เกือบปีแล้วที่ได้มาสิงอยู่ในหน่วยงานอันเป็นแกนกลางที่สำคัญมากหน่วยหนึ่งของประเทศออสเตรเลีย ที่ชื่อว่า Australian Research Centre for Pupulation Oral Health (ARCPOH)  เลยอยากจะเล่าบทบาทและหน้าที่ของหน่วยงานที่ตนมาเป็นนักเรียนวิจัยอยู่ให้ได้ทราบกันครับ

          หน่วยงาน ARCPOH นี้ ทำหน้าที่วิจัยเป็นหลัก โดยมีหน้าที่การสอนวิชาทันตกรรมชุมชนเสริมมากับหน้าที่นี้ งานวิจัยที่ทำก็มุ่งเน้นการตอบปัญหาในระดับภาครัฐ โดยพยายามสร้างองค์ความรู้เพื่อตอบโจทย์ที่ครอบคลุมปัญหาที่เกี่ยวเนื่องเชื่อมโยงกับสุขภาพช่องปากเกือบทุกมิติ เพื่อช่วยให้การบริการสาธารณสุขของประเทศออสเตรเลียเป็นไปอย่างราบรื่นและมีทิศทางที่ชัดเจน คำถามอย่างเช่น โรคฟันผุของประชากรออสเตรเลีย มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นหรือลดลงแค่ไหน, เพราะอะไร, สัดส่วนทันตแพทย์ต่อประชากรควรเป็นเท่าไหร่ กำลังในการผลิตปัจจุบันเพียงพอหรือไม่, กลุ่มประชากรกลุ่มไหนควรได้รับการดูแลเรื่องสุขภาพช่องปากเป็นพิเศษ ฯลฯ จึงเป็นหน้าที่หลักของ ARCPOH ในการตอบ

         เพื่อตอบคำถามดังกล่าวผ่านกระบวนการวิจัย หน่วยงานนี้จึงมีฐานข้อมูลขนาดใหญ่เพื่อคอยเฝ้าติดตามการเปลี่ยนแปลงของสุขภาพช่องปากรวมถึงปัจจัยอื่นๆ ที่ส่งผลเกี่ยวข้องกับสุขภาพช่องปาก

        มีการสำรวจในระดับประเทศ เรื่องปัจจัยอันส่งผลสุขภาพช่องปากที่ครอบคลุมหลายมิติและหลายกลุ่มเป้าหมาย ตัวอย่างเช่น การสำรวจสภาวะทันตสุขภาพ, การสำรวจความพึงพอใจในการรับบริการทันตกรรม, สำรวจปัจจัยทางสังคม, สำรวจคุณภาพชีวิตอันเกี่ยวเนื่องเชื่อมโยงกับสุขภาพช่องปาก ฯลฯ ระยะเวลาในการสำรวจก็สั้นบ้างยาวบ้าง เป็นกลุ่มเฉพาะบ้าง กลุ่มทั่วไปบ้าง ครั้งเดียวจบบ้าง ต่อเนื่องบ้าง (ฐานข้อมูลการสำรวจเรื่อง Life course เกาะติดกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งที่เข้าร่วมโครงการตั้งแต่เด็กๆ ประมาณเจ็ดพันคน จนบัดนี้ผ่านมาสิบห้าปีแล้ว ก็ยังส่งแบบสอบถามไปถามพวกเขาอยู่เป็นระยะๆ)

        การสำรวจที่ใช้การสอบถาม ที่นี่ใช้ระบบโทรศัพท์ถามเป็นหลักครับ ระบบที่เรียกว่า CATI (Computer Assisted Telephone Interviewing) ใช้ผู้สัมภาษณ์นั่งอยู่ที่ศูนย์ โทรศัพท์ไปถามกลุ่มเป้าหมายแล้วกรอกคำตอบลงในคอมพิวเตอร์เลย ไม่ต้องผ่านฟอร์มที่เป็นกระดาษก่อน จึงช่วยลดเวลาการลงข้อมูลไปได้มากครับ

          งบประมาณที่นำมาใช้ในการการทำงาน ส่วนใหญ่มาจากการแย่งชิงจากกองทุนวิจัยระดับประเทศผ่านการเสนอโครงการ แผนงานประจำปี ดังนั้นคุณภาพของงานที่ทำจึงเป็นตัวบ่งชี้ความอยู่รอดขององค์กร