สังเกตไหมครับว่าตลอดเวลาหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ที่มีข่าวคราวเกี่ยวกับไอทีวีกับสำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี หรือ สปน. ว่าด้วยเรื่องค่าปรับและค่าสัมปทานที่รวมกันแล้วสูงถึง 1 แสนล้านบาทนั้น มีแต่ “พนักงาน” ของไอทีวีที่ออกมาเคลื่อนไหว เรียกร้องความเห็นใจ และแสดงจุดยืนของตัวเองเท่านั้น


ฝ่ายบริหารหายไปไหน? ผู้ถือหุ้นใหญ่หายไปไหน? ตัวแทนของบริษัทที่เป็นคู่กรณีตัวจริงกับ สปน.หายไปไหน? ทำไมพวกกล้าออกมาแสดงจุดยืนกับสาธารณชน ไม่กล้าบอกความจริงว่า “เจ้าของ” ไอทีวีทางธุรกิจนั้น มีจุดยืนในเรื่องที่เป็นข่าวคราวร้อนแรงอย่างไร?

ทำเหมือนจะบิดให้ประเด็นกลายเป็นเรื่องระหว่างรัฐบาลกับพนักงานไอทีวี...ทั้งๆ ที่ความจริงนี่เป็นเรื่องของผู้ถือหุ้น คณะกรรมการบริษัท และฝ่ายบริหารกับ สปน. เพราะการเปลี่ยนผังรายการก็ดี การวิ่งหาอนุญาโตตุลาการเพื่อให้ลดค่าสัมปทานและปรับผังรายการให้สามารถทำรายการบันเทิงได้ถึงร้อยละ 70 ก็ดี...ล้วนแต่ไม่ใช่เรื่องที่พนักงานไอทีวีเป็นผู้ริเริ่มหรือต้องการแต่ประการใดเลย

เป็นเรื่องฝ่ายบริหารของไอทีวี (ตั้งแต่สมัยครอบครัวทักษิณเป็นเจ้าของและเอาผลประโยชน์อันมิชอบนี้ขายต่อให้สิงคโปร์) กับรัฐบาล...และที่สำคัญกว่านั้นคือ เป็นความขัดแย้งระหว่างเจ้าของไอทีวีกับสาธารณชนคนไทยที่เป็นเจ้าของคลื่นความถี่ ไม่ใช่ของรัฐบาลที่เข้ามาแล้วก็ออกไปด้วยซ้ำ

ตรวจดูว่าใครเป็นเจ้าของไอทีวีได้จากทะเบียนตลาดหลักทรัพย์ ล่าสุดก็คือบริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ซึ่งถืออยู่ 52.93 เปอร์เซ็นต์ นอกนั้นเป็นรายย่อยทั้งสิ้น

ใครเป็นเจ้าของชินคอร์ป? ตามบันทึกทางการในตลาดหลักทรัพย์ ผู้ถือหุ้นใหญ่สองรายของชินคอร์ป ก็คือ ซีดาร์ โฮลดิ้งส์ จำกัด ซึ่งถืออยู่ 54.53 เปอร์เซ็นต์ และแอสเพน โฮลดิ้งส์ จำกัด ซึ่งถือหุ้นอยู่ 41.76 เปอร์เซ็นต์

รวมกันสองบริษัทนี้ถือหุ้นของชินคอร์ปอยู่ 96.29 เปอร์เซ็นต์

สองบริษัทนี้เป็นใครมาจากไหน คนไทยที่ติดตามข่าวสารคงจะรู้ว่ามีความเกี่ยวดองกับสิงคโปร์อย่างใกล้ชิด เพราะกองทุนเทมาเส็กของรัฐบาลสิงคโปร์เป็นตัวขับเคลื่อนการ Take over ชินคอร์ปด้วยการจ่ายเงิน 73,000 ล้านบาทให้ตระกูลของ ทักษิณ ชินวัตร อย่างที่รู้กันทั่ว

เทมาเส็กกำลังถูกกระทรวงพาณิชย์และตำรวจไทยสอบสวนว่าได้ใช้คนที่มีสัญชาติไทยมาเป็น “นอมินี” หรือ “ไทยเทียม” มาถือหุ้นแทนตัวเองเพื่อหลีกเลี่ยงกฎหมายว่าด้วยการลงทุนของต่างด้าวในไทยหรือเปล่า

เพราะชินคอร์ปไม่ใช่บริษัทขายสบู่ ขายผงซักฟอกธรรมดา แต่เป็นธุรกิจที่ได้สัมปทานจากรัฐใหญ่ๆ ถึงสามด้าน คือ ดาวเทียม โทรศัพท์มือถือ และสถานีโทรทัศน์ ใครเอาสัมปทานที่รัฐให้คนไทยไปขายให้ต่างด้าว ย่อมจะต้องถูกจัดการตามกฎหมาย...ยิ่งถ้าหากคนที่กระทำเช่นนั้นมีส่วนเกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดกับอำนาจรัฐ เช่น เป็นถึงนายกรัฐมนตรีของประเทศ ก็ยิ่งจะต้องเจอกับการลงโทษอย่างสาสมกับการกระทำที่ไม่ชอบมาพากลเช่นนั้น

ถามว่าถ้าชินคอร์ปเป็นเจ้าของไอทีวี คนที่ควรจะออกมาแสดงจุดยืนกับสาธารณชนคนไทยในกรณีนี้ก็ควรจะเป็น “เจ้าของตัวจริง” ใช่หรือไม่?

ที่ผ่านมา คนของเทมาเส็กไม่ปรากฏออกมาให้เห็นหรือให้ได้ยินว่าจะทำอย่างไรกับกรณีนี้...มีแต่เพียง คุณนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล ในฐานะ “ประธานกรรมการบริหาร” ของบริษัท ไอทีวี จำกัด (มหาชน) เท่านั้น ที่ทำหน้าที่คล้ายๆ เป็น “โฆษก” ของเจ้าของตัวจริง

และพอถึงจุดใกล้จะแตกหัก กลับกลายเป็นว่า “ตัวแทนพนักงานไอทีวี” กลับถูกส่งออกมาเป็น “ทัพหน้า” ของความเคลื่อนไหว...คล้ายๆ จะเป็นการเล่นกลยุทธ์ทางการเมืองกับรัฐบาลไทย คือเมื่อ “กลุ่มทุน” สู้ด้วยเหตุและผลทางกฎหมายและความถูกต้องชอบธรรมไม่ได้ ก็ผลักไสให้ “ตัวแทนพนักงาน” ออกมาเป็นหนังหน้าไฟ

เป็นวิธีการของนายทุนที่ไร้เกียรติ ไร้ศักดิ์ศรี และไร้คุณธรรมอย่างยิ่ง

เรายังไม่เคยได้ยินเลยว่า คณะกรรมการของบริษัท ไอทีวี จำกัด (มหาชน) มีการประชุมเพื่อจะแสดงจุดยืนของตัวเองอย่างไรในเรื่องนี้

ถามว่าใครเป็นคณะกรรมการของไอทีวีบ้าง? เข้าไปตรวจในรายงานทางการของตลาดหลักทรัพย์ก็จะได้ชื่อของคณะกรรมการอย่างนี้

1.นายบุญคลี ปลั่งศิริ ประธานกรรมการ

2.นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล ประธานกรรมการบริหารและกรรมการ

3.นายทรงศักดิ์ เปรมสุข กรรมการผู้จัดการ

4.นายสมประสงค์ บุญยะชัย กรรมการ

5.ดร.ดำรง เกษมเศรษฐ์ กรรมการ

6.นางศิริเพ็ญ สีตสุวรรณ กรรมการ

7.นายอนันต์ ลี้ตระกูล ประธานกรรมการตรวจสอบ

8.นางสริตา บุนนาค กรรมการตรวจสอบ

เมื่อชินคอร์ปเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัท ไอทีวี จำกัด (มหาชน) ก็ต้องเช็คต่อว่าใครเป็นคณะกรรมการของบริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ....ซึ่งเมื่อตรวจหลักฐานของตลาดหลักทรัพย์ก็ได้อย่างนี้

1.นายพงส์ สารสิน ประธานกรรมการ

2.นายบุญคลี ปลั่งศิริ ประธานคณะกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการ

3.ดร.วิชิต สุรพงษ์ชัย กรรมการ

4.นายสุรินทร์ อุปพัทธกุล กรรมการ

5.นางศิริเพ็ญ สีตสุวรรณ กรรมการ

6.นายฟุนซิวเฮง กรรมการ

7.ดร.วิรัช อภิเมธีธำรง ประธานกรรมการอิสระ

8.นายวิทิต ลีนุตพงษ์ กรรมการตรวจสอบ

9.นายสมชาย ศุภธาดา กรรมการตรวจสอบ

ใครเป็นกรรมการ Temasek Holdings ของสิงคโปร์ที่เป็นเจ้าของใหญ่ของชินคอร์ปวันนี้?

ผมเรียงลำดับให้ดูอย่างนี้จะได้เห็นภาพชัดเจนว่าไผเป็นไผ?

1.S. Dhanabalan, Chairman

2.Kwa Chong Seng, Deputy Chairman...คนนี้เป็นประธานและซีอีโอของ ExxonMobil Asia Pacific.

3.Lim Siong Guan, Deputy Chairman...คนนี้เป็นปลัดกระทรวงการคลังสิงคโปร์

4.Goh Yew Lin กรรมการบริหาร...คนนี้เป็นกรรมการบริหารของ GK Goh Holdings Ltd.

5.Simon Israel กรรมการบริหาร

6.Koh Boon Hwee กรรมการ...คนนี้เป็นประธานของ DBS Group Holdings

7.Kua Hong Pak กรรมการ....คนนี้เป็นซีอีโอใหญ่ของ Comfort Deigro

8.Sim Kee Boon กรรมการ...คนนี้เป็นหนึ่งในสภาที่ปรึกษาของประธานาธิบดีสิงคโปร์

9.Ho Ching กรรมการบริหาร และ CEO...คนนี้เป็นเมียของนายกรัฐมนตรี หลี่เสียนหลง ของสิงคโปร์

ที่เรียงรายชื่อของคนและบริษัทต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับกรณีไอทีวีนั้น ก็เพื่อให้ท่านได้เห็นว่า ไม่เป็นธรรมเลยแม้แต่น้อยที่ต้องให้ “ตัวแทนพนักงานไอทีวี” ต้องออกมารับหน้าที่ “รักษาไอทีวี” อย่างที่เราเห็นเป็นข่าวมาตลอด

คลื่นความถี่ของไอทีวีนั้นเป็นของคนไทยทั้งประเทศ ไม่ใช่ของคนกลุ่มหนึ่งกลุ่มใด “ตัวแทนพนักงาน” ไอทีวีที่ต้องเผชิญกับปัญหาทุกวันนี้เป็นเพราะนโยบายของเจ้าของเดิมครอบครัว ทักษิณ ชินวัตร ซึ่งได้ขายชินคอร์ปไปให้เทมาเส็กที่รับผิดชอบต่อชะตากรรมของพนักงานของไอทีวีวันนี้...ไม่ใช่เรื่องที่จะร้องเรียนกับรัฐบาลไทยหรือสังคมไทยแต่อย่างไรเลย

ที่อยู่และเบอร์โทรศัพท์ของกรรมการบริษัททั้งหลายที่เกี่ยวข้องไม่น่าจะหายากเกินไป...ท่านควรจะร้องเรียนไปที่เขาเหล่านั้น

เพราะตอนที่พวกเขาเข้ามา take over ชินคอร์ปและไอทีวีเมื่อต้นปีนี้ มีแต่เสียงแสดงความยินดีปรีดาว่าอนาคตขององค์กรแห่งภายใต้สิงคโปร์หรือ “นอมินี” ของพวกเขาจะมีแต่ความรุ่งโรจน์มิใช่หรือ?

 -----------------------------------------------------------------------------

กาแฟดำ : ความรับผิดชอบต่อพนักงานไอทีวีวันนี้อยู่ที่เทมาเส็ก....

http://203.154.97.32/2006/12/16/news_22353941.php?news_id=22353941