KM = Knowledge Management (การจัดการความรู้)                     และ  RESEARCH =  การวิจัย

ผู้อ่านทุกท่านลองตั้งคำถามกันเล่น ๆดูว่า การวิจัยกับการจัดการความรู้ มีความสัมพันธ์กันหรือไม่ อย่างไร                   

 **การวิจัยกับการจัดการความรู้มีความเกี่ยวข้องอย่างไร ?                    ** มีความสำคัญอย่างไร ?               

** ไปด้วยกันหรือไม่ หรือไม่เกี่ยวกันเลย ?                                            **การวิจัยกับการจัดการความรู้จะนำมาใช้เมื่อใด

          ทุกคำถามล้วนแต่น่าสนใจและอยากค้นหาว่ามีความเป็นจริงหรือไม่ ก่อนอื่นมาดูความหมาย KM การจัดการความรู้ (Knowledge Management) หมายถึง     1.  กระบวนการแสวงหาความรู้ที่เป็นประโยชน์ต่อองค์กร มีการจัดเก็บอย่างเป็นระบบเพื่อให้แต่ละหน่วยงานเลือกใช้ได้ตามความเหมาะสม สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ตลอดเวลา มีการเผยแพร่เพื่อประโยชน์ต่อสังคม มีการสร้างขึ้นใหม่เพื่อสนับสนุนให้หน่วยงานบรรลุเป้าหมายที่วางไว้      2.  เครื่องมืออย่างหนึ่ง ซึ่งเราเลือกนำมาใช้ในการพัฒนาคุณภาพขององค์กรให้การทำงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล     3.   กระบวนการแสวงหาความรู้ที่ไม่มีรูปแบบที่ตายตัว ซึ่งองค์กรสามารถกำหนดรูปแบบกิจกรรมที่เหมาะสมด้วยตนเอง เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่ต้องการ และรูปแบบของความรู้เราอาจแบ่งออกเป็น 3 แบบ คือ                                                          

  3.1  Tacit Knowledge คือความรู้ที่อยู่ในแต่ละบุคคล เกิดจากประสบการณ์การทำงาน หรือการดำเนินชีวิตมาเป็นเวลานาน เรียนรู้ถูก เรียนรู้ผิด ค่อยๆสะสมจนกลายเป็นความรู้ความเชี่ยวชาญเฉพาะตัวบุคคล เมื่อถ่ายทอดความรู้เหล่านี้ออกมาในรูปแบบของเอกสาร หรือสื่ออื่นๆที่สามารถบันทึก และนำมาแสดงใหม่ได้ ก็จะกลายเป็น Explicit Knowledge                                                                              

    3.2   Explicit Knowledge คือความรู้ที่แสดงออกมาในรู้แบบต่างๆที่บันทึกได้ เช่นหนังสือ ตำรา เอกสาร เทป video CD DVD เป็นต้น เป็นความรู้ที่ถูกถ่ายทอดออกมาจากบุคคล                         

  3.3   Potential Knowledge คือความรู้ที่ถูกซ่อนอยู่ในข้อมูล (Data) สารสนเทศ (Information) จะต้องเข้าใจความสัมพันธ์ และรูปแบบ จึงปรากฏเป็นความรู้                          

การวิจัย (RESEARCH) หมายถึง    การศึกษาค้นคว้าที่มีระบบแบบแผน เพื่อให้ได้มาซึ่งความรู้ทางวิทยาศาสตร์ สังคมศาสตร์ และมนุษยศาสตร์  โดยการวิจัยมีลักษณะที่สำคัญ คือ เป็นกระบวนการหาความรู้ที่อยู่รากฐานของการใช้เหตุผล  มีการรวบรวมข้อมูลอย่างเป็นระบบ  ต้องใช้เครื่องในการเก็บรวบรวมข้อมูล  มีการกำหนดจุดมุ่งหมายแน่นอน  และการวิจัยจะต้องการมีการบันทึกและรายงานผลอย่างละเอียด  สรุปได้ว่า การวิจัย  เป็นการค้นคว้าหาความรู้ ความจริง โดยกระบวนการที่มีระบบแบบแผนที่เชื่อถือได้ เพื่อนำความรู้ไปใช้ในการแก้ปัญหา ดังนั้นในการทำวิจัยจำเป็นจะต้องใช้กระบวนการในการแสวงหาความรู้อย่างเหมาะสมและถูกต้อง  ซึ่งในการแสวงหาความรู้ของมนุษย์จำแนกได้ดังนี้      โดยบังเอิญ  เป็นการค้นพบโดยไม่ได้ตั้งใจ      การลองผิดลองถูก  เป็นการค้นพบว่าความรู้โดยทำการทดลองหลาย ๆครั้ง      โดยประสบการณ์ส่วนตัว เป็นการได้รับความรู้จากประสบการณ์ที่ผ่านมา      โดยวิธีการอนุมาน  โดยใช้หลักของเหตุผลและข้อเท็จจริงเป็นวิธีการหาความรู้      วิธีการทางวิทยาศาสตร์ เป็นการหาความรู้ที่นิยมและถูกต้องเชื่อถือได้

จากคำนิยามทั้ง KM และ RESEARCH มีความเกี่ยวข้องอย่างชัดเจน มีลักษณะที่คล้ายคลึงกัน                         

  1.  การจัดการความรู้กับการวิจัย ต้องมีกิจกรรมและกระบวนการเข้ามาเกี่ยวข้อง กิจกรรมในที่นี้หมายถึง กิจกรรมในการสร้างความรู้ใหม่  กิจกรรมการจัดการความรู้ทั้งความเก่าและความรู้ใหม่ โดยมีกระบวนการแทรกตลอดทั้งกิจกรรม ซึ่งการจัดกิจกรรมและกระบวนการนั้นเพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนความรู้นั้นเอง                                  

2.  ในการจัดการจัดการความรู้ต้องมีการรวบรวมข้อมูล  จัดหมวดหมู่ข้อมูล  การวิเคราะห์ สังเคราะห์ข้อมูลหรือความรู้  เพื่อยกระดับความความรู้ จนถึงการประยุกต์ความรู้ไปใช้ ซึ่งขั้นตอนดังกล่าวก็คือการวิจัยนั้นเอง  กล่าวคือ การวิจัยเริ่มจากการศึกษาเอกสาร ทฤษฏี  หลักการ มีการจัดข้อมูลเรียบเรียงข้อมูล  วิเคราะห์ข้อมูล  อภิปรายผล(สังเคราะห์)  แสดงให้เห็นว่าการจัดการความรู้ไม่ใช่การนำความรู้มาจัดการเท่านั้น  ซึ่งจะมีความลึกซึ้งกว่าโดยการวิจัยมีคามเกี่ยวข้อง                        

3.  การจัดการความรู้  คือการสร้างความรู้ใหม่  นั้นหมายถึงต้องมีการวิจัยอย่างชัดเจน ซึ่งการวิจัยอาจะเป็นการวิจัยเพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้า หรือการปัญหาระยะยาวก็เป็นได้ ดังนั้นเมื่อมีการวิจัยก็ต้องมีความรู้ใหม่เกิดขึ้น เราอาจจะกล่าวได้ว่า การวิจัยคือการทำงานประจำ โดยมีการดำเนินการในลักษณะบูรณาการตลอดเวลาเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย                        

4.  การจัดการความรู้และการวิจัย มีประกอบที่สำคัญเหมือนกัน  คือ  กระบวนการ( Process)  คน  ความรู้ (content) และเครื่องมือ                 

ดังนั้น  ทั้งการจัดการความรู้และการวิจัย จะต้องมีการเชื่อมโยงระหว่าง กิจกรรม กระบวนการ ความรู้ที่หลากหลาย เพื่อให้การดำเนินการเป็นแบบบูรณาการเพื่อให้ได้ความรู้ใหม่ เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ถ่ายทอดความรู้  และยกระดับความรู้ จนเกิดการนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ได้อย่างคุ้มค่า