ข้าราชการบำนาญท่านหนึ่ง ยื่นหนังสือให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ด้วยความคิดสร้างสรรค์ที่อยากเห็นการศึกษาไทยก้าวหน้าและมีความมั่นคง ยั่งยืน
มิใช่เพียงให้เป็นทางเลือกเพียงอย่างเดียว แต่มองว่าเป็นทางรอดของเด็กไทย ที่จะต้องเป็นฐานพลังสำคัญของประเทศชาติ จึงเสนอให้กระทรวงเป็นต้นแบบในการปรับระเบียบบริหารเสียใหม่.และให้สถานศึกษาใช้หลักการและแนวคิดของศาสตร์พระราชา
โดยเฉพาะปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ทั้งในด้านการบริหารจัดการและการจัดการเรียนการสอน ในการนี้ ท่านรัฐมนตรีเห็นชอบ ในขั้นแรกก็ให้เผยแพร่ข้อเสนอของข้าราชการบำนาญท่านนี้ก่อน..จากนั้น..ก็เชื่อว่า..จะได้มีการพูดถึงในที่ประชุมผู้บริหารระดับสูงต่อไป..
ในความเป็นจริง..ฐานความรู้เรื่องเศรษฐกิจพอเพียง..ทุกโรงเรียนมีอยู่แล้ว แต่ที่ชะงักงันหรือไม่บังเกิดผลเป็นรูปธรรม อันเนื่องมาจากปัจจัยหลักๆ ๒ – ๓ ประการ คือ
ผู้นำการศึกษาที่อยู่เหนือโรงเรียนขึ้นไป พูดถึงเรื่องนี้ไม่ต่อเนื่อง อาจเป็นเพราะมีเรื่องอื่นที่เร่งด่วนมากมาย ประเด็นต่อมา..ผู้บริหารและครูต้องเข้าใจก่อนว่า..การบูรณาการนั้นต้องทำในลักษณะใด?
ประการสุดท้าย..เหมือนจะไม่มีใครพูด แต่มีอยู่จริง และสำคัญมาก นั่นก็คือ “ภัยแล้ง” เมื่อไม่มีน้ำการจะคิดและทำสิ่งใดก็คงจะยาก..
แต่เอาเถอะ..ผู้ใหญ่เขาจะคิดอย่างไร? คงไม่ใช่สาระหลัก การทำงานด้วยใจรักและศรัทธาต่างหาก ที่ช่วยให้งานเดินหน้า ด้วยกำลังใจ เรียนรู้และลงมือทำ
ถ้าในโรงเรียน..ก็ต้องเชื่อมโยงทุกสิ่งที่ต่างกัน มาเป็นเรื่องเดียวกัน เรียกว่า “บูรณาการ” แค่คิดก็พอเพียงแล้ว หมายความว่า กิจกรรมหลายอย่างหลอมรวมเป็นโครงการเดียวกัน บริหารจัดการอย่างไรที่จะให้สอดคล้องกับบริบท หรือจัดการเรียนการสอนที่ต้องมีรูปแบบ ก็จะต้องเชื่อมโยงหรือบูรณาการเพื่อตอบโจทย์ “พอเพียง”ให้ได้
พอดีที่โรงเรียนมีความพร้อม ผมจึงทำก่อนและเห็นผลดี ผมเคยเผยแพร่ผลงานทั้งการพูดและการเขียน ในแบบค่อยเป็นค่อยไป ปัจจัยที่เอื้อมากมาย จึงทำให้ผมทำงานบริหารและการสอนอย่างมีความสุข
บูรณาการแหล่งเรียนรู้ให้เข้ากับสิ่งแวดล้อม หลอมรวมและย่นย่อกิจกรรมนำนักเรียนลงสู่ภาคปฏิบัติ เชื่อมโยงงานให้เข้ากับบทเรียน อ่านเขียนไปด้วยในเวลาเดียวกัน
สระน้ำ..ยังมีน้ำใช้ได้ตลอดปี มีโคกหนองนา ที่ผมให้นักเรียนพัฒนาผืนดินอยู่เสมอ ทำให้ต้นไม้งอกงาม สิ่งที่ตามมา คือใบไม้ ผมสะสมไว้ทำปุ๋ยหมัก ตอนนี้มีใช้อย่างเหลือเฟือ เมื่อนำไปใช้ปลูกผักปลอดสารพิษ ก็จะเป็นผลผลิตที่เกิดจากการบูรณาการนั่นเอง
เพียงแต่ไม่ต้องคิดการใหญ่ ทำเรื่องเล็กๆง่ายๆและงดงามก็ “พอเพียง”ได้ ประหยัดแต่ได้ประโยชน์ต่อทุกคนในองค์กร และต้องทำทุกวัน..เพื่อให้เป็นส่วนหนึ่งของชีวิต อย่าได้คิดถึงรางวัลหรือเกียรติยศอันใด
ผมทำเรื่องแก๊สชีวภาพ จากเศษอาหาร..ก็ได้แก๊สไว้ใช้ ไม่ต้องซื้อบ่อยๆ เมื่อครูและนักเรียนเห็นคุณค่าของเศษอาหาร ก็ถือว่างานและกิจกรรม ได้บูรณาการการบริหารและการเรียนการสอนไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว..
คงมีสักวัน..ผมจะรวมเรื่องเล่าและประสบการณ์..เผยแพร่ไปยังโรงเรียนขนาดเล็กต่างๆ เพื่อให้มองเห็นภาพ ของความ “พอเพียง” ที่ไม่ใช่สาระวิชา แต่เป็นคุณธรรมใกล้ตัวที่สามารถนำไปใช้ได้กับทุกเรื่อง..โดยเฉพาะเรื่องในโรงเรียน...เหมาะสมกลมกลืนที่สุด
ชยันต์ เพชรศรีจันทร์
๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓