ขอโทษทีรักนี้มีเวลาแค่วันเดียว : ตำนานความรักที่มีวันเวลาเป็นอุปสรรคขวางกั้นระหว่าง หญิงทอผ้า และชายเลี้ยงวัว

    สวัสดีค่ะ กลับมาพบกันอีกแล้วนะคะกับ เมย์มีเรื่องเล่านะคะ เพราะทุกที่มีเรื่องเราจึงเก็บมาเล่านะคะ วันนี้เรามาติดตามกันดีกว่าค่ะว่าเรื่องราวแห่งความรักเรื่องไหนที่จะถูกนำมาให้อ่าน  สำหรับวันนี้เราจะนำตำนานความรักของจีน เป็นตำนานความรักที่ยาวและประวัติที่น่าสนใจอยู่เหมือนกันนะคะ ซึ่งตำนานที่ว่านั้นก็คือ “หนุ่มเลี้ยงวัวกับสาวทอผ้า” นั่นเองค่ะ ซึ่งวันที่ 7 เดือน 7ตามตำนานแล้วเชื่อว่าเป็นวันที่ หนุ่มเลี้ยงวัวนั้นได้กลับมาพบกับสาวทอผ้าค่ะ 

  โดยจุดกำเนิดของวันที่ว่านั้นก็มาจากตำนานปรัมปราของจีน ในสถานที่ที่ชื่อว่า “ภูเขาเพชร” ว่ากันว่าเป็นจุดที่นางฟ้าลงมาเล่นน้ำ และเป็นเวลาประจวบเหมาะกับ ชายหนุ่มเลี้ยงวัว ชื่อว่า “หนิวหลาง”  อยู่บริเวณนั้นพอดี เขาพบเจอนางฟ้าเจ็ดองค์ที่ลงมาจากสวรรค์เพื่อลงมาเล่นน้ำตรงบริเวณทะเลสาบเข้าพอดี  วัวของ “หนิวหลาง” ได้กระซิบและออกอุบายให้เขาไปขโมยเสื้อผ้าของเหล่านางฟ้ามา โดยให้เขาแอบสังเกตการณ์ว่าหลังจากที่เหล่านางฟ้าเล่นน้ำเสร็จแล้ว แล้วพวกเธอนั้นจะทำอย่างไรแล้วจะพบเสื้อผ้าของพวกนางหรือไม่ แหมวัวของหนิวหลางนี่ก็แอบแสบใช่ย่อยนะคะเนี่ย แต่ว่าหลังจากที่พวกนางนั้นอาบน้ำเสร็จแล้ว เมื่อไม่พบเสื้อผ้า ก็ให้นางฟ้าน้องเล็ก ที่ชื่อว่า “จือหนี่” ซึ่งแปลตรงตัวว่าหญิงทอผ้า ไปตามหาเสื้อผ้ามาคืนให้พวกพี่ ๆ จนเมื่อรู้ว่าคนที่เอาเสื้อผ้าทั้งหมดไปก็คือ “หนิวหลาง” นางจึงขอเจรจาเอาเสื้อผ้าคืน  แต่ว่า            “หนิวหลาง”เองก็มีข้อแลกเปลี่ยนเช่นกันค่ะ ซึ่งนั้นก็คือการขอนางแต่งงาน ซึ่งตัวนางเองก็ยินยอม ใครที่บอกว่าคนสมัยนี้ดูใจกันเร็วต้องมาดูคู่ของ  “หนิวหลาง” และ “จือหนี่” นะคะ เพราะสองคนนี้เขาสปาคจอยกันเร็วเหลือเกินซึ่ง “จือหนี่” สุดท้ายก็อยู่กินกับ “หนิวหลาง”แล้วปล่อยพี่ๆเหล่านางฟ้าอีก 6คนนั้นกลับสวรรค์ไป

   และเมื่อทั้งสองตกลงปลงใจอยู่กินกับฉันสามีภรรยา ก็เหมือนว่าชีวิตคู่ของทั้งสองดูไม่ต่างจากฝันซะเท่าไหร่ เพราะตัว “หนิวหลาง” ก็เป็นสามีที่แสนดีรักและคอยดูแลภรรยาของเขา ส่วน “จื่อหนี่” เองก็เป็นภรรยาคอยปฏิบัติพัดวีสามีของเธออย่างไม่ขาดตกบกพร่อง จนกระทั่งทั้งสองมีบุตรด้วยกันสองคน ดังที่บอกไปแล้วนะคะว่าชื่อ “จื่อหนี่” นั้นหมายถึงสาวทอผ้า เพราะงั้นนางจึงถือได้ว่าเป็นคนที่มีฝีไม้ลายมือในเรื่องของการทอผ้าเป็นอย่างมาก เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในใต้หล้าเลยละค่ะ ทำให้ผ้าที่ “จื่อหนี่” และ “หนิวหลาง” นั้นนำผ้าไปขายจนขายดิบขายดี และส่งผลทำให้พวกเขากลายเป็นเศรษฐีอย่างไม่ทันตั้งตัวค่ะ แต่ก็ไม่ใช่ว่าเรื่องราวของจือหนี่ และ หนิวหลางนั้น จะมีแต่เรื่องสวยงามชวนฝันเท่านั้นนะคะ

   เพราะว่าเรื่องราวก็แดงจนไปถึงหูของ “เง็กเซียนฮ่องเต้” และ “ฮ่องเฮา” ผู้ซึ่งเป็นบิดา มารดาของเหล่านางฟ้า พอได้ยินว่า “จือหนี่” ไปแต่งงานกับชายธรรมดานั้นก็โกรธจัด เลยออกคำสั่งให้ “จือหนี่” กลับสวรรค์ และเมื่อ “หนิวหลาง”กลับมาบ้านแล้วไม่เห็นภรรยาก็ เศร้าโศกเสียใจ  จนกระทั่งวัวของ “หนิวหลาง”ได้ออกไอเดียว่า ให้ “หนิวหลาง” นั้นฆ่าตนเสีย และให้เอาหนังวัวคลุมร่าง เพื่อจะได้ไปสู่สวรรค์แล้วไปหาภรรยาได้ ทำให้ “หนิวหลาง” ต้องฆ่าวัวด้วยน้ำตาแล้วนำหนังมาคลุมร่างของเขาและบุตรทั้งสองคน แล้วขึ้นมาบนสวรรค์เพื่อตามภรรยาของตน และเมื่อ “เง็กเซียน” และ “ฮ่องเฮา”รู้เข้าก็ยิ่งทวีความโกรธ แล้วด้วยความโกรธนี้เองทำให้ “ฮองเฮา”นั้นได้ดึงปิ่นปักผมของนางออกมาแล้วก็กรีดฟ้าให้แบ่งออกมาเป็นสองด้านโดนมีแม่น้ำนั้นกั้นกลาง เพื่อขัดขวางความรักระหว่างเขาและเธอ

   ซึ่งแม่น้ำที่ว่านั้นก็เป็นที่มาของ “ทางช้างเผือก” นั่นเองค่ะ และเมื่อมีแม่น้ำมาขัดขวางความรักทำให้ทั้งสองต่างต้องทำหน้าที่ของตัวเองไปอย่างไร้ทางเลือก โดยตัวของ จือหนี่เองก็ต้องทอผ้าไปด้วยใจที่สิ้นหวัง ส่วน  หนิวหลางก็ทำได้แค่เพียงดูแลลูกน้อยทั้งสองของตนกับ         จือหนี่ไป และรอคอยวันที่จะกลับมาพบกันใหม่ วันนั้นก็คือวันที่เหล่านกกระเรียนจะมารวมตัวกันเป็นสะพานเพื่อนำพาให้ทั้งสองคนมาพบเจอกัน ซึ่งสะพานนั้นมีชื่อว่า Que Qiao    (ฉิวเฉียน) หรือสะพานนกกระเรียนอันเป็นสะพานที่ทอดข้ามในกลุ่มดาวหงส์ ทำให้  “จือหนี่” และ “หนิวหลาง” นั้นสามารถเดินทางมาพบกันได้แม้แค่เพียงปีละครั้งเท่านั้น   ซึ่งก็คือวันที่ 7 เดือน 7 และเล่ากันว่าถ้าวันนั้นเป็นวันที่มีฝนตก นั่นจะแสดงว่าฝนนั้นจะเป็นตัวแทนของน้ำตา ของทั้ง “จือหนี่” และ “หนิวหลาง” นั่นเองค่ะ เป็นยังไงกันบ้างค่ะ กับความรักของตำนานที่แสนเศร้าแต่ก็แอบสุขใจเล็กๆเพราะอย่างน้อยทั้งสองก็ยังมีโอกาสพบกันแม้ว่าจะเป็นเพียงแค่วันเดียวของปีเท่านั้น แต่ว่าสตอรี่ความรักนี้ยังไม่จบนะคะ ยังมีอีกหลายเรื่องให้ติดตามกันยังไงก็ลืมติดตามกันด้วยนะคะ สำหรับวันนี้สวัสดีค่ะ

แหล่งข้อมูลประกอบ

http://www.techisky.com/news/qixi-festival.html

http://www.smilechinese.cn/Smile_Club/Culture_Essence/150.html

https://gbtimes.com/index.php/qixi-festival-and-story-chinese-valentines-day

http://cultureyard.net/legend-of-qixi/

http://www.bonzasheila.com/stories/niulangzhinu.html

http://e.gotohz.com/whatishot/whatnew/201508/t20150818_136829.html

http://www.nlb.gov.sg/biblioasia/2018/07/04/in-search-of-the-seven-sisters-festival/

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เมย์มีเรื่อง!(เล่า)



ความเห็น (0)