ปลาอินทรีเค็มทอดให้เหลือง กลิ่นหอมฟุ้ง โรยหน้าด้วยหอมแดงซอย พริกขี้หนูซอย แล้วบีบมะนาวลงไป รับประทานกับข้าวสวยร้อนๆ เพียงเท่านี้ก็อร่อยมาก ถ้าได้รับประทานคู่กับแกงส้ม แกงเผ็ด รับประกันได้ว่าข้าวสวยจานเดียวคงไม่พอแน่ๆ

ปลาอินทรีเป็นปลาทะเลชนิดหนึ่ง มีรูปร่างค่อนข้างกลม เรียวยาว พื้นตัวมีสีเทาเงิน ความยาวประมาณ 30-80 เซนติเมตร มีเนื้อมาก ไม่มีก้างเล็ก เนื้อแน่น นิยมนำมาทำอาหาร เช่น ข้าวต้มปลาอินทรี สเต๊กปลา ปลาอินทรีแดดเดียว หรือตากแห้งทำเป็นปลาเค็ม ซึ่งปลาอินทรีเค็มสามารถนำมาทำอาหารได้หลายเมนู เช่น ผัดคะน้าปลาเค็ม ข้าวผัดปลาเค็ม หลนปลาอินทรีเค็ม หมูสับนึ่งปลาอินทรีเค็ม แต่ละเมนูล้วนแต่อร่อยถูกใจทั้งนั้น

คุณค่าทางโภชนาการของปลาอินทรีเค็ม 100 กรัม ประกอบด้วย

* พลังงานทั้งหมด 305 กิโลแคลอรี่

* พลังงานจากไขมัน 226 กิโลแคลอรี่

* ไขมัน 25.1 กรัม 39%

* ไขมันอิ่มตัว 7.1 กรัม 36%

* ไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน 6.2 กรัม

* ไขมันไม่อื่มตัวเชิงเดี่ยว 8.3 กรัม

* คอเลสเตอรอล 95 มิลลิกรัม 32%

* โซเดียม 4,450 มิลลิกรัม 185%

* โพแทสเซียม 520 มิลลิกรัม 127%

* โปรตีน 18.5 กรัม 37%

* วิตามินเอ 3%

* แคลเซียม 7%

* เหล็ก 8%

* วิตามินดี 252%

* วิตามินบี6 21%

* วิตามินบี12 200%

* แมกนีเซียม 15%

* ไทอามิน 1%

* ไนอาซิน 17%

* วิตามินอี 8%

* วิตามินเค 10%

* ฟอสฟอรัส 25%

* ร้อยละของปริมาณสารอาหารที่แนะนำให้บริโภคต่อวันสำหรับคนไทยอายุตั้งแต่ 6 ปีขึ้นไปโดยคิดจากความต้องการพลังงานวันละ 2,000 กิโลแคลอรี่

คุณค่าทางโภชนาการของปลาอินทรีเค็มเมื่อเทียบกับปลาเค็มชนิดอื่น เช่น ปลาสลิด ปลาทู ปลาช่อน ปลากุเรา จะเห็นว่าปลาอินทรีเค็มให้พลังงานน้อยกว่า ทั้งนี้เนื่องจากปริมาณไขมันต่ำกว่าเมื่อเปรียบเทียบที่น้ำหนักเท่ากัน ส่วนโปรตีนและแคลเซียมก็มีน้อยกว่าเช่นกัน ธาตุเหล็กก็มีปริมาณใกล้เคียงกับเนื้อสัตว์อื่นๆ ส่วนวิตามิน พบว่าปลาอินทรีเค็มมีไนอาซินค่อนข้างสูง โปรตีนในปลาทั่วไปย่อยง่ายกว่าโปรตีนในเนื้อสัตว์ชนิดอื่น ไขมันถึงจะมีไม่มากแต่ไขมันในปลาเป็นไขมันคุณภาพดี และจำเป็นต่อร่างกาย โดยมีกรดไบโนเลอิกซึ่งควบคุมไตรกลีเซอไรด์ในเลือด ช่วยเร่งการเผาผลาญคอเลสเตอรอล ทำให้คอเลสเตอรอลลดลง นอกจากนี้ปลาทะเลยังมีธาตุไอโอดีนช่วยป้องกันโรคคอพอกและป้องกันโรคเอ๋อ

ขั้นตอนและวิธีการหมักปลาเค็มทำให้มีปริมาณโซเดียมในเนื้อปลาเพิ่มมากขึ้น การรับประทานอาหารที่ประกอบด้วยโซเดียมในปริมาณมากมักจะเสี่ยงต่อโรคความดันโลหิตสูง ซึ่งจะส่งผลต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด ผู้ป่วยที่มีปัญหาโรคหัวใจและโรคไตควรหลีกเลี่ยงการรับประทานปลาเค็ม การนำปลาอินทรีเค็มไปประกอบอาหารไม่ควรเติมเกลือหรือน้ำปลาเพื่อปรุงรสเค็มอีก เพราะปลามีรสเค็มมากอยู่แล้ว และไม่ควรใส่ปลาเค็มในปริมาณมากเพราะจะทำให้อาหารมีรสชาติเค็มเกินไป

การนำปลาอินทรีเค็มมาทำเมนู หมูสับนึ่งปลาอินทรีเค็มเพื่อรับประทานกับแกงคั่วมะระหมูเด้งนั้น เป็นเมนูที่รสชาติเข้ากันได้เป็นอย่างดี วิธีทำก็ไม่ยุ่งยาก นำปลาอินทรีเค็มมาสับรวมกับเนื้อหมู ปรุงรสด้วยรากผักชี กระเทียม พริกไทย น้ำตาลทราย นำส่วนผสมทั้งหมดใส่ในถ้วย วางไข่แดงลงตรงกลาง1ฟอง แล้วนำไปนึ่งให้สุก เพียงเท่านี้ก็จะได้หมูสับนึ่งปลาอินทรีเค็ม ไม่ว่าจะรับประทานคู่กับแกงคั่วแกงเผ็ดกับข้าวสวยร้อนๆ หรือรับประทานกับข้าวต้มก็อร่อยทั้งนั้น