สูตรความสำเร็จมักมาพร้อมกับสิ่งที่คาดไม่ถึงเสมอ  

            ตั้งแต่จบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 เป็นช่วงที่วุ่นวายที่สุดก็ว่าได้ กับการหาที่เรียนนระดับปริญญาตรี สอบได้ราชภัฎสงขลา แต่ดิฉันเลือกที่จะไม่เรียน. เพราะอยากเรียน ในสาขาภาษาอังกฤษ เลยเลือกไปเรียนที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง หลังจากนั้นดิฉันก็เดินทางจากใต้ไปอยู่กรุงเทพมหานคร เรียนไปได้1ปี. ดิฉันลองสอบเข้ามหาวิทยาลัยใหม่ สอบได้แต่ก็เลือกที่จะไม่เรียนเหมือนเดิม เลยมุ่งเรียนต่อที่รามคำแหงให้จบ ในคณะมนุษยศาสตร์ ภาษาอังกฤษ เรียนจบ ดิฉันก็ศึกษาในระดับปริญญาโท แต่ดิฉันเปลี่ยนสายการเรียนไปเลย เพราะคิดว่าอยากมีธุรกิจเป็นของตัวเองที่บ้าน หลังจากเรียนจบ ดินฉันก็ได้กลับบ้าน และได้ข่วยพี่สาว ขายสินค้าออนไลน์ และหลังจากนั้นแม่ก็คิดเปิดธุรกิจส่วนตัวที่บ้าน คือการนำข้าวสารปลอดสารพิษ มาขาย ดิฉันเลยมีธุรกิจขายข้าวสารพัทลุง หน่วยงานราชการที่ไหนเปิดสอบ ดิฉันก็สอบ จนมีเปิดสอบครูผู้ช่วยที่ไม่เอาวุฒิครู ในสาขาวิชาขาดแคลน ดิฉันก็สอบ สอบผ่านได้สอบสัมภาษณ์ ประกาศผลออกมา ติดขึ้นบัญชี ดิฉันได้ลำดับรองสุดท้าย เวลาผ่านไปเกือบครบปี กลุ่มสอบบรรจุครูส่งข้อความกันเยอะมาก จนมีข่าวมาว่าจะเรียกหมดบัญชี ตอนนี้ดิฉันตื่นเต้นและกลัว คิดว่าต้องทำอะไรต่อไปยังไง และแล้วพี่ที่กศจ.ตรัง เค้าก็บอกว่าเรียกหมดแต่ไปไกลกว่านครสวรรค์นะ ... พอเห็นรายชื่อโรงเรียน โห..ไกลจริงๆ อมก๋อย เวียงแหง ฮอด ดอยเต่า แต่ด้วยสอบได้ที่สุดท้าย ไม่มีสิทธิ์เลือกมาก เลยเลือกมาฝั่งอมก๋อย และต้องเลือกโรงเรียนภายใน1วัน เพราะอีกอาทิตย์เดียวบัญชีครูผู้ช่วยครั้งนี้จะหมดลง เลยบินจากกระบี่มาเชียงใหม่เพื่อมารายงานตัวและดูโรงเรียน มันไกลมาก ในใจสับสนวุ่นวายไปหมด คิดว่าเลือกผิดหรือถูกที่มาที่นี้ แต่ด้วยกำลัวใจจากทุกๆคนที่บอกว่าให้ลองมาดูก่อน ก็เลยตั้งใจเก้บเสื้อผ้า มาทำงานที่โรงเรียนบ้านยางเปา อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ 

        การมาอยู่ที่นี้มันคือการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่อีกครั้งนึง มันเป็นการเปลี่ยนแปลงในเรื่องการทำงาน การย้ายที่อยู่ มาอยู่ห่างไกลบ้าน ห่างพ่อกับแม่ ซึ่งครั้งแรกมันกังวลอย่างมากมาย เพราะไม่มีความรู้ในเรื่องการสอนหนังสือเด็กเลย แต่ดิฉันก็พยายามพัฒนาความรู้และพัฒนาตัวเองตลอดเวลา ตอนนี้การเป็นครู ผ่านมาได้1ปีกับ10เดือนแล้ว ดิฉันก็จะตั้งใจพัฒนาตนเอง ยกระดับจิตใจ ให้ดีขึ้นและพร้อมรับกับการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา