กรณีศึกษา

Occupational profile : นาย A (นามสมมุติ) เพศชาย อายุ 54 ปี อาชีพทำไร่ทำสวน 
- Dx.Spinal Cord Injury T4-5 w/ Paraplegia w/ Diabetes Mellitus

- ประวัติความเจ็บป่วย : โดนยิงบริเวณหน้าอก ปี พ.ศ. 2554

- ประวัติครอบครัว : มีพี่น้อง 8 คน เป็นลูกคนที่ 7 ไม่มีลูก มีแต่หลานทำงานที่กรุงเทพ บ้านพี่น้องอยู่บริเวณเดียวกัน

- Interests : N/A

- Values and needs : N/A

- Strengths and concerns : ผู้รับบริการสามารถใช้อุปกรณ์ภายในบ้านมาใช้เป็นเครื่องมือช่วยในการทำกิจวัตรประจำวันต่างๆได้อย่างเหมาะสม

- Supports and barriers : ผู้รับบริการอาศัยอยู่ชั้นล่างของตัวบ้าน ลักษณะการจัดบ้านมีพื้นที่โล่ง ทำให้ผู้รับบริการเคลื่อนย้ายตัวภายในบ้านได้สะดวก ผู้รับบริการนอนบนฟูกไม่สูงมาก มีการใช้ผ้ามัดติดกับเสาเพื่อใช้ดึงตัวขึ้น wheelchair บริเวณหลังบ้านเป็นห้องครัวมีพื้นที่โล่งเช่นกัน สามารถเคลื่อนย้ายตัวได้สะดวก มีห้องน้ำในห้องครัว บริเวณทางเข้าห้องน้ำมีธรณีประตูสูงประมาณ 2 นิ้ว เป็นอุปสรรคในการเคลื่อนย้ายเข้าห้องน้ำของผู้รับบริการ

Diagnostic Reasoning : ด้านการวินิจฉัยทางการแพทย์

จากการอ่านแฟ้มประวัติการรักษาของผู้รับบริการ ได้รับการวินิจฉัยเป็น Spinal Cord Injury ระดับ Thoracic แต่ในแฟ้มประวัติไม่ได้ระบุระดับพยาธิสภาพที่เฉพาะเจาะจง สาเหตุเกิดจากการโดนยิง ปี พ.ศ. 2554 มีรอยแผลเป็นบริเวณหน้าอก มีอาการ Paraplegia คือ อัมพาตตั้งแต่ท่อนล่างลงไปถึงเท้า ไม่สามารถเคลื่อนไหวและรับความรู้สึกในช่วงล่างได้เลย นอกจากนี้ผู้รับบริการยังเป็นโรคเบาหวาน (Diabetes Mellitus : DM) แต่ไม่ได้ไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลจึงไม่ได้ทานยารักษา มีแผลบริเวณตาตุ่มด้านนอกของข้อเท้าข้างขวา on Foley's catheter หรือถุงปัสสาวะ

Diagnostic Reasoning : ด้านการวินิจฉัยทางกิจกรรมบำบัด

เนื่องจากพยาธิของโรคส่งผลต่อการทำกิจวัตรประจำวันของผู้รับบริการโดยเฉพาะด้านการเคลื่อนย้ายตัว ส่งผลให้ผู้รับบริการไม่ค่อยออกไปทำกิจกรรมนอกบ้าน ผู้รับบริการนั่งอยู่หน้าโซฟาทั้งวัน ไม่มีแรงจูงใจในการทำกิจกรรมต่างๆ จากข้อมูลนี้ผู้รับบริการอยู่ในระดับ Occupational Imbalance

Procedural Reasoning

จากข้อมูลพยาธิสภาพ ผู้บำบัดได้ทำการประเมิน สังเกต สัมภาษณ์และให้การรักษา

  • จากการสัมภาษณ์และประเมินผู้รับบริการสามารถทำกิจวัตรประจำวันพื้นฐาน (BADL) ส่วนใหญ่ได้ด้วยตัวเอง ได้แก่

- Bathing : ผู้รับบริการสามารถอาบน้ำในห้องน้ำได้ด้วยตัวเอง

- Dressing : ผู้รับบริการสามารถสวมใส่เสื้อผ้าได้ด้วยตัวเอง 
- Feeding : ผู้รับบริการสามารถตักอาหารได้ด้วยตัวเอง

- Eating : ผู้รับบริการไม่มีปัญหาด้านการกลืน

- Communication : ผู้รับบริการสามารถสื่อสารให้ผู้อื่นเข้าใจได้

- Personal hygiene : ผู้รับบริการสามารถดูแลรักษาความสะอาดของร่างกายได้ด้วยตัวเอง

- Sleep : ผู้รับบริการนอนไม่ค่อยหลับ เนื่องจากมีอาการปวดเนื้อปวดตัว

- Toileting : ผู้รับบริการสวมใส่สายสวนปัสสาวะ (on foley's catheter)

- Functional mobility : ผู้รับบริการใช้แขน 2 ข้างถัดตัวในการเคลื่อนตัวภายในบ้าน , ผู้รับบริการผูกผ้าไว้กับเสาแล้วใช้ผ้าในการดึงตัวเพื่อขึ้นไปนั่งบน wheelchair ด้วยตัวเอง

  • ผู้รับบริการสามารถทำ IADL ได้ ดังนี้ 

- Meal preparation : ผู้รับบริการเล่าว่าบางวันก็ทำอาหารทานเอง

- Technology : ผู้รับบริการสามารถใช้โทรศัพท์ โทรหาผู้อื่นได้ด้วยตัวเอง

  • ผู้บำบัดได้ให้การรักษาและคำแนะนำแก่ผู้รับบริการ ดังนี้ 

- จัด Positioning การนั่งของผู้รับบริการให้เหมาะสมและให้ท่าออกกำลังการเพื่อฝึกการทรงตัวของผู้รับบริการ เนื่องจากผู้รับบริการมีระดับการทรงตัวเป็น poor static sitting balance

- ให้การนวด (massage) เพื่อกระตุ้นลำไส้และแนะนำเกี่ยวกับการควบคุมเวลารับประทานอาหาร/ชนิดของอาหารที่ทำให้ถ่ายได้ดีและรับประทานนำ้มันละหุ่ง เนื่องจากผู้รับบริการมีอาการท้องอืดมาหลายวัน

- แนะนำให้ผู้รับบริการเคลื่อนย้ายตัวไปนั่งบนโซฟาหรือบนฟูก เนื่องจากผู้รับบริการสวมสายปัสสาวะ การนั่งสูงกว่าพื้นแล้ววางถุงปัสสาวะไว้ต่ำกว่าตัวจึงป้องกันไม่ให้ปัสสาวะไหลย้อนกลับ และป้องกันการเกิดแผลกดทับ
- แนะนำเกี่ยวกับสิทธิผู้พิการว่าสามารถขอเบิก wheelchair หรือซ่อม wheelchair ได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด

- แนะนำให้ผู้รับบริการนั่ง wheelchair ออกไปนอกบ้านบ่อยๆ

Interactive Reasoning

Therapeutic use of self : ผู้บำบัดเข้าหาโดยการนั่งพื้นระดับเดียวกับผู้รับบริการ มีการมองหน้า สบตา ยิ้มแย้มเวลาพูดคุยกับผู้รับบริการสร้างปฏิสัมพันธ์ที่ดี บรรยากาศเป็นมิตร ผู้บำบัดมีการวางตัวให้ดูน่าเชื่อถือ ใช้ภาษาสุภาพ เข้าใจง่าย ใช้คำถามปลายเปิด ไม่มีการคาดคั้นคำตอบ ไม่บังคับหากผู้รับบริการไม่สะดวกใจที่จะตอบคำถามหรือทำกิจกรรม

การประยุกต์ใช้กรอบอ้างอิงร่วมกับการให้บริการทางกิจกรรมบำบัด (Conditional Reasoning)

ใช้กรอบอ้างอิง PEOP model , Biomechanical FoR , Teaching and Learning process ในการจัดท่านั่งของผู้รับบริการให้เหมาะสม [ท่านั่งพื้น หลังพิงโซฟาทำมุมกับพื้น 90 องศา] และสอนการเคลื่อนย้ายตัวจากพื้นขึ้นไปนั่งบน Wheelchair หรือโซฟา , Physical Rehabilitation FoR for digestive system

SOAP NOTE [ได้พบผู้รับบริการเพียงครั้งเดียวเนื่องจากเป็นเคสในวิชาชุมชน]

S : จากการพูดคุยกับผู้รับบริการ มีความรู้สึกเบื่อหน่าย 'ไม่มีอะไรที่อยากทำ' 'นอนอยู่ตรงนี้ทั้งวัน' 'ไม่อยากดูโทรทัศน์' 'ไม่ชอบฟังเพลง ไม่ได้ฟังนานแล้ว' มีอาการท้องอืดมาหลายวัน 'นอนไม่ค่อยหลับ ปวดเนื้อปวดตัว'

O : ผู้รับบริการเพศชาย w/ Paraplegia มีแผลที่ข้อเท้าข้างขวา บริเวณตาตุ่มด้านนอก แผลแห้งแต่บวมมาก และแผลหายช้าเนื่องจากผู้รับบริการเป็นเบาหวานด้วย on Foley's catheter ถุงปัสสาวะวางอยู่ในระดับเดียวกับพื้นที่ผู้รับบริการนั่ง ทำให้ปัสสาวะไหลย้อน ผู้รับบริการมีท่านั่งที่ไม่ค่อยเหมาะสม ท่ากึ่งนั่งกึ่งนอน หลังพิงโซฟา มีรอยแผลเป็นจากการถูกยิง 2 จุด บริเวณหน้าอกและข้างขวาใต้ซี่โครง

A : Poor static sitting balance , Fair dynamic sitting balance

P : ประเมิน muscle strenght ของแขน , สอนการเคลื่อนย้ายตัวจากพื้นขึ้นไปนั่งบนโซฟา , ให้ผู้รับบริการเข็น wheelchair ออกไปนอกบ้านด้วยตัวเอง , ทำ interest checklist เพื่อหาแรงจูงใจในการทำกิจกรรม

Pragmatic Reasoning

จากการได้ปรึกษาหารือกับอาจารย์กิจกรรมบำบัด เนื่องจากปกติผู้รับบริการจะอยู่ในท่ากึ่งนั่งกึ่งนอนบริเวณหน้าโซฟา ซึ่งเป็น posture ที่ไม่เหมาะสม จึงได้มีการเป้าประสงค์เพิ่มเติม คือ ผู้รับบริการสามารถเคลื่อนย้ายตัวจากพื้นขึ้นไปนั่งบนโซฟาด้วยตัวเองได้อย่างปลอดภัย โดยใช้ Teaching & Learning process โดยมีขั้นตอนดังนี้

  1. จัดท่านั่งบนพื้นของผู้รับบริการให้มั่นคง หลังพิงโซฟาทำมุมกับพื้น 90 องศา สังเกตว่าผู้รับบริการสามารถทรงตัวนั่งด้วยตัวเองได้มั่นคงหรือไม่
  2. ให้ผู้รับบริการใช้แขนทั้ง 2 ข้างดึงผ้าที่ผูกติดไว้กับเสา เพื่อดึงตัวขึ้นไปนั่งบนโซฟา
  3. ผู้รับบริการดึงตัวขึ้นนั่งบนโซฟา ในขั้นตอนนี้ควรระวังการเสียการทรงตัวของผู้รับบริการเนื่องจากเบาะโซฟามีความยวบง่าย อาจทำให้ผู้รับบริการล้มไปด้านข้างได้
  4. จัดท่านั่งบนโซฟาให้เหมาะสม

Story Telling

กรณีศึกษารายนี้เป็นการลงพื้นที่ครั้งแรกในรายวิชากิจกรรมบำบัดในชุมชน จึงรู้สึกตื่นเต้นและกังวลเล็กน้อย เพราะเป็นครั้งแรกที่อาจารย์ให้นักศึกษาอ่านประวัติผู้รับบริการและปรึกษากันเองภายใน ว่าจะต้องพูดคุยอย่างไร ประเมินอะไรบ้าง ภายในเวลา 30 นาที แต่เมื่อได้ไปถึงบ้านของผู้รับบริการความกังวลที่มีก็ลดลง เนื่องจากผู้รับบริการให้ความร่วมมือในการสัมภาษณ์และประเมินเป็นอย่างดี จากประสบการณ์ในครั้งนี้ทำให้ได้รู้ว่าตัวเรายังขาดความรู้ในเรื่องการสร้างปฏิสัมพันธ์ให้ผู้รับบริการรู้สึกไว้วางใจ ซึ่งอาจารย์ที่ปรึกษาประจำกลุ่ม ได้แสดงให้เห็นว่าผู้บำบัดที่ดีควรมีความมั่นใจ หนักแน่น คล่องแคล่ว ในการพูดคุยกับผู้รับบริการ นักศึกษากิจกรรมบำบัดคนนี้จะนำสิ่งที่ได้เรียนรู้ในครั้งนี้ไปปรับใช้ในการสร้างปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับผู้รับบริการต่อไปในอนาคต

นศ.กบ.เบญจมาภรณ์ ตระกูลทิพย์ 6023023