ไม่ใช่เรื่อง HRD หรอกค่ะ แต่มันเป็นเรื่องเล่า (เคล้าน้ำตาอีกเรื่องที่อยากจะถ่ายทอด) วันนี้ (14 ธันวาคม 2549) เหตุเกิดในปริมณฑลค่ะ ดิฉันไปถอนเงินที่ธนาคารออมสินสาขา..1…ผู้จัดการไม่อยู่ทั้งวันเนื่องจากติดประชุม เจ้าหน้าที่แจ้งว่าต้องเป็นผู้จัดการเท่านั้นจึงจะสามารถอนุมัติวงเงินเกิน 100,000 บาทได้ ดิฉันก็ไม่ได้ติดใจอะไรค่ะ เพราะมีหลายสาขาใกล้ๆ สะดวกสบาย ก็เลยไปที่สาขา..2… แต่ต้องเล่าเรื่องบัญชีนี้ให้ฟังก่อนค่ะ ดิฉันเปิดบัญชีตั้งแต่เด็กๆแล้วค่ะ แต่ในสมุดบัญชีเล่มนี้จะเริ่มที่ปี 2535 เพราะที่ธนาคารให้เอาสมุดเล่มเก่ามาเปลี่ยนแบบใหม่ที่มีแถบแม่เหล็ก เปิดบัญชีที่สาขากาฬสินธุ์ ตอนนั้นดิฉันลงลายมือชื่อด้วยการเขียน (คัด) ชื่อ – สกุล ไม่ได้ใช้ลายเซน เพราะกลัวว่าต่อไปจะเซนชื่อไม่เหมือนเดิม คิดว่าตัวเองก็รอบครอบพอสมควร สำหรับเด็กวัยเท่านั้น (ตอนนั้นดิฉันอายุ 13 ปี ) พอวันนี้ดิฉันจำเป็นต้องใช้เงินเพราะต้องนำเงินนี้ไปโอนบ้านที่กรมที่ดิน ก็ไปถอนที่สาขา…2…จำนวน 200,000 บาท แต่เจ้าหน้าที่ไม่ยอมให้ถอนแจ้งว่าเนื่องจากดิฉันลงลายมือชื่อไม่เหมือนในสมุดคู่ฝาก ให้ดิฉันเขียนอยู่ 2-3 ครั้ง ดิฉันจึงดูที่สมุดที่เอาไปใกล้ไฟสีม่วงๆให้มันมองเห็น ก็ไม่เห็นจะแตกต่างกันมาก มันก็ยังมีเค้าเดิมอยู่นะคะ แต่นี่เวลามันผ่านมา 14 ปีแล้ว (ตอนนี้อายุ 27) จะให้มันเหมือนเป๊ะๆ เลยก็คงไม่ได้ (จะให้ลายมือเหมือนเดิมได้ยังไงล่ะ...ขนาดหน้าตายังเปลี่ยนไปเลยเน๊อะ...สวยขึ้น) ดิฉันถามเจ้าหน้าที่ว่าบัตรประชาชนดิฉันก็มีมายืนยัน เขาบอกว่าวงเงินมันสูง ดิฉันต้องไปถอนที่สาขากาฬสินธุ์ ถ้าจะเอามาใช้ต่างสาขาแบบนี้ต่อไปต้องไปทำเรื่องขอเปลี่ยนลายมือชื่อที่สาขากาฬสินธุ์ ตอนนั้นรู้สึกหน้าชามากเพราะเราจำเป็นต้องใช้เงินจริงๆ เพราะนัดกับเจ้าหน้าที่ของธนาคารอาคารสงเคราะห์กับเจ้าของโครงการหมู่บ้านไว้แล้ว จึงบอกกับเจ้าหน้าที่ว่าดิฉันจำเป็นจริงๆนะคะ ไม่มีวิธีอื่นอีกหรือ เขาบอกว่าถ้างั้นเอาไปก่อน 100,000 บาทก่อนได้ ดิฉันก็สงสัยว่า ระหว่าง 2 แสน กับ 1 แสนมันต่างกันอย่างไร ถ้าคุณมั่นใจว่าดิฉันไม่ใช่เจ้าของบัญชี ดิฉันยืนยันว่าต้องถอนสองแสนไม่ใช่เพราะดื้อ แต่มันจำเป็นต้องใช้ สรุปเขาก็ไม่ให้ดิฉันถอนเงินออกมา ดิฉันไม่รู้จะทำยังไง ก็เลยไปอีกสาขา…3…. คราวนี้ได้ค่ะเจ้าหน้าที่ก็น่ารักดี ดูบัตรประชาชน ให้เซนชื่อสองครั้งก็โอเคแล้ว ได้เงินมาดิฉันก็รอดตัวไปค่ะ แต่ที่เล่ามาทั้งหมดนี้ดิฉันไม่ได้อยากจะร้องเรียนใครนะคะ เพราะเข้าใจว่าเจ้าหน้าที่ทุกคนต่างก็ต้องทำหน้าที่ให้ดี รอบครอบที่สุดตามรูปแบบของสถาบันการเงิน แต่อยากจะให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องหรือสามารถคิดเชิงนโยบายได้ ดิฉันอยากให้แก้ไขระบบให้สามารถตรวจสอบได้ง่ายแต่ชัดเจนว่าบุคคลนี้เป็นเจ้าของบัญชีจริง ๆ อย่าลืมนะคะว่าทุกวันนี้เมืองไทย ดิฉันถือบัตรประชาชนแบบ Smart card ซึ่งก็ไม่รู้ว่ามันมีประโยชน์อะไรมากนัก แต่วันที่ไปทำบัตรประชาชนเห็นให้สแกนลายนิ้วมือสองรอบสามรอบ ทำไมเราไม่เอาข้อมูลตรงนั้นมาใช้ ถ้าที่ธนาคารมีเครื่องตรวจสอบลายมือ หรือข้ออื่นๆ วิธีการอื่นๆ ที่ดิฉันแน่ใจว่าระดับผู้บริหารองค์กรใหญ่ๆ น่าจะคิดได้ดีกว่าดิฉันแน่นอนค่ะ เรื่องปัญหาที่เล่ามามันก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไร แต่มันรู้สึกเจ็บปวดค่ะ เพราะดิฉันเป็นลูกค้าของธนาคารมาตั้งแต่เด็กๆ ตัวเล็กๆ เวลาไปที่ออมสินเราก็อยากจะเขียนเอง ยื่นสมุดเอง พี่ๆเจ้าหน้าที่ (สมัยนั้นคงไม่ใช่พี่แต่อาจจะเป็นลุงๆ ป้าๆ)ที่สาขากาฬสินธุ์ก็น่ารักมากดูแลเด็กเป็นอย่างดี เอาแท่นไม้มาให้ยืนหน้าเคาน์เตอร์จะได้ยืนได้พอดี มันประทับใจหลายอย่างค่ะ ถึงคนจะเยอะ บางครั้งต้องออกประตูหลังธนาคารเลยค่ะ เพราะรอรับสมุดนานมากจนธนาคารปิด ลูกค้าส่วนใหญ่ก็เป็นเด็ก ๆ ฝากเงินกันบางที ก็แค่ 50 บาท อย่างดีก็ 100 เดียวค่ะ แต่เจ้าหน้าที่ที่นั่นก็ดูแล ต้อนรับเราเป็นอย่างดี มันก็เลยเป็นความผูกพันมานาน บัญชีนี้ฝากมาดิฉันพึ่งจะเคยถอนก็เดือนสองเดือนนี้เองค่ะ เพราะต้องถอนไปจ่ายค่ามุ้งลวดเหล็กดัด 2 ครั้ง แล้วก็มา 200,000 นี้เพื่อจะเอาไปโอนบ้าน ทั้งบัญชีก็มีอยู่แค่นี้แต่ไม่เคยคิดจะปิดบัญชี เพราะเป็นบัญชีที่เก็บมานาน ผูกพันมานาน เป็นบัญชีที่พ่อแม่ ตา ยาย พาไปฝาก ดิฉันอยู่บ้านนอกค่ะหากจะตัวเมืองกาฬสินธุ์ก็เกือบ 30 กิโลเมตร ออมสินก็มีที่เดียวที่ในจังหวัดจะฝากก็ต้องไปฝากในเมือง ปิดเทอมทุกครั้ง ตาจะพานั่งรถสองแถวเข้าไปในเมืองไปฝากเงินคิดดูสิคะ ตาแก่ๆ กับหลานเล็กๆ แล้วก็เอาบัญชีของพี่ๆ ไปฝากให้ด้วยหลายบัญชี ไม่ได้ทำบัตรเอทีเอ็มหรอกค่ะ เพราะไม่เคยคิดว่าจะถอน นี่ถ้าไม่ใช้เพราะซื้อบ้านก็คงไม่ถอนออกมาหรอกค่ะ เพราะการซื้อบ้านครั้งนี้ดิฉัน มีอยู่กี่บัญชีก็ถอนออกมาหมด มันจำเป็นต้องใช้ค่ะ ดิฉันเป็นลูกค้าที่เงินน้อย ทั้งบัญชีก็เป็นแค่เศษเงินของธนาคาร คงจะไม่มีพาวเวอร์ในการเรียกร้องอะไรเหมือนคนที่มีเงินในบัญชีสองร้อยล้าน แต่ถ้าเสียงของดิฉันมีประโยชน์ในการพัฒนาของผู้ที่เกี่ยวข้อง และก็เป็นอีกเรื่องเล่าให้ผู้อ่านได้พึงระวังว่าจะเซนชื่อที่ไหนก็ต้องเซนให้มันเหมือนกันด้วย….เฮ้อ ! เครียด…จน (หมดตัว…หมดใจเล็กน้อย)
หมอดูลายมือ(ชื่อ)...ช่วยด้วย!!!
จะให้ลายมือเหมือนเดิมได้ยังไงล่ะ...ขนาดหน้าตายังเปลี่ยนไปเลยเน๊อะ...สวยขึ้น
ความเห็น
ยังไม่มีความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
จ๊ะจ๋า · 14 ธ.ค. 2549
คุณต้นไม้ · 14 ธ.ค. 2549
Prof. Vicharn Panich · 14 ธ.ค. 2549
นาย วีระศักดิ์ สุขทอง · 14 ธ.ค. 2549
ตาหยู · 14 ธ.ค. 2549
sunee · 14 ธ.ค. 2549