
[บทความภาพยนตร์] หนัง super hero ชั้นดี ให้มากกว่าคำว่าสนุก
โดย วาทิน ศานติ์ สันติ
ถ้าคุณชอบดูหนังแนว superhero ที่ไม่ได้ดูแค่เอามัน เอาแค่การต่อสู้เพียงอย่างเดียว แต่ดูแล้วได้ฉุกคิดอะไรบ้าง ดูแล้วตั้งคำถามกับตัวเองบ้าง หรือดูแลทำให้พิจารณาสำรวจควาทคิดการกระทำของตัวเองได้บ้าง หากใครมาทางนั้น ผมแนะนำ 4 เรื่องนี้ครับ
1. Kick ass เป็นหนังแนวซุปเปอร์ฮีโร่ที่ไม่มีพลังฮีโร่อะไรเลย พลังเดียวที่เขามีคือจิตใจที่อยากจะช่วยเหลือผู้คน ที่ผมชอบก็ตรงที่ปรัชญาของหนังคือ "เพียงแค่คุณคิดจะทำดี คุณก็เป็นฮีโร่แล้ว" และชอบตรงที่เวลาพระเอกไปช่วยเหลือคนอื่นนั้นมันถูกตีกลับมาซะน่วมเลย บางคนที่พระเอกต้องการไปช่วยหลายคนไม่ได้ต้องการให้ช่วยเลย ที่สำคัญพระเอกพยายามจะรวบรวมคนทำดีแต่เมื่อทำดีแล้วไม่ได้ดีทำดีแล้วเจ็บตัวหลายคนก็เลิกทำไป พอเอาเข้าจริงๆแล้วที่ทำไปเพราะเป็นแฟชั่นนั่นเอง เจ็บแสบ! สำหรับผมแล้วเป็นหนึ่งในหนังที่ตีความเรื่องความเป็นฮีโร่ได้ดีที่สุดเรื่องหนึ่งเลยทีเดียว ส่วนตัวเนื้อเรื่องค่อนข้างสนุก มีฉากแอ๊คชั่นเท่ ๆ หลายฉาก มีความตลกร้าย จิกกัด เสียดสีแฝงอยู่ด้วย รับรองว่าไม่ผิดหวัง แต่ภาคหลัง ๆ ก็แอบผิดหวังอยู่เหมือนกันนะ แต่ก็มองข้ามมันไปได้เพราะบทความนี้เราจะเอาปรัชญาของหนังฮีโรไม่ใช่หรือ หนังกำกับโดย แมทธิว วอห์น เจฟฟ์ แวดโลว์ อำนวยการสร้างโดย แบรด พิตต์ หนังฉายปี 2010
8/10
2. watchman เป็นหนังแนวซุปเปอร์ฮีโร่ที่นำเสนอมุมของซุปเปอร์ฮีโร่ในช่วงตกต่ำของชีวิตนำเสนอในมุมที่โลกใบนี้ไม่ต้องการซุปเปอร์ฮีโร่อีกแล้ว เมื่อซุปเปอร์ฮีโร่ไม่ยอมทำหน้าที่ซุปเปอร์ฮีโร่อีกแล้ว หนังเสนอภาพซุปเปอร์ฮีโร่ที่สร้างสถานการณ์โดยมิชอบเพื่อทำให้ตัวเองเป็นฮีโร่ ที่ชอบที่สุดคือ ท้ายที่สุดเมื่อมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น คนที่เข้ามาแก้ไขในขณะที่ใครหลายคนหายหัว คนที่รับหน้าว่าเป็นผู้ผิด คนที่ยอมให้คนทั้งโลกตราหน้าว่าเป็นคนผิด เพื่อทำให้โลกสงบสุขนั่นแหละคือความหมายของคำว่าฮีโร่อย่างแท้จริง นอกจากจะชอบปรัชญาของหนังแล้วยังชอบวิธีการเล่าเรื่องการใช้โทนสีจัดว่าเป็นหนังให้ความหมายของความเป็นซุปเปอร์ฮีโร่ได้ดีที่สุดเรื่องหนึ่งของโลกเลยทีเดียว กำกับโดย แซ็ค สไนเดอร์ หนังฉายปี 2009
9/10
3. spider-man 3 จะทำอย่างไรเมื่อซุปเปอร์ฮีโร่ที่สามารถรับรู้พลังขั้นสูงสุดของตัวเองแล้ว แต่เกิดความรู้สึกน้อยใจว่าสิ่งที่เขาได้ทำไปให้กับคนอื่นนั้นมีหลายคนมองว่าเป็นสิ่งที่ผิด อีกทั้งการเป็นซุปเปอร์ฮีโร่ภายใต้หน้ากากนั้นไม่ได้สร้างความน่าชื่นชมยินดีหรือทำให้คนข้างหลังดีขึ้นเลย แล้วเมื่อเกิดกับเขาซ้ำๆ ซากๆ พลังด้านบวกที่มีอยู่อย่างเต็มเปี่ยมของเขาก็กลายเป็นพลังด้านลบ จากที่คอยช่วยเหลือคนอื่นกลับกลายเป็นทำอะไรเพื่อตนเอง และเลยเถิดจนกลายเป็นการสร้างความเดือดร้อนให้กับผู้อื่น นี่คือหนึ่งในหนังที่ตีความหมายของการเป็นซุปเปอร์ฮีโร่ทั้งด้านดีและด้านลบได้อย่างดีเยี่ยม สำหรับผมแล้วถือเป็นหนึ่งในหนังดีมากๆของผู้กำกับ แซม ไรมี่ เลยทีเดียว หนังฉายปี 2007
9/10
4 Batman ฉบับ คริสโต เฟอร์โนแลน ถือว่าเป็นภาพยนตร์ที่สร้างมาจากการ์ตูนแล้วทำได้ยอดเยี่ยมที่สุดเรื่องหนึ่งของโลก ทำให้เราลืมภาพแบทแมนในหลายๆเวอร์ชั่นที่ดูมาตั้งแต่อดีตไปได้เลยทีเดียว มีความสมจริงสมจัง มีความ real ที่สุดทั้งในด้านอารมณ์ สภานการณ์ ตัวละคร เป็นหนังที่นำเสนอการผลิกด้านมืดให้เป็นด้านสว่าง ความหมายของการเป็นฮีโร่ใน Batman ฉบับนี้ไม่ใช่แค่ช่วยคนหรือจับโจรเท่านั้น แต่หมายถึงการเสียสละอันยิ่งใหญ่ทั้งชีวิตและชื่อเสียงตัวเองอีกด้วย "ฮีโร่ไม่ได้แค่ช่วยคนเท่านั้น แต่ฮีโร่ที่ดีต้องสามารถสร้างแรงบันดาลใจได้ด้วย" หนังกำกับโดย คริสโตเฟอร์ โนแลน มี 3 ภาค ดีทุกภาค ประกอบด้วย Batman Begins ฉายปี 2005 Batman Dark Knight ฉายปี 2008 และ Batman The Dark Knight Rises ฉายปี 2012
9.5/10
หนังซุปเปอร์ฮีโร่ชั้นดีไม่ได้ให้แค่ความสนุก ไม่ได้ให้แค่ฉากแอ็คชั่นตื่นเต้นตระการตามากน้อยแค่ไหน แต่ขึ้นอยู่กับว่าเราดูหนังซุปเปอร์ฮีโร่เรื่องนั้นจบลงไปแล้วเราได้อะไรจากนั้นบ้างนั่นเอง อย่างน้อยที่สุดไม่ดูหนังซุปเปอร์ฮีโร่แล้วอาจจะเป็นแรงบันดาลใจให้เราคิดดีทำดีใครก็ได้ง่าย ๆ แค่ทำทุกอย่างตามหน้าที่ที่ดีก็พอ