Japan ไปกัน-ป้ากะแป้ง : ช่องผาทาคาชิโฮะ – Takachiho Gorge วันฝนพรำ

Takachiho Gorge หรือ ช่องผาทาคาชิโฮะ เป็นจุดหมายที่ผู้เขียนตั้งความหวังอย่างแรงกล้าว่าจะต้องหาโอกาสไปให้ได้ หลังจากเห็นภาพที่สวยงามสุดประทับใจมาหลายแห่ง เช่นอย่างสองภาพนี้ค่ะ

By TANAKA Juuyoh - https://www.flickr.com/photos/tanaka_juuyoh/3432795733/in/set-72157616485823277/, CC BY-SA 3.0, 

https://commons.wikimedia.org/w/index.php?curid=6992817

https://voyapon.com/takachiho-gorge-legends/

ทาคาชิโฮะที่แสนงามและมีความสำคัญทั้งทางภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมของญี่ปุ่น แถมปัจจุบันที่ผู้คนนิยมไปที่ที่เชื่อว่าเป็น Power spot ไปแล้วจะได้รับพลังจากฟ้าดินอะไรประมาณนั้นทีเดียวนะคะ ที่แห่งนี้จึงไม่ธรรมดา และของดีจะเข้าถึงได้ยากค่ะ ต้องใช้ความพยายามกันหน่อย

ทาคาชิโฮะนั้นตั้งอยู่ทางตอนเหนือของจังหวัดมิยาซากิที่ติดต่อกับ จังหวัดโออิตะและจังหวัดคุมาโมโต้ การเดินทางไปทาคาชิโฮะไปกันได้หลายทาง รถไฟ+รถบัส หรือรถบัสรวดเดียว ขึ้นอยู่กับว่าเดินทางจากจุดไหน ใช้เวลาเดินทางไปร่วมสามชั่วโมง หรือเช่ารถขับไป

เลือกวิธีการเดินทาง

ไม่ว่าวิธีไหนที่กล่าวข้างต้น ป้าๆจะร่องแร่งไปเสียก่อน เราจึงใช้วิธีซื้อทัวร์กลุ่มเล็กเฉพาะพวกเรา มีรถพร้อมคนขับและเป็นไกด์ไปในตัวเบ็ดเสร็จค่ะ

เราจะไปจากทางจังหวัดคุมาโมโต้ ตั้งใจเก็บจุดท่องเที่ยวอีกแห่งคือบริเวณแถบภูเขาไฟอะโสะ

การไปทาคาชิโฮะและแถบภูเขาไฟอะโสะนั้น มีเที่ยวรถโดยสารสาธารณะน้อย หากเดินทางบุกบั่นกันเองต้องใช้เวลาอย่างน้อยสองวัน ไปกันได้วันละจุดหมาย เราจึงยอมจ่ายเพื่อให้ได้เที่ยวอย่างคุ้มค่า ประหยัดเวลา และสะดวกสบายพอควร วันเดียวได้ไปชมทั้งสองแห่งและได้ไกด์อธิบายให้การเที่ยวชมมีความหมายยิ่งขึ้น

Explore Kumamoto เป็นบริการนำเที่ยวที่เราเลือก โดยติดต่อประสานงานกันล่วงหน้าก่อนเดินทางจากเมืองไทย ที่เลือกเพราะเขาบอกว่ารายได้ส่วนหนึ่งเขานำไปช่วยการฟื้นฟูคุมาโมโต้จากเหตุแผ่นดินไหวใหญ่เมื่อปี 2016 ที่ปราสาทคุมาโมโต้บางส่วนพังเสียหายหนัก บ้านเรือนผู้คนถูกทำลายมากมาย เส้นทางรถไฟหลายเส้นเสียหายขนาดงดบริการ ใช้เวลาซ่อมกันยาวนาน และเราได้ไปอ่านรีวิวประสบการณ์ของคนใช้บริการทัวร์นี้ซึ่งทุกคนต่างชมว่าดีมากและสุดคุ้มค่า

May 7, 2018 คือวันนัดหมายการใช้บริการของ Explore Kumamoto ค่ะ

เมื่อคืนคณะเรานอนในตัวเมืองคุมาโมโต้ ต้องตื่นกันแต่เช้า เพื่อไปขึ้นรถไฟจากสถานีคุมาโมโต้ เวลา 8.11 น. ไปยังจุดนัดหมายพบกับไกด์และรถที่สถานีรถไฟ JR Higo-Ozu ตอน 8.51 น. เขาบอกไว้ละเอียดมาก คนที่จะพบเราชื่อ Helen เธอบอกว่ารับรองเห็นเธอง่ายมาก เพราะเธอเป็นฝรั่งและจะถือป้ายชื่อทัวร์

เฮเลนเตรียมการจัดรถ 9 ที่นั่งสำหรับคณะ 8 คนของเรา เธอใช้วิธีเช่ารถตามจำนวนคนที่จองค่ะ รถสภาพดีมาก กว้างขวาง นั่งสบาย เฮเลน เป็นสาวฝรั่งชาวอังกฤษค่ะ เธอแต่งงานกับสามีญี่ปุ่นมาอยู่คุมาโมโต้เป็นสิบปีแล้ว เธอเป็นทั้งคนขับรถ และเป็นไกด์ เป็นคนร่าเริง ความรู้ดีมากในการอธิบายเรื่องราวต่างๆของทุกสิ่งที่เราเห็นได้อย่างน่าสนใจ

ช่วงเวลาการไปเที่ยวญี่ปุ่นของเรานั้นเป็นฤดูใบไม้ผลิที่วันปกติอากาศจะดี เย็นสบาย แต่วันที่เราจองการเดินทางไปชมช่องผาทาคาชิโฮะ และแถบภูเขาไฟอะโสะนั้นช่างเป็นวันไม่ปกติค่ะ คือ ฝนพรำๆหยุดๆกันตั้งแต่ขึ้นรถเธอ จนต้องแวะซื้อร่ม ซื้อเสื้อฝนกันระหว่างทาง

มองเห็นฐานของภูเขาไฟอะโสะในม่านหมอก ที่จุดแวะพักเพื่อซื้อร่ม เสื้อกันฝน ขนมนมเนย

ทางที่ไปสวยงามแบบมีฝนต้นไม้เขียวสดชื่น มีทั้งวิ่งทางราบ วิ่งขึ้นๆลงๆเขา มีหมอกล่องลอยหนาบ้าง บางเบาบ้างเป็นช่วงๆไป

ชั่วโมงกว่าค่ะกว่าจะถึงจุดหมาย วันนี้ไปทางไหนก็มีฝน มีหมอก

แถบนี้อุดมสมบูรณ์ ปลูกข้าวกันเยอะ ป่าไม้ก็เขียวชอุ่ม

ช่องผาทาคาชิโฮะตั้งอยู่ในเมืองทาคาชิโฮะ เป็นเมืองเล็กๆอันห่างไกล เมืองนี้มีความสำคัญระดับชาติ คนญี่ปุ่นรู้จักดี (แต่ชาวต่างชาติไม่ค่อยรู้จัก) เพราะเป็นต้นกำเนิดของ ลัทธิชินโตซึ่งพัฒนาจนเป็นศาสนาประจำชาติของญี่ปุ่นแต่ครั้งโบราณ

รถมาจอด ณ ที่จอดรถ ทุกคนเตรียมพร้อมทั้งเสื้อกันฝน หมวก ร่ม และเดินเข้าสู่จุดหมายค่ะ





ในช่องเขายังมีน้ำตกที่เห็นในภาพชื่อ มานาอิ-Manai สูง 17 เมตรพุ่งจากหน้าผาลงสู่แม่น้ำ
น้ำตกนี้ติดอันดับ 1 ใน 100 ของน้ำตกที่สวยที่สุดของญี่ปุ่นด้วยนะคะ

วันนี้แม่น้ำเป็นสีน้ำตาลจากฝนที่ตกไม่หยุดไม่หย่อนค่ะ

ยิ่งเราเดินลาดลงสู่ช่องเขาเบื้องล่างสู่ทางเดินเลียบแม่น้ำ เหมือนเราอยู่ในอีกโลก

ช่องผาทาคาชิโฮะเกิดจากร่องแตกของภูเขา มีแม่น้ำโกคาเสะGokase ตัดผ่านคดเคี้ยว มีผาหินสูงชันอันเกิดจากการระเบิดของภูเขาไฟ  

ความงามโดยรวมทำให้เราประทับใจในทันที 

หน้าผาที่ตั้งตระหง่านด้านหนึ่งนั้นปรากฏโฉมของผลการเกิดภูเขาไฟระเบิดอย่างรุนแรงในอดีตคือ แท่งหินเป็นผลึกหินบะซอลท์จากลาวาที่ไหลมาแล้วค่อยๆเย็นตัวลงและบางส่วนลาวาซ้อนเป็นชั้นๆ จนคนจินตนาการว่าราวกับเกล็ดมังกรซึ่งทอดตัวเลื้อยไปตามช่องเขา

เฮเลนอธิบายว่าช่องผาทาคาชิโฮะนี้เกิดจากการระเบิดใหญ่ถึง 4 ครั้งของภูเขาไฟอะโสะ ครั้งแรกเมื่อ 270,000 ปี การระเบิดครั้งต่อๆมาทำให้ลาวาไหลมาก่อเกิดหุบเขารูปตัว V มีแม่น้ำโกคาเสะไหลผ่านความยาว 7 กิโลเมตร หน้าผาที่สูงชันที่เห็นนั้นสูง80-100 เมตร

ปกติสีของแม่น้ำสวยมาก ป่าเขา และพื้นที่เกษตรก็อุดมสมบูรณ์ มีการปลูกข้าวมาแต่ครั้งโบราณ จนกล่าวกันว่าความงามของแถบทาคาชิโฮะนั้นทำให้เหล่าเทพเจ้าเมื่อลงมาจากสวรรค์ก็มาหาความสำราญ บางครั้งเข้าข่ายเสเพล เกเรอยู่แถบนี้ และครั้งหนึ่งเลยเถิด เมามายคึกคะนองจนเผานาข้าวของชาวบ้าน ทำความเดือดร้อนมากมายให้กับโลก อะมาตาเรสุ Amataresu สุริยะเทพี หรือ Sun Goddess ของศาสนาชินโต(ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของประเทศญี่ปุ่น/ราชวงศ์ญี่ปุ่น) พิโรธ เข้าไปซ่อนตัวในถ้ำแห่งหนึ่งปัจจุบันเป็นศาลเจ้าที่มีความสำคัญมากชื่อ  อะมาโนะ อิวาโตะ – Amano Iwato Shrine ณ ที่ถ้ำนี้ตำนานว่าเป็นจุดที่เกิดลัทธิ/ศาสนาชินโต อยู่ไม่ไกลจากที่นี่แต่เราไม่ได้ไปถ้ำนี้ค่ะ

การซ่อนตัวของสุริยเทพีทำให้โลกมืดมิด ไร้แสงตะวัน ปลูกข้าวไม่ได้ เหล่าเทพเจ้าที่ดีต้องพากันมาหาวิธีล่อให้เทพีองค์นี้ออกมา สำเร็จได้ด้วยการเต้นระบำ เธอออกมาดู แสงอาทิตย์จึงคืนสู่โลกอีกครั้ง

ตำนานกล่าวว่า เทพีอะมาตาเรสุ ได้พยายามกอบกู้สันติภาพให้โลกโดยส่งเทพหลานชายนำต้นข้าวลงมาให้โลก มาแลนดิ้งกันที่บนยอดผาของช่องผาทาคาชิโฮะนี้แหละค่ะ


หินก้อนใหญ่ที่มีเชือกถักพันอยู่นี่ตำนานว่าเป็นหินศักดิ์สิทธิ์ ที่เทพเจ้าองค์หนึ่งขว้างมาตกที่นี่ค่ะ



เขาทำทางเดินอย่างดีเลียบแม่น้ำให้ชมวิว เป็นทางเดินแค่เพียงช่วงสั้นราว1 กิโลเมตร และยังมีทางอื่นๆให้เดินขึ้นไปชมวิวจากบนสะพานแต่เราไม่ได้ขึ้นไปเพราะฝนค่ะ รับพลังจากธรรมชาติและเทพเจ้ากันแล้วเราเดินกลับทางเดิมเพื่อไปรับพลังจากอาหารกลางวันของท้องถิ่นที่สนุกสนาน อิ่มอร่อยค่ะ

ตอนหน้าเราไปดูหน้าตาอาหารท้องถิ่นที่เป็นเอกลักษณ์มาก และคนทาคาชิโฮะกล่าวว่าอาหารที่ว่านี้ซึ่งปัจจุบันพบทั่วญี่ปุ่นมีจุดกำเนิดที่นี่ค่ะ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน K-creation



ความเห็น (0)