แนวทางพัฒนาวิชาชีพครู



ทีมวิจัยของ ม. ศรีปทุม นำโดย ผศ. ดร. จิราพร ระโหฐาน ทำวิจัยเรื่อง การสังเคราะห์รูปแบบและแนวทางการพัฒนาวิชาชีพครูที่จำเป็นในศตวรรษที่ ๒๑   และขอมาสัมภาษณ์ผมเป็นข้อมูลประกอบการวิจัย    ผมขอให้อ่านหนังสือ สอนเข้ม เพื่อศิษย์ขาดแคลน  และ ครูเพื่อศิษย์ สอนสู่รู้เชื่อมโยง สำหรับประกอบการเสวนา เพราะจริงๆ แล้วผมไม่มีความรู้มือหนึ่งสำหรับให้ความเห็น   

ผมชวนทำความเข้าใจโจทย์ ว่า “การพัฒนาวิชาชีพครู”  กับ “การพัฒนาครู”  ไม่เหมือนกัน     ผมเดาว่า โจทย์เน้นที่การพัฒนาวิชาชีพ    ซึ่งมีหลายมิติ    และงานวิจัยต้องเสนอว่าจะทำความเข้าใจสภาพปัจจุบันในมิติใดบ้าง     สภาพที่พึงประสงค์เป็นอย่างไร    แล้วจึงจะเสนอแนวทางพัฒนา     

มิติของวิชาชีพครู ประกอบด้วยตัวสมาชิก  ปฏิสัมพันธ์ระหว่างสมาชิก   คุณค่าร่วมในหมู่สมาชิก   การจัดองค์กร (organization) วิชาชีพ    การกำกับดูแล    คุณธรรมจริยธรรมวิชาชีพ    การสูญสิ้นสภาพสมาชิก

ข้อความข้างบนเขียนก่อนการสัมภาษณ์ หรือจริงๆ แล้วเป็นการเสวนาแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็น     ในการเสวนา ทีมวิจัยบอกว่าโครงการวิจัยโฟกัสเฉพาะที่ตัวครู    ไม่แตะเรื่องระบบวิชาชีพโดยตรง    แตะนิดหน่อยเมื่อเกี่ยวข้องกับตัวครู    งานที่ทีมงานรับมาจาก กสศ. ทำคือ คู่มือพัฒนาครู    สำหรับให้ครูประจำการใช้    ทีมวิจัยไปสัมภาษณ์คนมาจำนวนหนึ่งแล้ว   

ทีมวิจัยทบทวนความรู้จาก UNESCO, OECD, Southeast Asia Teachers Competency Framework 2018, UK TDA (The Training and Development Agency for Schools),  ประเทศสิงคโปร์, เวียดนาม, และอื่นๆ    ทำเอกสารเสนอโครงการวิจัยไว้อย่างดี    ผมจึงขอมา ๑ เล่มเอามาเรียนรู้   

ผมให้ความเห็นว่า โจทย์วิจัยเน้นการพัฒนาตัวครู    แต่หากจะให้ได้ผลจริงจังในด้านการพัฒนาคุณภาพของครู ต้องจับทั้งสองชั้น คือชั้นตัวครู กับชั้นกลไกวิชาชีพ    ซึ่งกลไกวิชาชีพครูของไทยเบี่ยงเบนเพลี่ยงพล้ำไปมาก    ตามที่ระบุใน WDR 2018   และผมตีความนำมาเขียนบล็อกชุด สู่การศึกษาคุณภาพสูง    

ถามว่าสถาบันผลิตครูของไทยตอบโจทย์ของสังคมไทยหรือไม่ เพียงใด    คำตอบของผมคือไม่ตอบ    เพราะจับประเด็นวิชาชีพผิด   คำว่าวิชาชีพแปลว่าต้องเน้นการฝึกอย่างเคี่ยวกรำ     แต่ครูของครูสอนด้วยทฤษฎีที่รับต่อๆ กันมา     ไม่ได้สอนจากประสบการณ์ตรงของตนเอง   

สถาบันผลิตครูที่จัด organization อย่างที่เป็นอยู่     ทำให้ครูที่ผลิตออกมาไม่มี learning skills

ถามว่า ความรู้ ทักษะและ attribute ส่วนไหนสำคัญกว่า เพื่อความเป็นครู    ไปถามอำเภอครูสวนผึ้ง  ได้คำตอบว่า soft skills ของครูสำคัญที่สุด    โดยเฉพาะความเป็นครูที่รักศิษย์     ความเห็นของผมคือ ทั้งสามส่วนสำคัญและสัมพันธ์เชื่อมโยงกัน    ครูต้องพัฒนาทั้งสามส่วนไปพร้อมๆ กัน     

ผมย้ำการพัฒนาครูโดยเอาการปฏิบัติเป็นตัวตั้ง    ไม่ยึดมั่นถือมั่นกับทฤษฎีการเรียนรู้เกินไป    และต้องกล้าเถียงทฤษฎี    เพราะทฤษฎีที่เคยยึดถือกันในอดีต เมื่อเวลาผ่านไปอาจผิดหรือไม่เหมาะสมแล้วก็ได้

ถามว่าจะฝึกครูให้มี soft skills ได้อย่างไร   ผมเล่าประสบการณ์ที่ไปเยี่ยมโรงเรียนที่เชียงใหม่ (๑)    และชี้ว่าโรงเรียนที่ครูมี soft skills มีอยู่แล้ว     ควรเข้าไปส่งเสริมให้ทำได้ดียิ่งขึ้น    และขยายไปยังโรงเรียนอื่นๆ    

ผมชี้ว่า โจทย์วิจัยนี้แคบไป   จับเฉพาะส่วนการพัฒนาตัวครู    ส่วนที่มีน้ำหนักยิ่งกว่าคือการ organize วิชาชีพครู    ที่ต้องการการ reform อย่างแรง     คุณภาพการศึกษาไทยจึงจะยกระดับขึ้นได้  

ถามเรื่องการพัฒนาครูประจำการ    ผมให้สูตร 70 : 20 : 10   คือร้อยละ ๗๐ ครูพัฒนาตนเองจากการปฏิบัติงานของตนเอง โดยพัฒนาร่วมกันเป็นทีมกับเพื่อนครูในโรงเรียน ที่เรียกว่า PLC   ร้อยละ ๒๐ เรียนรู้และพัฒนาแบบ PLC ข้ามโรงเรียน     เพียงร้อยละ ๑๐ เท่านั้น ที่เป็นการพัฒนาครูผ่านการไปรับการอบรม   

สรุปว่า การพัฒนาวิชาชีพครูต้องทำหลายชั้น    และหลายช่วง ทั้งก่อนเข้าทำงานเป็นครู   และเมื่อทำหน้าที่ครูแล้ว     โดยที่ต้องมีทักษะครบด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งทักษะด้านการเรียนรู้ตลอดชีวิต     และที่สำคัญที่สุดต้องมีการปฏิรูปองค์กรที่ทำหน้าที่จัดการวิชาชีพครู     

วิจารณ์ พานิช

๗ เม.ย. ๖๓


หมายเลขบันทึก: 676717เขียนเมื่อ 7 เมษายน 2020 19:41 น. ()แก้ไขเมื่อ 7 เมษายน 2020 19:41 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี