เมื่อชีวิตพบเจอสิ่งใหม่อยู่ทุกวัน ภาพความทรงจำวันก่อนนั้นอาจเลือนลาง จนบางครั้งก็เกือบหายไป เพราะเราไม่ได้คิดถึงมันเลย แต่แล้วก็มีเครื่องมือที่ชื่อว่า กล้องถ่ายรูป เกิดขึ้น และนั่นคือจุดเริ่มต้น...ว่าภาพในชีวิตที่ตาเราเคยเห็น สามารถกลับมาให้เราเห็นอีกกี่ครั้งก็ได้ และมันจะไม่ถูกลืมอีกต่อไป ด้วยภาพถ่ายใบเก่าที่จะดึงกลิ่นอายความทรงจำกลับมา

          เมื่อวันพุธ ที่ ๑๔ พฤศจิกายน ๒๕๖๒ ณ โรงพยาบาลเชียงของ จังหวัดเชียงราย เด็กชายฤทธิพงศ์ ม่องเผือก ได้ถือกำเนิดขึ้นเป็นบุตรชายของนางหทัยทิพย์  ม่องเผือก และนายหมวก  ม่องเผือก (ข้าราชการ เจ้าหน้าที่รักษาป่าไม้) ไม่เพียงกี่ปีเด็กชายตัวเล็ก ก็ย้ายไปเป็นนักเรียนที่ โรงเรียนรัตนาเอื้อวิทยา อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่  โดยอาศัยอยู่กับตาและยาย ซึ่งจะได้กลับมาเที่ยวหาบิดามารดาที่เชียงรายในช่วงปิดภาคเรียน  เด็กน้อยใช้ชีวิตวัยเยาว์อย่างเรียบง่าย ใสซื่อ เชื่อฟัง และตั้งใจเรียน เมื่อเด็กชายจบชั้นมัธยมปลาย จึงไปศึกษาต่อระดับปริญาตรี ณ มหาวิทยาลัยพะเยา คณะศิลปศาสตร์ สาขาวิชาภาษาไทย  ตลอดระยะเวลา ๔ ปี ในวัยอุดมศึกษา บรรยากาศคอยหล่อหลอมความสามารถและเปิดมุมมองให้เขาค้นพบความสุขที่ได้เข้าสังคม ร่วมกิจกรรมมากมาย และสะสมความดีจากการร่วมค่ายอาสาพัฒนา เขาตกผลึกได้ว่าอยากเป็นครูสอนเด็ก สุดท้ายชีวิตก็ดำเนินมาถึงการเป็นครูเอกชนในวัย ๒๙ ปี และต่อจากนี้ เขาคงเป็นครูที่ดีของเด็กต่อไป

ฝันอยากท่องเที่ยวเพื่อถ่ายรูป ให้เหมือนงานประจำ
        
ปัจจุบัน ตนมีงานประจำคืออาชีพครู แต่มีใจรักการท่องเที่ยวและถ่ายภาพตัวเองทับฉากหลังที่เป็นสถานที่อาร์ท ๆ เท่ ๆ ภาพนี้ถ่ายตอนหลังเลิกงาน ในที่ท่องเที่ยวใกล้โรงเรียน หลายครั้งที่เสาร์ - อาทิตย์ หรือหยุดภาคเรียน ตนจะออกเดินทางใกล้ - ไกล หาที่สวย ๆ ถ่ายรูป ลงเฟสบุ๊ค บ่อย ๆ พร้อมคำคมแทนใจ การออกไปนอกบ้านไม่ว่าจะเพราะเหตุใดก็ตาม สุดท้ายมันจะได้วิสัยทัศน์ใหม่กลับมาเสมอ  แม้ว่าเรายังสร้างมูลค่าจากความชอบนี้ไม่ได้ แต่ก็ยังคงทำมันอยู่ทุกครั้ง คงเพราะงานประจำเลี้ยงชีพ แต่งานเที่ยวมันเลี้ยงใจ  ออกไปยืนให้เงาของเราทอดทับผืนแผ่นดินที่หลากหลาย จนกลายเป็นงานประจำ

เพราะพี่ให้เวที น้องจึงมีตัวตน
         ภาพนี้คงทำให้ผู้ที่เห็น เข้าใจถึงตัวตนและบทบาทตนที่เป็น ภาพนี้คงบอกแล้วว่าเราคือเด็กกิจกรรมตัวยงในด้านการแสดง ภาพนี้คงบอกแล้วว่าเรารักและเต็มที่กับการร่วมกิจกรรมมากเพียงใดถ้าหากคุณเห็นถึงแววนัยตาที่สื่อออกมา และภาพนี้คงบอกแล้วว่าผลงานของเราเป็นที่นิยมในวงการแค่ไหน  ต้องขออ้างอิงถึงรุ่นพี่ในสาขาที่ส่งให้เราได้แจ้งเกิดบนเวทีประกวดนพมาศหรรษา ด้วยสีหน้า แววตา พลัง ที่ส่งออกไปยามเมื่อถูกสปอร์ตไลท์ฟาดแสงทระทบขนตาปลอม (ซึ่งมันเป็นเช่นนี้ทุกครั้งที่ขึ้นเวที) ทำให้ได้ตำแหน่งรองชนะเลิศอันดับ ๒ จากนั้น "ตัวเล็กเอกไทย" ก็เป็นที่รู้จักและมีผลงานตามมาไม่ขาดสาย หลายครั้งบนเวทีแสดงรับน้องใหม่ สายตานับพันจับจ้องมายังสีหน้าลีลาของเรา หัวใจมันพองโต ดวงจิตมันเสพติดการเป็นที่สนใจ แต่ในวันนี้มันก็นานมากแล้วที่เสียงปรบมือและการหัวเราะจากผู้ชมไม่ได้เกิดขึ้นอีกเลย ...

ทำเพราะใจสั่งมา เกิดคุณค่าอย่างไม่รู้ตัว
         ภาพนี้ คือการถ่ายภาพหมู่ของเด็กชมรมการดานดำ มหาวิทยาลัยพะเยา ที่กำลังออกกำลังกาย ในช่วงเช้า ๆ อากาศเย็นสบาย ระหว่างรอเด็กในชุมชนมาร่วมกิจกรรมในตอนสาย กลุ่มวัยรุ่นหน้าเปื้อนยิ้มพวกนี้ รวมกลุ่มกันเพื่อไปออกค่ายอาสาช่วยก่อสร้าง/ปรับปรุงสถานที่ สร้างสื่อการสอน และอาสาถ่ายทอดวิชาแก่เด็ก ในโรงเรียนกันดาร / เดิมทีตนเป็นเด็กกิจกรรม แต่ทำเพียงเพราะความสนุกและได้เป็นที่รู้จัก ไม่ได้ตั้งเป้าหมายสร้างประโยชน์ใด ๆ  แต่ความชอบและภาพจำนั้นก็พาให้เพื่อนในคณะชักชวนไปค่ายกระดานดำ ที่อำเภอปัว จังหวัดน่าน วันแรกรุ่นพี่ค่ายบอกเลยว่าเราคงทำไม่รอด เพราะเห็นการบุคลิกที่โดดเกินไป แต่สุดท้ายบรรยากาศคนดี มีฝัน ขยัน อดทน และการสอนให้ไม่เรื่องมาก กินง่ายอยู่ง่าย ในมื้อที่เสบียงหมดก็ขอหยวกกล้วยจากชาวบ้านมาแกงกินกัน ไข่ต้ม ๑ ฟอง ก็แบ่งพี่แบ่งน้องกินกับพริกน้ำปลาได้ ผลคือเราต้องเรียนรู้และปรับตัว จนสุดท้ายก็เกิดการร่วมค่ายถึง ๗ ครั้ง  กิจกรรมนี้มอบนิสัยการให้และติดดิน จนติดตัวมาจนถึงวัยทำงาน พร้อมกับของแถมคือมิตรภาพจากเพื่อนกิจกรรมอีกหนึ่งกลุ่มที่ใจถึงใจ

งานถวายอันภาคภูมิใจ
          ในวันนั้น ปี พ.ศ. ๒๕๕๔ พวกเราชาวมหาวิทยาลัยพะเยา (ชื่อเดิมมหาวิทยาลัยนเรศวร วิทยาเขตพะเยา) ยังมีสิ่งที่ยึดถือบูชาในจิตใจคือ องค์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ซึ่งทุกวันนี้รุ่นพวกเราก็ยังคงนับถือเช่นเดิม เพราะเราคือลูกพระองค์ดำ  ภาพนี้คือการร่วมจัดเตรียมพิธีบวงสรวงสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เพื่อรับขวัญ นิสิตใหม่ที่จะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของมหาวิทยาลัย อีกทั้งเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้เกิดความเป็นสิริมงคลแก่นิสิตใหม่ สร้างความผูกพันระหว่างนิสิตกับมหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นวัฒนธรรมที่สุดขลังของมหาวิทยาลัยพะเยา ในวันนั้นรุ่นพี่ที่เป็นแกนนำ คือ พี่ธีรภัทร พูลทอง (ปัจจุบันเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม) ซึ่งต้องขอบคุณโอกาสดี ๆ ในวันนั้นที่ให้เรียนรู้งานที่ทรงเกียรติ

ความภูมิใจที่ ๒ ของครอบครัว
            แม้จะเสพสุขกับการทำกิจกรรมมากมาย แต่ไม่เคยละหน้าที่หลักคือการเรียน จนได้ภาพนี้ ภาพถ่ายครอบครัวกับชุดครุยลูกชายคนที่ ๒ ของบ้าน ที่สำเร็จปริญญาตรี ศิลปศาสตร์บัณฑิต สาขาวิชาภาษาไทย เกียรตินิยมอันดับ ๑ เหรียญทอง ใน ปี พ.ศ. ๒๕๕๖ ซึ่งในขณะนั้นเป็นการรับปริญญาบัตรกับสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ภายใต้ชื่อมหาวิทยาลัยพะเยา เป็นปีแรก  // เมื่อเทียบภาพนี้คู่กับภาพ ๓ คงยืนยันได้ว่า ความสุดเหวี่ยงและกรำ Activity อย่างหนัก ไม่อาจทำลายความ Proud ที่จะเกิดจากการตั้งใจเรียนของเด็กรักดีได้

 มงคลของชีวิต ออกบ้านแล้วพบคนดี ครูดี เพื่อนดี ศิษย์ดี
            การเป็นครูถือได้ว่าคือสิ่งมงคลของตนแล้ว ยิ่งได้ทำงานที่รัก ร่วมงานกับเพื่อนดี มีผู้รับบริการที่ดี ความโชคดีก็ยิ่งทวีมากขึ้น ขอบคุณผลบุญหรืออะไรก็ตามแต่ ที่ทำให้ชีวิตได้ผ่านพบแต่เพื่อนพ้องที่มีธรรม / ภาพถ่ายนี้นับว่าเป็นการรวมบุคคลที่เติมเต็มความโชคดีในชีวิตตน ภาพนี้นับว่าเป็นหลักฐานยืนยันจำนวนปีที่ตนเป็นครู และภาพนี้แทนความหมายที่ทรงพลังว่าพวกครูสร้างลูกศิษย์ให้พร้อมออกไปสร้างสรรค์สิ่งดีงามต่อไป

ครูเต็มที่ เต็มเวลา เต็มใจ ให้พวกเธอ
        ครูว่าการเป็นครู  ได้มาสอนพวกเธอ เป็นเรื่องที่มอบความสุขแก่ครู  ๖ ปี แล้วที่ทำงานนี้ แม้เคยคิดจะเลิกทำแต่สุดท้ายก็กลับมารักอาชีพครูอยู่ดี คงเพราะครูได้อยู่กับเด็กซนอย่างพวกเธอ มันคือสิ่งท้าทายไม่ซ้ำอย่างในแต่ละวัน มันคือการถ่ายทอดและก่อความฝันดี ๆ ให้หัวใจใส ๆ ดวงน้อย ครูคงต้องทำอาชีพนี้ไปตลอดจนหมดแรงซะแล้วล่ะ งานนี้คือชีวิตครูไปแล้ว รีบเติบโต รีบสำเร็จในชีวิต แล้วมาเป็นผลงานที่น่ารักให้ครูได้อวดใคร ๆ ว่าครูมีลูกศิษย์ดีมากแค่ไหน นะลูกนะ

จะออกไปแตะขอบฟ้า (ฺBody Slam)
         ครูดีอาจให้ปัญญาที่ดีและเป็นแบบอย่างที่ดี ซึ่งตนก็พยายามทำให้ได้อยู่ทุกวัน อาจทำได้ดีบ้าง ผิดพลาดบ้าง แต่สิ่งหนึ่งที่ตนทำแน่นอนคือการให้โลกทัศน์แก่เด็ก ๆ เพราะชีวิตไม่ได้มีแค่ งาน กับ งาน วนเวียนอยู่แค่นี้ แล้วชีวิตก็จบลงอย่างไม่คุ้มที่เกิดมา  เพราะนอกจากเด็กจะเลี้ยงตนได้ รู้จักสร้างประโยชน์ได้ เด็กควรรู้จักคำว่า "เป้าหมายของชีวิต"  "Passion"  "แรงบันดาลใจ"  เช่น การเที่ยวรอบโลก หรือ การเป็น Iconic สร้างพลังบวกแก่โลก  โลกใบนี้มันกว้างใหญ่และสวยงามมาก เราไม่ควรมีชีวิตเฉา ๆ อยู่แค่ที่ บ้าน - ที่ทำงาน - โรงพยาบาล - วัด

ออกไปทำความดีกันเถอะ
            นี่คือภาพกลุ่มเด็ก ๔๒ ชีวิต ที่พากันมอบไปน้ำใจแก่โรงเรียนบนพื้นที่สูงและกันดาร ทั้งมอบของที่รับบริจาคมา เสื้อและผ้าห่มกันหนาว และทาสีสนามเด็กเล่น อายุพวกเขายังน้อยแต่นับว่ามีบุญ ที่ได้มีประสบการณ์ดี ๆ แบบผู้ให้ตั้งแต่ยังอยู่ประถมศึกษาปีที่ ๖ (๒๕๖๑) ใบหน้าแช่มชื่นกลางแดดร้อนของเด็ก ๆ เป็นเครื่องชี้วัดความสำเร็จของกิจกรรมนี้อย่างแท้จริง
            ขอบคุณที่โรงเรียนฉัตรพฤกษ์วิทยา อำเภอไชยปราการ จังหวัดเชียงใหม่ ที่มีโครงการดี ๆ แบบนี้มา ๗ ครั้งแล้ว และให้ตนได้รับช่วงต่อเป็นหัวหน้าโครงการนี้ "ปันรักสู่ชุมชน"

น้ำตาเอิบสุขจากบทเพลงแทนคำลา สถาบัน
             
ภาพครูสุดเปรี้ยว เฮฮา และสตรอง ที่ฟาดฟันกับเด็กบนสนามปัญญา จริง ๆ ก็เป็นแค่คนเจ้าน้ำตาคนหนึ่ง นักเรียนรุ่นนี้คือ รุ่น ๑๐ ของโรงเรียน "รุ่นมิตรภาพร่มฉัตร" กับ "ครูเล็ก"  เราผูกพันกันมาในฐานะนักเรียนและครูประจำชั้นมา ๒ ปี  ครูต้องยอมรับว่าพวกเธอเป็นรุ่นที่ท้าทายสำหรับครู คือรวมเด็กเก่ง กล้า และดื้อ ไว้ด้วยกัน ครูเหนื่อยมากกับการบริหารพวกเธอ ครูหายใจโล่งมากที่จะส่งพวกเธอไปสู่ระดับมัธยมศึกษา แต่แล้วในคืนนั้น ครูไม่คิดเลยว่าลำธารจะอาบแก้มใส ๆ ของครู ให้สะท้อนดวงแสงไฟสีแดงม่วง ยามเมื่อได้ยินเสียงเด็ก ๆ เปล่งเสียงร้องออกมาอย่างเต็มเสียง มองไปที่ผู้ฟัง และไม่เล่นกัน นักเรียนทำเหมือนที่ครูบอกทุกอย่าง มันดีมาก ๆ ดีกว่าตอนที่ซ้อมกันหลาย ๑๐ เท่า  ครูหยุดอารมณ์ตื้นตันไม่อยู่ตั้งแต่ครึ่งเพลงแรกจนจบการแสดง แล้วก็จึงเกิดภาพนี้ที่ผู้ปกครองบันทึกเอาไว้   "คุณครูเจ้าน้ำตา"           


ทริปสุดท้าย ก่อนจากนิรันดร์
              อุทยานแห่งชาติผาแต้ม จังหวัดอุบลราชธานี  เป็นอุทยานแห่งชาติที่ตั้งอยู่ทางตะวันออกสุดของประเทศไทย เป็นจุดแรกของประเทศไทยที่จะเห็นดวงอาทิตย์สว่างขึ้น แต่ไม่เคยคิดว่าดวงอาทิตย์ของลูกจะตกดิน ไฟที่อบอุ่นมอดดับลงเร็วเหลือเกิน
              ภาพนี้ คือภาพเซลพี่พ่อแม่ลูก ใบสุดท้าย ในระหว่างการเดินท่องเที่ยวของครอบครัวครั้งสุดท้าย เมื่อกลับมาดูภาพนี้ความคิดถึงพ่อก็กลับมา ความรู้สึกผิดที่ให้เวลาและเอาใจพ่อน้อยเกินไป แม้ลูกจะเป็นคนดี เรียนดี มีงานดี มากเพียงใด แต่ในใจยังรู้ว่าทำหน้าที่ของลูกไม่ดีพอ เพราะ ไม่เคยเอ่ยปากบอกรักพ่อเลยแม้สักคำ "ลูกรักพ่อ" "ลูกคิดถึงพ่อ" "ลูกจะโทรหาพ่อบ่อย ๆ พ่อโทรมาจะรีบรับสายและโทรกลับ"  ประโยคง่ายที่พ่ออยากฟัง แม้วันนี้จะพูดอีกหมื่นครั้ง พ่อก็ไม่ได้ยิน เพราะพ่อจากลูกไปไกลเกินจะพบกันอีก
              ขอเป็นกำลังใจให้ทุกท่านที่ยังมีคุณพ่อ จงอย่าลืมแสดงความรักต่อท่านให้มากที่สุด เพราะนั่นคือของที่อยากได้ มันเรียบง่ายไม่ต้องหาซื้อเสียเงิน หยุดคิดถึงงาน หยุดคิดถึงเงิน แล้วมาคิดถึงพ่อและแม่บ้าง 

รูปที่พ่อถ่ายให้...สวยที่สุด
 
             นี้คือรูปที่พ่อหมวก  ม่องเผือก  ถ่ายไว้ให้ลูกชาย พ่อคงรู้ว่าลูกชอบถ่ายแบบ พ่อยกกล้องถ่ายกลางแดดร้อนตามใจลูก พ่อกดซัตเตอร์หลายสิบรอบกว่าจะได้รูปที่ดีที่สุด และแดดของบ่ายแก่ ๆ ที่ผาแต้มทำเราเหงื่อโซมทั้งพ่อทั้งลูก พ่อไม่บ่นสักคำ พ่อตามใจลูกมาตลอด           จนสุดท้ายจังหวะกระโดดกับเลนส์จับภาพมันก็พอดีเหลือเกิน และได้ภาพนี้ขึ้นมา  

              ภาพสุดท้ายจากกล้องในมือของพ่อ บนละติจูดนี้จะงดงามที่สุดสำหรับลูกตลอดไป


ทำบุญชาตินี้ ก็เป็นสุขชาตินี้ 
          ขอหยุดบันทึกไว้ด้วยภาพมงคลนี้ เพื่ออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัยช่วยปกปักคุ้มครองธรรมให้ดำรงอยู่กับผู้อ่านทุกท่าน อันจะส่งผลให้ทุก ๆ ปีพุทธศักราชใหม่ เกิดสิ่งที่สิริดีงามแก่ท่านตลอดไป / ขอบพระคุณและสวัสดีปีใหม่