นั่นคือ”ความพอเพียง”ที่ไม่ต้องลงทุนเลย ก็แค่ต้องฝึกฝนตนเองบ้าง ให้รู้จักเอาใจเขามาใส่ใจเรา คิดถึงสังคมส่วนรวม พัฒนาตนให้มีคุณค่า ด้วยความมุ่งมั่นอดทนและขยันหมั่นเพียร ตลอดจนยึดมั่นในความซื่อสัตย์ต่อตนเองและผู้อื่นด้วย

        ความรักความผูกพันซึ่งกันและกัน ระหว่างสิ่งใดสิ่งหนึ่ง หรือระหว่างใครก็ตาม ถ้าคิดกันให้ลึกซึ้งจะประกอบไปด้วยความรู้สึกกั้นกลางเสมอ..

    ความคุ้นชินอาจทำให้พลั้งเผลอ หลงลืมที่จะดูแลกันเหมือนเมื่อครั้งแรกเริ่มรู้จัก เจตนาดีแต่วิธีปฏิบัติที่ขาดการทะนุถนอมบำรุง..ไม่ว่าคนหรือสิ่งของย่อมบั่นทอนไปตามกาลเวลา

        หลายคนคิดไม่ถึงด้วยซ้ำว่าความสูญเสียมันตอกย้ำความรู้สึกมากมายและยิ่งใหญ่เพียงใด..จึงมีกฎอยู่ข้อหนึ่ง จงมีใจให้ในสิ่งที่รัก และจงรักในสิ่งที่มี..

        อย่าคิดและทำเป็นเล่นกับความรู้สึก เพราะเราจะคิดไม่ถึงซึ่งความยากลำบากที่จะได้กลับคืนมา ประมาณว่าการได้มาอาจจะไม่ยาก แต่การดำรงรักษาไว้..ยิ่งยากกว่า

        ผู้บริหารและครูเป็นจำนวนมาก ให้ความสำคัญกับเด็กเก่ง คัดสรรเพื่อเข้าประกวดแข่งขันตลอดระยะเวลาที่บ่อยครั้งและยาวนาน จนหลงลืมแล้วก็ทิ้งเด็กปานกลางและเด็กอ่อนด้อยที่นั่งอยู่ข้างหลัง..

        เมื่อคิดไม่ถึงว่าภาพรวมของการวัดและประเมินผลการศึกษาทุกระดับ ต้องเกิดจากเด็กทุกคน..บางทีอาจต้องหันกลับมามองและให้โอกาสเด็กกลุ่มที่อ่อนบ้างก็ได้

        อย่าลืมว่า การศึกษายุคใหม่ไม่มีการแพ้แล้วคัดออกและไม่ควรทิ้งใครไว้ข้างหลัง

        เฉกเช่นเดียวกัน กับเด็กนักเรียนอันเป็นที่รักและคิดถึงของครู ที่เราฝึกเขาแต่ในเรื่อง”การรับ” ฟูมฟักยกย่องเชิดชูเกียรติ บ่มเพาะความเห็นแก่ตัวซ้ำแล้วซ้ำเล่า อย่างค่อยเป็นค่อยไป..บางทีเขาก็หายจากไปจากรั้วโรงเรียน..

        บ่อยครั้ง..ที่เด็กด้อยโอกาสก็กลับมาอย่างสง่างาม มิใช่กลับมาเพื่อทวงถาม แต่เขามาเพื่อทบทวนในสิ่งที่ครูคิดไม่ถึง กลับมาแบบลึกซึ้งซึ่งความกตัญญู ว่าครั้งหนึ่งครูเคยห่วงหาอาทรและชุบชีวิตเขา

        ถึงเวลาที่ครูควรจะเลือกแนวทางสายกลาง ประกันคุณภาพนักเรียนอย่างรอบด้าน ครอบคลุมและเป็นธรรม

        คงไม่ใช่เรื่องแปลก..ถ้าพูดเรื่องศาสตร์พระราชา”ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง”เราจะคิดถึงแต่ดินน้ำลมไฟ การเลี้ยงเป็ดไก่ การทำกิจกรรมการเกษตรปลอดสารพิษ

        หลายคนคิดไม่ถึง ทั้งที่เป็นเรื่องใกล้ตัว ที่พระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๙ ทรงตรัสไว้ให้”ระเบิดจากข้างใน” จากหัวใจของทุกคนที่ไม่ควรคิดเบียดเบียนซึ่งกันและกัน  แม้แต่สิ่งแวดล้อม

        นั่นคือ”ความพอเพียง”ที่ไม่ต้องลงทุนเลย ก็แค่ต้องฝึกฝนตนเองบ้าง ให้รู้จักเอาใจเขามาใส่ใจเรา คิดถึงสังคมส่วนรวม พัฒนาตนให้มีคุณค่า ด้วยความมุ่งมั่นอดทนและขยันหมั่นเพียร ตลอดจนยึดมั่นในความซื่อสัตย์ต่อตนเองและผู้อื่นด้วย

        ผมก็อยู่ในช่วงเวลาของการคิดไม่ถึงอยู่มากเหมือนกัน อย่างน้อยก็เรื่องของการยุบควบรวมโรงเรียนขนาดเล็ก ที่อยู่ห่างไกลกันไม่เกิน ๖ กิโลเมตร

        ในความเป็นจริงอาจจะไกลกว่านั้น เพราะเด็กต้องเดินทางมาโรงเรียน ผ่านท้องทุ่งและเส้นทางเปลี่ยว แล้วยังมีเด็กที่ขาดการเหลียวแลจากพ่อแม่ แต่ถูกทิ้งให้อยู่กับปู่ย่าตายาย

        รัฐบาลคิดถึงแต่การประหยัดค่าใช้จ่าย คิดถึงแต่ประสิทธิภาพการเรียนการสอนที่จะเกิดขึ้นในโรงเรียนขนาดใหญ่ ทั้งที่ช่วงเวลาที่ผ่านมา เงินมหาศาลที่ทุ่มเทให้ก็ยังมองไม่เห็น”คุณภาพ”

        ภาครัฐคิดและเข้าไม่ถึงหัวใจเด็กในระดับรากหญ้า ที่อยู่ในครอบครัวที่ยากลำบาก และคงคิดไม่ถึงว่า พวกเขาจะรู้สึกดีมีความสุขแค่ไหน ถ้ามีโรงเรียนอยู่ใกล้บ้าน

        รัฐคิดถึงและเป็นห่วงแต่เพียงเรื่องยุทโธปกรณ์ที่จะมาเป็นเกาะกำบังรั้วของชาติ สร้างแสนยานุภาพที่ขัดแย้งกับการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ ๒๑..

        ไม่น่าเชื่อว่ามันสมองของนักการเมือง จะคิดไปไม่ถึงซึ่งการศึกษาของชาติ หากพัฒนาเด็กและเยาวชนให้มีคุณภาพอย่างทั่วถึง มันจะเป็นความมั่นคงของชาติอย่างยั่งยืนกว่าเรื่องใดๆ

        แต่เราอาจจะใช้คำว่า “คิดไม่ถึง” กับบางคนหรือบางกลุ่มคงไม่ได้ เพราะคนกลุ่มนี้ บางทีเขาอาจจะไม่เคยคิดเรื่องดีๆเพื่อชาติไทยของเราเลยก็เป็นไปได้

        ผมกำลังคิดถึง..แสงและเงา..ของบางสิ่งบางอย่างน่าจะมาบดบังดวงตาของเขา..

ชยันต์  เพชรศรีจันทร์

๒๔  พฤศจิกายน  ๒๕๖๒