ผมเริ่มรู้สึกเจ็บคอนิดๆ ในวันที่ต้องสอนพิเศษนักเรียนชั้น ป.๖ แม้ว่าจะเป็นวันเสาร์แต่เราก็ต้องอดทนสู้ และฝ่าฟันไปให้ได้เพื่อโอเน็ต
หลายคนอาจไม่เข้าใจและคิดว่าเป็นการเดินผิดทาง ให้ความสำคัญผิดที่ แต่ผมกลับคิดว่า เราจะทำให้เด็กเป็นเด็กดีคงไม่พอ ต้องทำให้เขาเก่งด้วย
ที่สำคัญก็คือ โรงเรียนมีการเรียนรู้ภาคปฏิบัติเพียบพร้อม แต่เด็กตอบโจทย์ความรู้ตามหลักสูตรไม่ได้ โรงเรียนจะดำรงอยู่อย่างไร..ในสายตาผู้ปกครองและสังคม
ตราบใดที่ไม่สามารถปฏิเสธโอเน็ตได้ ก็ต้องเตรียมตัวเตรียมใจให้พร้อมทั้งครูและเด็ก และทำมันให้ดีที่สุด ตลอดจนยอมรับผลแห่งการกระทำนั้น...
ชั่วโมงที่สองของวันเสาร์ นักเรียนมาพร้อมกันที่ห้องพักครู ผมนั่งมองเด็กอยู่สักพัก จิบน้ำอุ่นๆไปพลาง คิดในใจว่าถ้าใช้เสียงมากๆ หากไม่สบายขึ้นมาคงไม่สนุกแน่
เพราะงานในโรงเรียนช่วงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ มีอะไรให้ทำมากมาย ก็แค่ไม่ต้องไปเบียดบังเวลาในวันปกติก็เท่านั้นเอง จริงๆแล้วก็เหมือนได้ไปอยู่เวรยาม ทำงานเป็นเพื่อนโรงเรียนไม่ให้รู้สึกเงียบเหงาจนเกินไป
แต่ตอนนี้ ผมต้องคิดหาเครื่องมือที่เป็นตัวช่วยของผมก่อน เพื่อให้การสอนพิเศษผ่านพ้นไปอย่างมีคุณค่าและประสบความสำเร็จให้ได้ แม้จะเป็นเวลาแค่ ๑ ชั่วโมงก็ตาม
ผมต่อสายเข้ากับคอมพิวเตอร์โยงไปที่ทีวีจอใหญ่ จากนั้นก็เลือกครูผู้เป็นติวเตอร์ในยูทูป โดยดูวิชาภาษาไทยเป็นหลัก ซึ่งก็มีอยู่มากมายหลายคนและหลากหลายเนื้อหา
ผมเรียนรู้ควบคู่ไปกับนักเรียน สังเกตพฤติกรรมนักเรียนไปด้วย รู้สึกได้เลยว่าเด็กชอบและมีส่วนร่วมในคำถามคำตอบ มีความกระตือรือร้นในการร่วมกิจกรรม
ผมแปลกใจอยู่เหมือนกัน ที่วิธีการสอนแบบใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยครูแบบนี้ ที่ผมทราบดีแต่ทำไมผมถึงไม่ค่อยจะได้นำมาใช้ แต่วันนี้จะมาตื่นเต้นดีใจซะงั้น..
ครูในยูทูปสอนดีมาก..แบบทดสอบแต่ละข้อที่ให้เด็กทำ ครูจะอธิบายที่มาที่ไป ให้หลักการและข้อสังเกต บอกวิธีการคิดเชื่อมโยงอย่างละเอียด หากเด็กมีพื้นฐานการเรียนรู้จากครูประจำชั้นมาบ้าง วันนี้ก็เท่ากับได้ทบทวนและเติมเต็มในส่วนที่ยังไม่เข้าใจ..
ดังนั้น..บรรยากาศการเรียนพิเศษในวันนี้ จึงมีความหมาย ไม่ใช่เพียงแค่คะแนนจากการตอบข้อสอบของเด็ก แต่เป็นความรู้สึกและจินตนาการของครูและเด็กว่าเราจะแสวงหาความรู้ได้จากที่ใดและด้วยเครื่องมือแบบไหนนั่นเอง
ขอบคุณตัวช่วย ที่เปรียบเสมือนผู้ช่วยครูของผม ทำให้รู้สึกอบอุ่นและเห็นทางออกของการจัดการเรียนการสอน ที่เป็นส่วนหนึ่งของการปฏิรูปการศึกษา
อาจเป็นข้อค้นพบที่มีเหตุมีผลมากพอ ช่วยผลักดันไม่ให้มีการยุบควบรวมอีกต่อไป โดยใช้ทีวีและเทคโนโลยีที่เหมาะสม เข้ามาส่งเสริมสนับสนุนให้ครูใช้อย่างเป็นระบบ
จริงๆก็ได้ดำเนินการแล้ว แต่เชื่อว่ายังไม่ได้จัดระเบียบและยังไม่มีการบริหารจัดการประชาสัมพันธ์ เพื่อใช้ตัวช่วยแบบนี้เข้ามาแทนที่ครูบ้างในบางช่วงเวลา
คุณค่าของสื่อแบบนี้ สอนได้หลายสาระ และสอนนักเรียนแบบคละชั้นได้ ซึ่งช่วยแก้ปัญหาโรงเรียนที่มีครูไม่ครบชั้นได้เป็นอย่างดี
บางที..ในแง่มุมของชีวิตที่มีปัญหา ไม่ว่าจะเรื่องเล็กหรือเรื่องใหญ่ ปัญหาย่อมมีทางออกให้แก้ไขได้เสมอ อยู่ที่เราจะตั้งหลักคิดไตร่ตรองได้มากน้อยแค่ไหน..
อย่าให้ความโดดเดี่ยวซึมเศร้ามาเป็นพันธนาการผูกมัดใจไม่ให้ขับเคลื่อนชีวิต ไปสู่โลกอันกว้างใหญ่ มีเรื่องราวสวยงามให้เราสัมผัสและเรียนรู้อีกมากมาย
ในทางการศึกษาก็เช่นเดียวกัน ต้นสังกัดและสถาบันต่างๆ ได้คิดค้นตัวช่วยไว้ให้ครู สร้างเครือข่ายครูที่ทรงพลัง ก็เหลือแต่ว่าผู้บริหารและครูจะหยิบยกไปใช้เมื่อใด
ผมเป็นแค่เพียงสะพานที่ส่งผ่านด้วยเรื่องเล่าเร้าพลัง เป็นตัวช่วยที่มีความหวังว่า ครูจะค้นพบแนวการสอนด้วยตนเอง และมีความหวังแห่งกำลังใจที่ดีงาม ในการทำงานเพื่อเด็กและเพื่ออนาคตของชาติต่อไป
ชยันต์ เพชรศรีจันทร์
๒๘ ธันวาคม ๒๕๖๒