หลายคนคงสงสัยว่า ทำไมสนใจที่จะทำวิทยานิพนธ์เกี่ยวกับเรื่องการจัดการความรู้เกี่ยวกับการเลี้ยงโค  ?ก็เพราะโคอยู่กับคนไทยมานาน แต่พัฒนาการของการเลี้ยงโคของเกษตรกรในบ้านเราก็ยังเหมือนกับเด็กหัดเดิน  ถึงมีประสบการณ์ในการเดิน แต่ยังสะเปะสะปะไม่รู้ทิศทาง บางคนหัดเดินหรือเดินตามผู้ใหญ่จะได้ไม่เจ็บตัว  แต่บางครั้งผู้ใหญ่ก็ประมาทเลินเล่อจนอาจทำให้บาดเจ็บ เจ็บทั้งกาย เจ็บทั้งใจ ทั้งนี้เพราะที่ผ่านมานั้น  การเลี้ยงโคของเกษตรกรจะเลี้ยงเพื่อสะสมทุนทั้งในแง่ของมูลค่าที่เป็นตัวเงินและเป็นทุนของการผลิตของเกษตรกร  แต่การเลี้ยงโคที่มีการส่งเสริมนั้นบางครั้งชาวบ้านไม่ต้องการ บางคนมีความรู้แต่ไม่มีวาสนา  หรือมีวาสนาแต่ปัญญาไม่ถึง  หรือไม่มีทั้งปัญญาและวาสนา  การเลี้ยงโคจึงเหมือนกับเด็กหัดเดิน ที่ต้องมีผู้ประคับประคองหรือมีความพร้อมอย่างเต็มที่กับโคที่เราเลี้ยงขอยกตัวอย่างกรณีตัวเอง  แค่คิดจะเลี้ยงโคก็มีลางสังหรณ์ว่าจะไม่รอดไม่รอดเพราะจะเป็นการเลี้ยงบนความไม่พร้อมไม่พร้อมในเรื่องเวลา  เพราะในครอบครัวมีกันสี่ชีวิต มีพ่อที่ต้องทำงาน ในวันทำการปกติและต้องสอนภาคค่ำจนแทบไม่มีเวลาจะดูแลโค ส่วนแม่ต้องเรียนต่อ  ส่วนลูกก็ยังเล็ก ถ้าเลี้ยงไปไม่ตายก็คางเหลือทั้งคนทั้งโค จะหาคนช่วยดูแลก็ใช่ที่เพราะไม่ใช่ญาติพี่น้องความไว้เนื้อเชื่อใจมีน้อย ไม่พร้อมเพราะทุนน้อย  อุปกรณ์ไม่มี  สถานที่เลี้ยงยังไม่จัดการให้เป็นระบบ  ทั้งรั้ว ทั้งโรงเรือน และบ้านพักอาศัยก็ไม่มี   ถ้าเลี้ยงโคได้ก็จะกลายเป็นปัญหาของชีวิต  ประมาณว่าสำคัญตนผิดและทำอะไรที่ไม่เกินตัวเหมือนปูเสฉวนในกระดองเต่าจึงคิดว่า ณ เวลานี้จะยังไม่เลี้ยง  แต่ไม่ได้หมายความว่าจะเลิกล้มความตั้งใจ  ปีหน้าฟ้าใหม่ จะพร้อมใจกันเลี้ยงโคทั้งตระกูล