ชีวิตที่พอเพียง 3668. สิ่งใดเล่าทำให้เราเป็นมนุษย์



หนังสือแปล สิ่งใดเล่า ทำให้เราเป็นมนุษย์ แปลจาก What Makes Us Human?  โดยนายแพทย์ ฌอง-หลุยส์ ลองโบเรย์  (Jean-Louis Lamboray)   ผู้แปลคือ นุชนาฏ เนตรประเสริฐศรี    อ่านแล้วได้ข้อคิด ข้อปฏิบัติ และข้อสะเทือนใจ หลายอย่าง   

เราเป็นมนุษย์ เพราะเรามีหัวใจ  

เรามีทั้งหัวใจ และใจ   ที่เมื่อเปิดรับฟัง และค้นหาจุดแข็งของคนอื่นและของชุมชน    จะเกิดพลัง empowerment ที่ยิ่งใหญ่   

ที่จริงจุดเริ่มต้นของหนังสือเล่มนี้อยู่ที่ประเทศไทย  ที่จังหวัดพะเยา    ดังในเว็บไซต์ของหน่วยงานไม่แสวงกำไร Constellation ที่ ดร. ลองโบเรย์และเพื่อนพ้องร่วมกันตั้งขึ้น (หลายคนเป็นคนไทย)    และเป็นที่มาของการเรียนรู้ ตกผลึกเป็นหนังสือเล่มนี้  โปรดสังเกตชื่อเว็บไซต์ https://www.communitylifecompetence.org/  ของหน่วยงานนี้    ที่บ่งบอกความเชื่อของคนทำงาน ว่าชุมชนมีพลัง  

พลังชุมชนปลดปล่อยออกมาได้ด้วยหัวใจของกระบวนกร (facilitator)  ที่มุ่งรับฟังจุดแข็งของบุคคลและชุมชน  

เครื่องมือชิ้นสำคัญคือ SALT   ซึ่งเป็นคำย่อ จาก Support to Action Learning Team

S  -  Support

A  -  Action

L  -  Learning / Link

T  -  Team / Transfer / Transformation

 ทีมงานของ Constellation จึงมุ่งสนับสนุนให้เกิด action learning    โดยกระตุ้นด้วยคำถามเชิงบวก เริ่มด้วยจุดแข็ง ไม่ใช่ปัญหาหรือ pain point    เพราะเขากำกลังทำงานกับกลุ่มคนด้อยโอกาส ที่คน (รวมทั้งตัวเขาเอง) มักเข้าใจผิดว่าเป็นคนที่ไม่มีพลัง    เพื่อปลุกพลังที่ซ่อนตัวอยู่ออกมากระทำการ

และ Action Learning Team ต้องเป็นคนในชุมชนเอง    ไม่ใช่ทีมจากภายนอก    คนภายนอกทำได้เพียงเป็นกระบวนกร  

ส่วนหนึ่งของความอ่อนแอของผู้ยากไร้ คือความไม่เชื่อมั่นในตนเอง     ไม่ลุกขึ้นมาเป็นผู้กระทำการ (actor)     โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ขาดทักษะในการรวมตัวกันเป็นผู้กระทำการเพื่อแก้ปัญหาของพวกตน    ทีมกระบวนกรของ constellation ทำหน้าที่เติม “เกลือ” (S. A. L. T.)   เพื่อสร้างพลังชุมชน    

กระบวนทัศน์ “รอความช่วยเหลือ” คือยาพิษที่อาบอยู่รอบตัวและในตัว หรือครอบงำความคิด คนยากไร้      S. A. L. T. คือยาถอนพิษ  

อีกเครื่องมือหนึ่ง ของการคิดบวก คือ “ฝันร่วม”  และช่วยกันวางแผนให้ความฝันกลายเป็นความจริง     โดยทีมกระบวนการหาทางยุยงให้คนในชุมชนที่มารวมตัวกัน ร่วมกันฝันไกล    

ที่จริงเครื่องมือที่ทีมงานของ Constellation ใช้ คือ การจัดการความรู้ (KM – Knowledge Management) นั่นเอง     การคิดบวก ตั้งคำถามหาจุดแข็ง ชื่นชมจุดแข็ง คือเครื่องมือเข้าถึง “ความรู้” ที่ซ่อนตัวอยู่ในคนในชุมชนที่เขาเข้าไปทำงาน    เมื่อเสริมพลังด้วย SALT, ฝันร่วม, สายน้ำแห่งชีวิต (River of Life), RAA (Reflection After Action), เพื่อนช่วยเพื่อน (Peer Assist) และ เทศกาลเรียนรู้ (Learning Festival)    พลังของความรู้และการเรียนรู้จากการกระทำร่วมกัน ก็ออกฤทธิ์    สร้างการเปลี่ยนแปลงในระดับ transformation   ทั้งระดับบุคคล และระดับชุมชน   

สำหรับผมหนังสือเล่มนี้เป็นเสมือนบันทึกการเรียนรู้    เริ่มจากงานฟื้นพลังชุมชนรับมือ เอ็ชไอวี-เอดส์    สู่การพัฒนาพลังชุมชนเพื่อแก้ปัญหาชุมชน หรือปัญหาชีวิต ได้ทุกเรื่อง    กระบวนกรทำหน้าที่ตั้งคำถามหาจุดแข็ง หาความฝัน และรับฟัง     แล้วเติม SALT เข้าไป    ซึ่งก็คือการเรียนรู้ร่วมกันจากการปฏิบัติ   

สิ่งที่เป็นคุณสมบัติของความเป็นมนุษย์คือความสามารถในการเรียนรู้จากการปฏิบัติ … Action Learning 

ผู้ยากไร้ หรือด้อยโอกาส แก้ปัญหาของตนได้โดยรวมตัวกันตั้งความฝันหรือเป้าหมาย วางแผนดำเนินการ แล้วร่วมกันลงมือทำ และเรียนรู้    นำมาปรับปรุงวิธีดำเนินการอย่างต่อเนื่อง    ซึ่งก็คือการช่วยตัวเอง โดยการรวมตัวกันในชุมชน    ไม่ใช่งอมืองอเท้า รอคอยความช่วยเหลือจากภายนอก  


ขอกราบขอบพระคุณ ศ. นพ. ประเวศ วะสี ที่มอบหนังสือเล่มนี้

ในเว็บไซต์   https://www.communitylifecompetence.org/ ขององค์กร Constellation   บอกว่าองค์กรนี้ทำงานส่งเสริมชุมชนให้พัฒนาตนเอง    โดยใช้ SALT เข้าไปกระตุ้น action learning cycle    ที่เรียกว่า CLCP – Community Life Competence Process   ที่ผมคิดว่า มีประโยชน์มากในสังคมอำนาจนิยม    ที่ชุมชน หน่วยงานและบุคคล ถูกอำนาจกดทับ    จนขาดความนับถือมั่นใจตนเอง  ไม่คิดรวมตัวกันลุกขึ้นมาฝันและทำฝันให้เป็นจริงด้วยตนเอง    

ในกรณีเช่นนี้ หากจะมีคนหรือหน่วยงานภายนอกเข้าไปช่วย    ต้องอย่าเข้าไป “อุ้ม” แบบผู้เชี่ยวชาญ    ต้องเข้าไป “ปลุก” พลังภายในที่มีอยู่แล้วในชุมชนและบุคคล    โดยการชวนคุยเรื่องจุดแข็งและความฝัน สู่การลงมือทำ แนว Constellation    

ทำให้ผมนึกถึงพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา     โครงการโรงเรียนพัฒนาตนเองของ กสศ.    การพัฒนาเด็กและเยาวชนของมูลนิธิสยามกัมมาจล    บพท. (PMU A) ของกระทรวง อว.    ว่าผู้นำของ change agent ที่เข้าไปทำหน้าที่เหล่านั้น    น่าจะได้อ่านหนังสือเล่มนี้    และทำ RAA (Reflection After Action) เข้าสู่การทำงานของตนเอง     อย่างที่ผมกำลังทำอยู่นี้ 


สิ่งที่ทำให้เราเป็นมนุษย์ คือ การคิดเพื่อผู้อื่น    เพื่อสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าตนเอง   

คุณหมอ ลองโบเรย์ และคณะได้มาจัดการประชุมแนะนำเครื่องมือที่เล่ามาแล้ว  และแนะนำหนังสือเล่มนี้ ภาคภาษาอังกฤษ    ที่สถาบันพัฒนาสุขภาพอาเซียน  มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา เมื่อวันที่ ๒๘ ตุลาคม ๒๕๖๒   ชมวิดีทัศน์ของการประชุมได้ที่ (๑)    จากวิดีทัศน์นี้ ทำให้ผมทราบว่า ทีมงานเขาเรียก ดร. ลองโบเรย์ว่า ดร. เจแอล

วิดีทัศน์ (๑) นี้ ยาว ๓ ชั่วโมง ๖ นาที    ให้ภาพที่ชัดเจน ทั้งในด้านทฤษฎีและวิธีปฏิบัติ ของการใช้ SALT ประกอบกับ Action Learning Process   เพื่อ empower พลังชุมชน ให้ลุกขึ้นมาร่วมกันพัฒนาความเป็นอยู่ของตนเอง    ที่เรียกว่า CLCP – Community Life Competence Process    ซึ่งใช้กับเรื่องใดก็ได้ทั้งสิ้น ไม่จำเป็นต้องเป็นเรื่องสุขภาพ   

ในเชิงทฤษฎี นี่คือวิธีการที่เป็นรูปธรรมของการดำเนินการพัฒนาระบบสุขภาพแนว “มีชีวิต” (organic)     ซึ่งตรงกันข้ามกับแนว “กลไก” (mechanistic)    ที่ครองโลกอยู่ในปัจจุบัน    ข้อเสียของโลกทัศน์และระบบกลไกคือ มันปิดกั้นกดทับพลังภายในของคนจนคนยากไร้คนในชนบท    จึงต้องการหน่วยงานและบุคคลที่ทำหน้าที่กระบวนกรปลุกพลังของความเป็นมนุษย์ ออกมาพัฒนาชุมชนและบุคคล    โดยเริ่มจากความฝันร่วมของคนในชุมชนเอง   

จากการเสวนาถามตอบช่วงท้าย    ทำให้ผมได้อีกหนึ่งคำตอบ    สิ่งที่ทำให้เราเป็นมนุษย์คือ พลังภายในตน ที่เรียกว่า self-aspiration    แรงขับดันจากภายในตนเอง             


กิจกรรมของ Constellation เน้นการหาจุดแข็งของชุมชนมาเป็นพลังแก้ปัญหา     ใช้จิตวิทยาเชิงบวก    ผมได้บันทึกเรื่องการศึกษาที่ใช้จิตวิทยาเชิงบวก หรือ positive learning ไว้ที่ (๒) 


วิจารณ์ พานิช  

๑๕ มี.ค. ๖๓

        

   

หมายเลขบันทึก: 676712เขียนเมื่อ 7 เมษายน 2020 17:44 น. ()แก้ไขเมื่อ 7 เมษายน 2020 17:44 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี