ผมเป็นผู้นำคณะครูศึกษาดูงานเป็นครั้งแรกในรอบสิบปีก็ว่าได้ ออกเดินทางตั้งแต่เช้ามืดของวันศุกร์ที่ ๒๐ ธันวาคม ๒๕๖๒ ที่ผ่านมา
ครั้งแรกจริงๆ เพราะที่ผ่านมาแม้ว่าจะเคยไปบ้างครั้งสองครั้ง ที่เขตเป็นผู้จัด เป็นงานนโยบาย จะไม่ไปก็ไม่ได้..แต่ครั้งนี้ไปด้วยหัวใจ แบบว่าสมัครใจเต็มร้อย
จัดโดยกลุ่มเครือข่ายพัฒนาคุณภาพเลาขวัญ ซึ่งมีโรงเรียนในตำบลทั้งหมด ๖ โรงเรียน ภายใต้ชื่อโครงการพัฒนาบุคลากร..
โดยใช้เงินงบประมาณจากเงินกองทุนสวัสดิการของกลุ่มและเงินส่วนตัวของครูอีกส่วนหนึ่ง เพื่อเป็นที่พักและค่าอาหาร โดยกลุ่มได้เก็บเงินครูคนละ ๘๐๐ บาท
ผมออกค่าใช้จ่ายให้ครูทั้งหมด ก็เพื่อให้ครูได้ความรู้และประสบการณ์อย่างเต็มที่ จะได้ปรับเปลี่ยนบุคลิกและพฤติกรรม เพื่อจะได้กลับมาเป็นพลังสร้างสรรค์งานต่อไป
ก่อนหน้านี้..กลุ่มโรงเรียนของผมก็เคยมีกิจกรรมแบบนี้มาทุกปี แต่จะไม่มีการศึกษาดูงาน โดยมากจะจัดแบบทัศนศึกษาเพื่อรับน้องที่มาเป็นครูบรรจุใหม่
ผมเลยตัดสินใจได้อย่างง่ายดาย คือไม่ไปเลยแม้แต่ครั้งเดียว เพราะการเที่ยวกับงานเลี้ยง..จัดที่ไหน เมื่อไหร่ก็ได้ อาจไม่ต้องใช้เวลาราชการ แต่การดูงานเพื่อการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ หากเลือกสถานที่ที่ใช่ จะได้รับแรงบันดาลใจมากมาย
ยิ่งผมทราบว่าคณะกรรมการของกลุ่มเลือกโรงเรียนดีเด่นในอำเภอศรีสวัสดิ์ ทำให้ผมตื่นเต้นดีใจจนนอนไม่หลับไปหลายวันเลย เพราะเป็นอำเภอที่อยู่ในดวงใจผมมาตลอด
๘ ปีที่ศรีสวัสดิ์ ในยุคนั้นเป็นอำเภอที่กันดารอย่างแท้จริง เริ่มตั้งแต่ปี ๒๕๓๔ จนถึง ปี ๒๕๔๒..ถนนลูกรังกับสองตำแหน่งของผมคือเป็นทั้งครูและศีกษานิเทศก์
ต่อมาผมย้ายและเปลี่ยนตำแหน่งมาอยู่อำเภอพนมทวน แล้วสอบเป็นผู้บริหารโรงเรียนและเลือกมาอยู่อำเภอเลาขวัญ จนถึงทุกวันนี้
๒๐ ปีพอดีที่ผมจะได้หวนคืนศรีสวัสดิ์ และไม่ได้ไปคนเดียว ไปกับครูทั้งตำบล เป้าหมายคือสัมมนาและศึกษาดูงานเศรษฐกิจพอเพียง อำเภอก็ใช่ชื่อเรื่องก็ชอบ
ยิ่งชอบไปใหญ่เมื่อรู้ว่าจะได้ไปศึกษาดูงานที่โรงเรียนอนุบาลศรีสวัสดิ์ ชื่อเดิมคือโรงเรียนบ้านเกาะบุก..อยู่เลยบ้านท่ากระดานไปไม่ไกล แต่ยังไปไม่ถึงแพขนานยนต์
ผู้บริหาร..เคยรู้จักมักคุ้นกับผมมาก่อน อายุไร่เรี่ยกัน ผมเริ่มต้นจากศึกษานิเทศก์ แต่เขาเริ่มจากครูใหญ่โรงเรียนเล็กๆ จนถึงวันนี้..ได้เป็นผอ.โรงเรียนอนุบาลก็ถือว่าไม่ธรรมดา..ส่วนผมนั้นเล็กลงเรื่อยๆ ตัวก็เล็ก โรงเรียนก็เล็ก มีใหญ่อย่างเดียวคือ..หัวใจ
เก้าโมงพอดี..ผมกับคณะเดินทางถึงโรงเรียนอนุบาลศรีสวัสดิ์ ผอ.สุวิทย์ ศรีจันทร์ ออกมาต้อนรับโดยเรียกผมว่า ศน. แล้วนำผมเข้าห้องประชุม เตรียมการบรรยายสรุป
ท่านให้นักเรียนเป็นพิธีกร..จากนั้นท่านได้บรรยายประมาณ ๓๐ นาที และเป็นทุกนาทีที่ชัดเจน เพราะท่านบรรยายแบบเรียบง่าย ให้ข้อคิดที่งดงามมากมาย..
ผมจดจำคำคมของท่านได้อย่างแม่นยำ..ท่านบอกว่า..ถ้าคุณงามความดีไม่มีในตัวคน สิ่งที่มีคุณภาพย่อมจะไม่เกิดขึ้นอย่างแน่นอน..และ
การสอบโอเน็ต..ไม่ช่วยตอบโจทย์คนไทยในอนาคตได้เลย ซึ่งก็น่าจะหมายความว่า ถ้าการศึกษาไทย อย่างจะเอาคะแนนสอบเป็นตัวตั้ง..อนาคตของชาติก็น่าจะมืดมน
ข้อมูลที่ท่านพูดเกี่ยวกับเศรษฐกิจพอเพียง เป็นภาพที่มองเห็นได้ว่านักเรียนลงมือปฏิบัติจริงอย่างเป็นระบบ ที่สำคัญมีเขื่อนศรีนคินทร์และภาคเอกชนส่งเสริมสนับสนุน
ผมเดินไปดูสถานที่จริง ก็พบว่า งานทุกด้านสำเร็จได้ ส่วนหนึ่งเกิดจากโรงเรียนมีนักเรียนชั้นมัธยม เป็นพี่เลี้ยงช่วยน้อง และคณะครูเป็นที่ปรึกษาและทำงานอย่างจริงจัง
ผมเป็นตัวแทนกล่าวขอบคุณท่าน ผอ. และเดินทางต่อเพื่อไปสัมมนาที่แพชาวดง
กิจกรรมช่วงบ่ายที่แพชาวดง..เป็นเรื่องของการประชุมเกี่ยวกับการพัฒนางานสวัสดิการของกลุ่มพัฒนาคุณภาพเลาขวัญ ผมนั่งฟังแต่ใจกลับนึกถึงบรรยากาศรอบๆแพ
ที่ผมจำได้แต่มันก็นานมาแล้ว..บริเวณแพที่ตั้งเขาเรียกว่าบ้านหม่องกระแทะ แต่จะรู้จักกันในนามแพท่ากระดาน เมื่อก่อนแพที่มีชื่อจะมีไม่มาก แต่เดี่ยวนี้มีเป็นร้อย
มีทั้งแพดิสโกเทค แพชั้นเดียว แพสองชั้น เป็นแบบโรงแรม และเป็นบ้านสำเร็จรูปลอยน้ำ แบบที่เรียกว่ามัลดิฟเมืองไทยก็มี หรูหราอลังการ ดูคึกคักกว่าแพที่เมืองกาญจน์
ก่อนค่ำ..บริเวณท้องน้ำอันกว้างใหญ่ของอ่างเก็บน้ำเขื่อนศรีนครินทร์ จึงขวักไขว่ไปด้วยยวดยานของแพเล็กแพใหญ่ และเสียงอึกทึกของเสียงเพลงแห่งการท่องเที่ยว
ยิ่งเพิ่มกิจกรรมบนแพเปียกเข้าไปด้วย บรรยากาศจึงดูสนุกสนานยิ่งนัก คณะครูหนุ่มสาวหยอกล้อเต้นรำแล้วก็ตกน้ำดำผุดดำว่าย ผมนั่งดูบนแพใหญ่คอยเก็บภาพ
รู้สึกดีใจที่มีส่วนสนับสนุนให้ครูได้มีโอกาสสัมผัสกับช่วงเวลาดีๆมีโอกาสได้ชื่นมื่นกับบรรยากาศแบบนี้..เห็นครูมีความสุข..ผอ.แก่ๆอย่างผม ก็รู้สึกมีความสุขไปด้วยจริงๆ
ชยันต์ เพชรศรีจันทร์
๒๑ ธันวาคม ๒๕๖๒
ผมรู้จักผอ.สุวิทย์ท่านเป็นคนใต้ ที่บ้านท่านปลูกต้นไม้มากเลยครับ
ครับ ท่านรักต้นไม้ ในโรงเรียนร่มรื่นและสวยงามมากมายครับ