไม่อั้น  แหมช่างเป็นความเฉียบคมในการวางยุทธศาสตร์งานจริง ๆ เข้าล็อคเป๊ะ

ชาวบ้านบางส่วนที่ใจถึง เห็นเงินลอยอยู่แค่เอื้อมที่พอมีดินบ้างก็โค่นต้นไม้ลงกันใหญ่   ไม่ยากนี่สบาย ๆ  อยู่แล้ว เราจะปลูกอะไรก็ทำพื้นที่ให้โตงเลี่ยนไว้ก่อนให้สะอาดตา  และค่อยปลูกพืชนั้น จับมันเข้าแถวไว้ตามหลักการ ระยะต้องเท่านั้นเท่านี้นะ บริเวณที่ปลูกยางนี้ห้ามปลูกพืชอย่างอื่นแซมนะ เดี๋ยวมันจะแย่งปุ๋ยเคมีของยางไปหมด และสะดวกกับฆ่ามัน....พวกวัชชพืช..ทั้งหลาย  เจ็ดแปดปีผ่านไปยางเริ่มกรีดได้  ผสานกับราคายางจากอำนาจลึกลับที่ราคาสูง ขึ้นไป สูงขึ้นไปเรื่อย ๆ จนเหลือเชื่อเมื่อช่วงประมาณเดือนตุลาคมที่ผ่านมาสูงถึง กก. ละ ๙๐ กว่าบาท

พอชาวบ้านรุ่นแรก ๆ  ได้เงินเท่านั้นเอง พรึบ  คราวนี้ไม่มีการสนับสนุนจากใครทั้งสิ้น เพราะภาระกิจเสร็จแล้วนี่ ชาวบ้านแห่กันมาปลูกสมใจ มีเงินเป็นเป้าหมายล่อ ธกส. ก็รอกวาดต้อนพร้อมข้อเสนอน่าประทับใจ เอาเงินไปก่อนผ่อนทีหลัง สบาย สบาย ไม่มีปัญหา ตามฟอร์ม

กำนันบอกว่า เงินหมุนเวียนในบ้านเหล่า เดือนละร่วมสามล้านบาทจากสวนยาง มีธนาคารของหมู่บ้าน ดิฉันไปประชุมบางครั้งเห็นสาวชาวบ้านบางคนเดินถือถุงพลาสติคใส่เงินเป็นฟ่อน ๆ  เพื่อไปหาซื้ออาหารสำเร็จรูปในหมู่บ้าน บ้างก็ไปรับจ้างกรีดยางเพลิดเพลินที่จะได้เงินจนเป็นลมน้ำยางหกรดหัวตนเอง ลืมนึกถึงสังขาร เป็นสมาชิกรุ่นอายุอาวุโสของโครงการเอง ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นคนขยันขันแข็งคนหนึ่ง ฤทธิ์เดชของโลภจริตที่ถูกเขย่า มีส่วนผสมจนได้ที่ มากกว่าห้าสิบส่วนของชาวบ้านทั้งหมดมีรถปิคอัพรุ่นใหม่ล่าสุดจอดอยู่ใต้ถุนบ้านบ้านละคัน สองคัน คนถมที่บ้านให้สูงขึ้น สร้าง แต่งเติม บ้านใหม่ เงินสะพัดสุด ๆ  กำนันเริ่มคิดเหมือนกันว่าถ้าไม่มีรายได้จากยางสภาพในหมู่บ้านจะเป็นเช่นไรหนอ??...มีข่าวของเด็ก ๆ ลักขโมยสิ่งของประปราย..

ชาวบ้านในโครงการของเรามี ๒ คนจาก ๑๑ คนที่ไม่มีสวนยาง แต่ไม่ใช่ว่าไม่อยากปลูก อยากแต่ไม่มีที่ที่จะปลูก ถนนเข้าบ้านเหล่าถ้าไม่พิจารณาดี ๆ  ก็อาจเผลอนึกว่าตนเองอยู่ในดงยางที่ปักษ์ใต้ มองไปทางเนินไหนก็เต็มไปด้วยขนัดแปลงยางรอบ ๆ  หมู่บ้าน รวมถึงกองหินขาวที่ใช้ประดับตกแต่งสวนที่วางขายที่จตุจักร ก็มีแหล่งอยู่ที่นี่เอง

 เป็นสถานการณ์คล้ายคลึงกับที่บ้านโนนเขวาของพ่อคำเดื่องตอน ที่กำลังเฟื่องฟูตอนปลายของยุคการปลูกอ้อย ก่อนทีหลังจะชนกำแพง

ชาวบ้านที่ร่วมโครงการจึงเป็นชนกลุ่มน้อยในหมู่บ้าน ที่พยายามที่สร้างของอยู่ของกินร่วมไปกับการปลูกยาง เป็นสภาวะแห่งการเหยียบเรือทั้งสองแคม ทั้งลากทั้งฉุดการทำงานโดยไม่รู้ตัว กลุ่มที่บ้านเหล่านี้จึงเป็นกลุ่มที่จะรอฟังว่า จะบอกให้ทำอะไร  ก็พร้อมที่จะทำ ยังต้องการให้มีคนไปช่วยผลักดันมาก ๆ  ก็จะช่วยให้เกิดความคึกคักเกิดบรรยากาศเป็นกลุ่มเป็นก้อนนำความคิดทั้งหลายมาแลกเปลี่ยนกัน.....