<table border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" width="100%"><tbody><tr><td style="background-color: transparent; border: #d4d0c8"><div class="shape" style="padding-right: 7.2pt; padding-left: 7.2pt; padding-bottom: 3.6pt; padding-top: 3.6pt">
</div></td></tr></tbody></table></span>เช้าวันเสาร์ <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> เช้าวันนี้เป็นวันที่ข้าพเจ้ารู้สึกปลอดโปร่งใจเป็นที่สุด เพราะเป็นวันหยุดสุดสัปดาห์แรกที่มีโอกาสได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ และเป็นวันเสาร์แรกที่รู้สึกว่าชีวิตได้ค้นพบอะไรอีกมากมายที่เรายังไม่รู้ ได้ศึกษาในสิ่งใกล้ตัวแต่ไม่เคยรู้มาก่อนเลย</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> เมื่อคืนฝนตกหนัก ข้าพเจ้าและครอบครัวจึงตัดสินใจพักที่บ้านเม็กดำ (บ้านลุงจอก : ญาติ) และอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้พักที่นี่เพราะคืนนี้ฝนตกหนัก พรุ่งนี้เห็ดในป่าใหญ่โคกจิกของเราจะต้องออกเยอะแน่เลย… ประมาณตีห้าคณะเดินป่าก็มารวมกันที่บ้านลุงจอก ในมือทุกคนเต็มไปด้วยอุปกรณ์การเดินป่า (ไม่ใช่เข็มทิศหรือเป้สนามหรอกนะ แต่เป็นจอบ ตะกร้า ขวดน้ำ ฯลฯ ) ทุกคนดูมีความสุขมากที่จะได้ร่วมเดินทางไปด้วยกันในครั้งนี้ </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> คณะเดินป่าของเรามีด้วยกัน 10 คน เป็นเด็ก 2 คน นั่งรถแต๊กๆ ออกเดินทางสู่ป่าใหญ่โคกจิก ผืนป่าอันอุดมสมบูรณ์ของชุมชนเม็กดำ ทุกคนดูสนุกสนานตื่นเต้นที่จะได้เข้า “โคก” ทั้งๆ ที่ครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรก แต่เราก็สนุกสนานและตื่นเต้นกันทุกครั้งที่ได้ไป</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> เมื่อไปถึงดงบากฟ้าก็ยังไม่สาง คณะเดินป่าจึงตกลงกันว่าขึ้นไปถึงดงจิกก่อนค่อยกลับลงมาเก็บตามดงยาง ดงบาก ค่อยกลับบ้าน เมื่อเดินทางมาได้ระยะหนึ่งแสงไฟจากหม้อแบตเตอร์รี่ที่ใช้ส่องทางก็กวาดไปตามส้นทางที่ผ่าน ป้าหวอง ผู้ชำนาญเส้นทางก็ได้ชี้ให้ข้าพเจ้าดูเห็ดที่กระทบกับแสงไฟสว่างเรืองรองราวไข่มุก ซึ่งเป็นสิ่งที่มหัศจรรย์ครั้งแรกที่ข้าพเจ้าได้สัมผัส ทำให้ข้าพเจ้าได้ถึงบางอ้อแล้วว่า…ทำไมเซียนเห็ดจึงเก็บเห็ดได้มากมายในเวลากลางคืนและเดินทางกลับจากโคก ในขณะที่เรากำลังจะเข้าไปในโคก… และเมื่อใกล้จะถึงดงจิกก็มีรถหลายคันวิ่งสวนลงมา มองไปในตะกร้าของแต่ละคนปรากฏว่ามีเห็ดเต็มไปหมดเลย ทุกคนต่างชื่นชม (สะออน) แต่ก็ไม่มีใครเลยที่จะถอย ต่างก็รีบจะให้ถึงโคกได้เร็วที่สุด</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> <table border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" width="100%"><tbody><tr><td style="background-color: transparent; border: #d4d0c8"><div><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p></div></td></tr></tbody></table> และแล้วการรอคอยก็สิ้นสุดลง พอรถจอดทุกคนต่างรีบกระโดดลงรถและกระจายกันหายเข้าไปในป่า แต่ทุกคนก็ยังอยู่ในรัศมีของเพื่อนตลอด ต่างคนก็ต่างก้มๆ เงยๆ มีเสียงคุยกันตลอดเวลา บ้างก็ตะโกนเรียกกันให้ไปในทิศทางเดียวกัน บ้างก็ตะโกนถามว่าในทิศทางนั้นพอจะมีเห็ดบ้างไหม ทุกคนมีความสุขมีเสียงหัวเราะ และมีสิ่งหนึ่งที่ข้าพเจ้าสัมผัสได้ คือ ความมีน้ำใจ แบ่งปัน และความห่วงใย ซึ่งสัมผัสได้จากที่ทุกคนพบเห็ดตาโล่ (จะมีลักษณะเป็นเม็ดกลมๆ ภายในเป็นเนื้อแป้งและโอบล้อมด้วยวุ้นใสๆ เหมือนเม็ดสาคู) ที่ฝังตัวอยู่ใต้ดิน เมื่อมีคนเห็นเพียงเม็ดเดียวก็จะตะโกนบอกกัน ทุกคนก็จะวิ่งมาแย่งกัน ทั้งโกยทั้งหอบ แต่ก็เป็นการแย่งที่สนุกสนานเต็มเปี่ยมไปด้วยความสุขและความเผื่อแผ่ แต่ก็มีบ้างบางคนที่เก็บเอาจนใกล้จะหมดจึงได้เรียกบอกเพื่อน <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> จากวันวานถึงวันนี้ ข้าพเจ้าได้พบว่า ยังมีอีกหลายสิ่งที่ข้าพเจ้ายังไม่ได้เรียนรู้ และในวันนี้ข้าพเจ้าก็ได้เรียนรู้จากน้องเจี๊ยบ เด็กนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 และน้องเต้ย เด็กนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 เด็กที่ร่วมเดินทางไปกับเรา ซึ่งถ้าหากอยู่ในโรงเรียนเมื่อข้าพเจ้าพูดอะไร บอกอะไรเขา เด็กสองคนนี้จะเชื่อฟังเสมอ แต่เมื่อเข้าป่า ข้าพเจ้ากลับได้เรียนรู้จากเด็กสองคนนี้ว่า เห็ดแต่ละชนิดนั้นมีชื่อว่าอะไร เห็ดชนิดไหนกินได้ เห็ดชนิดไหนเป็นเห็ดเมา (เห็ดมีพิษ) ได้เรียนรู้การสังเกตว่าป่าแบบนี้เห็ดชนิดไหนจะเกิด เช่น ถ้าเข้าป่าเห็ดไค ก็จะต้องเก็บเห็ดไคจะหาเห็ดชนิดอื่นไม่ทันคนอื่นแน่นอน หรือแม้กระทั่งความเชื่อของชาวบ้านว่า “ถ้ามีเด็กไปด้วยจะเจอเห็ด เพราะเจ้าป่าสงสาร เหมือนอย่างเวลาไปขายล็อตเตอร์รี่ ถ้าเด็กไปขายลูกค้าจะช่วยซื้อมาก เพราะสงสารเด็ก ดังนั้นในวันหยุด พ่อแม่จะให้ลูกไปขายด้วย หรือใกล้วันหวยออกแต่เหลือ ล็อตเตอร์รี่เยอะ ก็จะให้ลูกขาดโรงเรียนไปช่วยขาย ซึ่งจุดนี้ก็เป็นอีกปัญหาหนึ่งของการศึกษาไทย</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> เมื่อทุกคนรู้สึกเหนื่อยและหิวก็จะชวนกันกลับบ้าน ต่างก็ตะโกนเรียกคนที่ยังไม่ออกมาให้มาที่รถ เมื่อเจอหน้ากันต่างก็มองเห็ดของคนอื่นและชื่นชมยิ่งกว่าเห็ดในตะกร้าตัวเองเสียอีก การเดินทางกลับในเที่ยวนี้ทุกคนไม่ค่อยจะคุยกันนัก เพราะต่างก็เหนื่อยไปตามๆ กัน แต่จะเริ่มมีเสียงหัวเราะก็เวลาที่มีคนผ่านมาแล้วตะโกนถามว่า “ได้บ่” ทุกคนก็จะตอบในทำนองเดียวกันว่า “ได้อย่างหลาย” แถมยังยกตะกร้าโชว์พร้อมกับเสียงหัวเราะด้วยกันทั้งสองฝ่าย</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> เช้าวันเสาร์ วันนี้ จึงเป็นอีกหนึ่งวันที่ข้าพเจ้าจะจดจำไว้ไม่รู้เลือน วันที่ให้ทั้งความรู้ ความสนุกสนาน ตื่นเต้น แต่ก็ยังมีบางสิ่งที่ทำให้ข้าพเจ้าอดกังวลใจไม่ได้ว่า “ทรัพยากรในป่าบ้านเราจะเหลือให้ลูกหลานของเราได้ใช้ ได้ศึกษานานขนาดไหน” เพราะเมื่อเข้าป่าไปถึงได้รู้ว่าต้นไม้ใหญ่หายไปมากเหลือเกิน เห็ดก็มีการเก็บเพื่อการค้าและใช้เกินเวลา โดยเฉพาะ “การไต้เห็ด” <table border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" width="100%"><tbody><tr><td style="background-color: transparent; border: #d4d0c8"><div><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> </p></div></td></tr></tbody></table><table border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" width="100%"><tbody><tr></tr></tbody></table><table border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" width="100%"><tbody><tr><td style="background-color: transparent; border: #d4d0c8"><div><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> </p></div></td></tr></tbody></table>