การออกชุมชนโรงพยาบาลหลวงพ่อเปิ่น


การออกชุมชนโรงพยาบาลหลวงพ่อเปิ่น ในวันที่ 21 มกราคม 2563 และวันที่ 28 มกราคม 2563

  การออกชุมชนที่โรงพยาบาลหลวงพ่อเปิ่น เป็นที่ที่มีโอกาสได้ไปเรียนรู้ และจัดกิจกรรมถึง2ครั้ง โดยสิ่งที่ได้เรียนรู้จากครั้งแรกคือโรงพยาบาลหลวงพ่อเปิ่น เป็นโรงพยาบาลชุมชนที่มีขนาดเล็กที่สุด 30 เตียง แต่ด้วยความที่โรงพยาบาลมีการทำงานแบบ “Nakhon Chai si model” คือมีหลายๆโรงพยาบาลทำงานร่วมกันเป็นฝ่ายๆ จึงทำให้โรงพยาบาลยังคงอยู่ได้แม้ว่าจะเป็นโรงพยาบาลขนาดเล็ก โดยจะเน้นดูแลคนไข้โรคหลอดเลือดสมอง หรือ Stroke โดยจะเป็นคนไข้กึ่งวิกฤต ซึ่งคนไข้จะได้รับโปรแกรมการฟื้นฟูแบบ Intensive rehabilitation คือใช้ระยะเวลาในการฟื้นฟูประมาณ 4 สัปดาห์ โดยในโปรแกรมการฟื้นฟู ก็จะมีทั้งทีมแพทย์ นักกายภาพบำบัด นักกิจกรรบำบัด แพทย์แผนไทย และแพทย์แผนจีน เพราะถือเป็นการให้คนไข้ได้รับบริการทางการแพทย์ที่หลากหลาย  โดยเมื่อครบระยะเวลาแล้วคนไข้หายดีแล้ว ก็จะส่งกลับบ้าน แต่ถ้าไม่สามารถฟื้นฟูต่อไปได้ ก็จะมีทีมIL หรือทีมจากศูนย์การดำรงชีวิตอิสระในผู้พิการ ดังที่นักศึกษาได้ไปเรียนรู้มาในวันที่ 13 มกราคม 2563 เข้ามาให้ความช่วยเหลือ (สามารถอ่านเรื่องราวทีมILได้ที่https://www.gotoknow.org/posts/675052)  โดยจะทำตั้งแต่การสอนทักษะการใช้ชีวิตด้วยตนเองให้กับคนไข้ การส่งเสริมสิทธิ์ผู้พิการ รวมถึงการสนับสนุนด้านต่างๆที่ทำได้ตามความเหมาะสม โดยในส่วนของโรงพยาบาลหลวงพ่อเปิ่นนั้นได้มีการจัดทำบ้านจำลองใช้ชีวิตให้ผู้พิการได้ลองใช้ชีวิตอยู่ด้วนตนเองก่อนจะกลับไปที่บ้าน เพื่อให้แน่ใจว่าผู้พิการจะสามารถกลับไปใช้ชีวิตในบริบทของตนเองได้จริงๆ ซึ่งตารางกิจวัตรประจำวันที่เวลาไหนจะทำอะไรหรือต้องการฝึกอะไร ผู้พิการจะเป็นคนออกแบบเองทั้งหมดเพื่อให้ตรงกับความต้องการที่แท้จริง และนอกจากนี้ ยังมีโรงเรียนผู้สูงอายุที่อยู่ในตำบลที่เป็นความรับผิดชอบของโรงพยาบาล ซึ่งจะมีการประเมินภาวะสมองเสื่อในผู้สูงอายุแต่ละคน และจัดกิจกรรมที่เน้นการกันล้ม-กันลืม โดยนักศึกษาได้มีโอกาสเข้าไปจัดกิจกรรมส่งเสริม cognitive ให้กับผู้สูงอายุในวันที่ 28 มกราคม 2563 ด้วย ซึ่งนอกจากกิจกรรมที่นักศึกษาได้เตรียมไปให้แล้ว ทางผ็สูงอายุก็ได้มีการเตรียมการแสดงไว้ให้นักศึกษาดูเช่นกัน และทำให้ได้เห็นว่า การที่ผู้สูงอายุได้เข้ามาเรียนที่โรงเรียนผู้สูงอายุนั้น มีผลทำให้ผู้สูงอายุยังคงความสามารถไว้ได้นานกว่าผู้สูงอายุที่ไม่มีกิจกรรมได้ทำเลย และอีกสิ่งสำคัญที่ได้เรียนรู้คือ บทบาทของนักกิจกรรมบำบัดที่ทำในโรงพยาบาลชุมชน ซึ่งได้เรียนรู้จากพี่เรน นักกิจกรรมบำบัดคนเดียวในโรงพยาบาลหลวงพ่อเปิ่น ว่ามีบทบาทสำคัญอย่างมากทั้งการฟื้นฟูคนไข้ในโรงพยาบาลและการออกไปเยี่ยมบ้านคนไข้ในชุมชนที่อยู่ในความรับผิดชอบของโรงพยาบาล รวมถึงการจัดกิจกรรมให้ผู้สูงอายุในโรงเรียนผู้สูงอายุด้วย 

  ในส่วนของความรู้สึกที่ได้ไปเรียนรู้ที่โรงพยาบาลหลวงพ่อเปิ่น อย่างแรกคือรู้สึกประทับใจในความสามารถของพี่เรน นักกิจกรรมบำบัดคนเดียวทั้งโรงพยาบาล และต้องรับผิดชอบผู้รับบริการที่มาทำกิจกรรมบำบัดทั้งหมด ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ไม่ง่ายเลย และยังรู้สึกว่าโรงพยาบาลมีระบบการจัดการคนไข้ได้ดี ถึงแม้คนไข้จะไม่สามารถกลับมาใช้ชีวิตได้เหมือนก่อนที่จะเกิดความพิการ ก็ยังมีทีมIL ที่เข้ามาช่วยเหลือ มีการทำบ้านจำลองการใช้ชีวิตอิสระของผู้พิการให้ผู้พิการได้ลองใช้จริงๆ และบ้านยังถูกออกแบบโดยทีมIL อีกด้วย ซึ่งทำให้บ้านจำลองนั้นมีความเหมาะสมกับผู้พิการมากที่สุด เพราะผ่านการออกแบบจากผู้ที่มีประสบการณ์โดยตรง และรู้สึกว่าโรงพยาบาลหลวงพ่อเปิ่น มีการรักษาที่ค่อนข้างครอบคลุม อีกทั้งยังมีการช่วยเหลือคนในชุมชนโดยการให้มาเป็นหมอนวดแผนไทยโดยหักรายได้ออกแค่ที่จำเป็นโดยที่โรงพยาบาลไม่หวังผลกำไร ซึ่งเป็นอีกรายละเอียดที่ดูเหมือนเป็นเรื่องเล็กๆ แต่ถือว่าเป็นเรื่องดีกับคนในชุมชนอย่างมาก

  สำหรับสิ่งที่จะนำมาพัฒนากับวิชาชีพกิจกรรมบำบัดก็คือการบริหารเวลาเมื่อมีผู้รับบริการเข้ามาเป็นจำนวนมากในขณะที่นักกิจกรรมบำบัดมีจำนวนที่จำกัด การเข้าถึงคนไข้ คนในชุมชน ผู้พิการ หรือผู้รับบริการอย่างไรให้เหมาะสม หรือแม้แต่การนำรูปแบบการให้บริการทางสุขภาพที่ได้เรียนรู้จากทางโรงพยาบาลมาใช้ในอนาคต รวมถึงรูปแบบการจัดกิจกรรมให้กับผู้สูงอายุ ว่าจะจัดกิจกรรมอย่างไรให้สนุก ไม่เกิดความขัดแย้ง และมีความหมายต่อผู้สูงอายุ ซึ่งการจัดกิจกรรมที่มีความหมายนั้นถือเป็นสิ่งที่สำคัญมากในการที่ผู้สูงอายุจะให้ความร่วมมือ

หมายเลขบันทึก: 675053เขียนเมื่อ 5 กุมภาพันธ์ 2020 01:24 น. ()แก้ไขเมื่อ 7 กุมภาพันธ์ 2020 02:14 น. ()สัญญาอนุญาต:


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี