ยาสามัญประจำบ้าน มีไว้ใช้ยามไม่สบายเล็กๆ น้อย ๆ ซึ่งสามารถจัดการได้เอง จะได้ไม่เสียเวลาไปพบแพทย์

ที่บ้านผมมีสมาชิกสี่คน แต่ละคนมีโอกาสเจ็บไข้ได้ป่วยกันเล็กๆ น้อยๆ เช่น เป็นหวัด ท้องเสีย หรือมีบาดแผล จึงต้องมียาและอุปกรณ์การแพทย์ไว้ติดบ้านหลายรายการ บางทีก็เผื่อแผ่ไปถึงบ้านข้างๆ และเพื่อนๆ ของลูกที่โรงเรียนบ้าง
จะลองนับว่าที่บ้านมียาอะไรบ้าง

  1. พาราเซตามอล (กระป๋อง 100 เม็ด)
  2. คลอเฟนนิรามีน เป็นยาลดน้ำมูก ลดอาการแพ้(กระป๋อง 100 เม็ด)
  3. ดรามามีน ยาแก้เมารถ
  4. ไวตามินรวม
  5. ไวตามินซี (กระป๋องใหญ่ 1000 เม็ด) ทาน 500-1,000 มก. เวลาครั่นเนื้อครั่นตัวจะเป็นไข้ จะช่วยให้ดีขึ้น และช่วยป้องกันหวัดได้ (นายบอนได้เขียนถึงไวตามินซีเหมือนกัน)
  6. ยาแก้ปวดและลดการอักเสบในกลุ่ม บรูเฟน แต่ที่บ้านจะใช้รุ่นใหม่ (ซีลีเบรกซ์ หรือ อาร์คอกเซีย)
  7. ยาโรคกระเพาะ ทั้งยาลดกรด (ไซเม็ดธิดีน) ยาเคลือบกระเพาะ (เวอราเจล) และยาขับลม (แอร์เอ็กซ์)
  8. อุปกรณ์ทำแผลและยาฆ่าเชื้อ (โพวิดีน)
  9. ยาทาแผลร้อนใน ในปาก (คีนาลอค)
  10.  อุปกรณ์ประคบเย็นและประคบร้อน (รายละเอียดในบันทึกนี้)
  11. ยาหม่องและยาทา นีโอติกาบาล์ม
  12. ยาแก้ปวดท้องจากอาหารเป็นพิษหรือท้องเสีย (บัสโคแพน)(สำหรับเวลาเดินทางไกล)

นับได้ครบหนึ่งโหลพอดี 


ทำไมต้องมียาแก้เมารถ
จริงๆ ก็มีผมใช้อยู่คนเดียว เพราะเป็นคนเมารถง่าย
สมัยเด็กๆ จำได้ว่าเคยอาเจียนบนรถประจำทาง
สมัยเรียนอยู่กรุงเทพฯ เคยนั่งรถเมล์ปรับอากาศไปคนเดียว นั่งได้ไม่ถึงครึ่งทางต้องรีบลง ไปนั่งพักข้างทางก่อน จากนั้นจึงขึ้นรถเมล์ธรรมดา (แอร์ธรรมชาติ) แทน (อาการเมาจะน้อยกว่า) 
เคยไปเชียงรายตอนนั้นนั่งท้ายรถกะบะมีหลังคา  ก่อนขึ้นก็ซื้อโอเลี้ยงไปด้วย เวลารถขึ้นเขากระติกโอเลี้ยงซึ่งอยู่ข้างหน้าก็กลิ้งมาข้างหลังทำให้ผมต้องจับ(ถือ)ไว้ ต่อมามีอาการเมารถมาก (ก็ยังอุตส่าห์ถือกระติกโอเลียงไว้แน่น) จนเพื่อนๆ ต้องให้ไปนั่งข้างหน้าจึงค่อยยังชั่ว

ปัจจุบันนี้อาการเมารถก็ยังไม่หาย
ทำให้เวลาไปไหนผมต้องขับรถเอง เพราะถ้าขับเองจะไม่เมา แต่ถ้านั่งรถคนอื่นขับจะเริ่มเมาทันที 

ท้ายสุดของบันทึกนี้
นายบอน อาจไม่เคยได้ยิน แต่เชื่อว่า ไร้นาม คงเคยได้ยิน
บทเพลงลูกทุ่งเพลงนี้
ถึงพี่จะเมาเหล้า แต่พี่ก็ไม่เมารัก
(เกี่ยวกับเมารถตรงไหนไม่ทราบ)