ผื่นสะเก็ดเงินส่วนใหญ่

มีผื่นเป็นผื่นสีแดง มีสะเก็ดหนาสีขาว   ในกรณีที่มีผื่นเป็นบริเวณกว้าง ยาทาที่ทาโดยทั่วไปมักทำให้ อาการผื่นของสะเก็ดเงินทุเลาไม่มาก  ทำให้คนที่เป็นสะเก็ดเงินมักไปพึ่งพายาชนิดอื่นๆ นอกจากยาตามที่แพทย์เคยสั่งให้แล้ว</p><ul style="margin-top: 0in; margin-bottom: 0in; margin-left: 0.5in; direction: ltr; unicode-bidi: embed"><li style="margin-top: 0px; font-size: 16pt; margin-bottom: 0px; vertical-align: middle; color: black">ยาสตีรอยด์เช่น เพรดนิโซโลน หรือ Dexamethasone เป็นยาชนิดรับประทาน หรือเป็นแบบฉีด  ซึ่งเป็นยาที่นิยมใช้ ในการควบคุมอาการผื่นผิวหนังอักเสบโดยทั่วไป และมักจะเริ่มเห็นผลทำให้ผื่นที่ผิวหนังลดลงมาก หลังจากที่ได้ยานี้ </li><li style="margin-top: 0px; font-size: 16pt; margin-bottom: 0px; vertical-align: middle; color: black">ผลข้างเคียงที่สำคัญที่ต้องทราบไว้คือ ยานี้มีผลต่อร่างกายในระบบต่างๆ ทั้งร่างกาย เช่นทำให้ระดับน้ำตาลในกระแสเลือดสูง ตัวหนาแต่แขนขากลับไม่อ้วน  และผลเสียต่อผู้เป็นโรคสะเก็ดเงิน บางราย คือเมื่อหยุดยาสตีรอยด์แล้ว ผื่นที่ผิวหนังจะเกิดภาวะที่สะเก็ดเงินเป็นตุ่มหนอง และบางรายเป็นหนองทั้งตัว ทำให้เกิดอันตรายได้ ดังนั้นในปัจจุบันจึงหลีกเลี่ยง ไม่ใช้ยาสตีรอยด์แบบรับประทานในสะเก็ดเงิน</li><li style="margin-top: 0px; font-size: 16pt; margin-bottom: 0px; vertical-align: middle; color: black">คงต้องเน้นอยู่เสมอ และไม่ลืมนะครับว่า อาการของสะเก็ดเงินจะกำเริบขึ้นได้จากปัจจัยสามอย่างคือ การดื่มสุรา การเกา และภาวะเครียด การหลีกเลี่ยงปัจจัยทั้งสามอย่างนี้ จะทำให้อาการของสะเก็ดเงินไม่กำเริบ และทำให้ไม่ต้องใช้ยาชนิดรับประทาน เป็นการลดความเสี่ยงจากยาได้ครับ</li><li style="margin-top: 0px; font-size: 16pt; margin-bottom: 0px; vertical-align: middle; color: black">ความรู้ ความเข้าใจในโรคนี้จะช่วยทำให้ผู้ที่มีสะเก็ดเงิน อยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุขพอควร และมี กำลังใจ ในการมารับการรักษาครับ</li></ul>