โถ! ประชาธิปไทย

พวกที่อยู่ในกรุงก็ทุกข์หนัก ชีวิตขึ้นอยู่กับไฟเขียวไฟแดง ขับรถไปเจอสีเขียวก็ค่อยยังชั่วหน่อย ขับไปเจอไฟแดงก็ถอนใจเฮือก ในระหว่างที่รถจอดรอไฟตามสี่แยก ก็เผาผลาญน้ำมันไปทุกวินาที มีชีวิตอยู่บนถนนเหมือนพวกเบื้อใบ้ไปวันๆ

    โถ..ประเทศไทย 

     เธอถูกยำใหญ่ยำเละ  ทั้งๆที่ตั้งอยู่ในจุดที่ดีสุดในโลก  จนได้ชื่อว่า” ขวานทอง” เป็นอู่ข้าวอู่น้ำตั้งแต่สมัยอโยธยา  กำลังได้รับการเชิดชูให้เป็นครัวของโลก เป็นตู้กับข้าวให้กับประเทศรอบข้างมีความหลากหลายทางชีวภาพที่ทำให้นักวิจัยทั่วโลกตาโต   แต่สังคมไทยกลับไม่รู้ไม่ชี้  ใครจะลากประเทศไทยไปลงขุมไหนก็ได้ ใครจะหากิน หาเศษหาเลย หาเรื่องหาราว อย่างไรก็ได้  ประชาธิปไทย ทำอะไรก็ได้ตามอำเภอใจ


   เคยถามตัวเองไหมครับ 

    เราทำอะไรกับแผ่นดินเกิดบ้าง ด้านดีทำอะไร ด้านที่ชื่นชูใจทำอะไร เอาแค่คิดในแง่ดีกับสังคมไทย มีส่วนร่วมด้วยช่วยกันทะนุบำรุง.. ก็นับว่าประเสริฐแล้ว สังเกตเห็นไหมครับ คนไทยกำลังจะทอดทิ้งสังคมไทย ความเห็นแก่ตัวของคนไทยได้ทำลายต้นทุนที่ดีงามของชาติให้เสื่อมทรามลงไปตามลำดับ

  • ต้นทุนทางธรรมชาติ
  • ต้นทุนทางธรรมะ
  • ต้นทุนทางภูมิปัญญา
  • ต้นทุนทางศาสนา
  • ต้นทุนทางวัฒนธรรม

        ทุนหายกำไรหดไปหมดหน้าตัก จะหาแม่น้ำที่มีน้ำใสเย็นมองเห็นปูปลาก็หายากแล้ว  จะหาภูเขาที่เต็มไปด้วยป่าเขาลำเนาไพรก็ยากแล้ว เห็นแต่ภูเขาหัวโล้นเต็มไปหมด  จะหาภูมิประเทศ ท้องไร่ท้องนาที่ดูแลสภาพแวดล้อมในระดับที่ปกติก็ยากแล้ว


ทำไมคนไทยอยู่ที่ไหนทำลายที่ตรงนั้น 


     คนกรุงเทพใช้กรุงเสียจนเละเทะ เป็นสังคมเศษสวะไปแล้วในเวลานี้  มีสภาพรถอยหลังเข้าคลอง เราพัฒนาความเจริญภายใต้มาตรการทำอะไรได้ตามอำเภอใจ เมื่อไม่มีมิติทางสังคม วัฒนธรรมธุระไม่ใช่จึงเกิดขึ้น  มองเห็นแต่มุมตัวเอง เรื่องเกี่ยวกับสังคมเอาหลังเข้าถู สุดท้ายก็อยู่ไปวันๆผูกพันกับเรื่องอีแอบ หลบหมุมอยู่อย่างซังกะตาย

    ถ้ามาตั้งโจทย์ใหม่ว่า  คนไทยไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน  จะช่วยกันทำให้ที่อยู่ที่กินมีสภาพแวดล้อมที่ดีขึ้น เสริมสร้างสภาพแวดล้อมให้ดีขึ้น  ควบคุมและกำกับมลภาวะให้อยู่ในสภาพปกติ ช่วยกันคนละไม้คนละมืออนุบาลธรรมชาติ ช่วยกันเสริมสร้างวินัยทางสังคม ปัญหาสังคมที่เกิดจากพฤติกรรมส่วนรวม  จะมีจุดฉุกคิดได้เสียที  ไม่อย่างนั้นก็จะพัฒนาตามกระแส ว่ากันเป็นจ๊อบๆแล้วก็จอดๆ มีอะไรก็มาว่ากันใหม่ เสวนากันใหม่ จัดประชุมเพื่อให้ได้ประชุม เดินออกจากห้องก็ลืมแล้วไปประชุมเรื่องใหม่ในห้องถัดไป  ทำกันได้แค่นี้ คิดกันอย่างนี้ ก็คาดหวังอะไรต่อมิอะไรบรรเจิดเทิดเทิง ไม่รู้ตัวว่า..กำลังเป็นหมาหลงอยู่บนทางด่วน!
  

    ประเทศนี้มีแผนพัฒนาชาติที่เหมาะสม ถูกต้อง มีศักยภาพพอที่จะทำให้มันเกิดเป็นความจริงได้สักกี่เปอร์เซ็นต์  ทำไมบ้านเมืองไม่เจริญไปตามขั้นตอน เดินหน้าได้โดยไม่พะวงหน้าพะวงหลัง  ไม่ใช่ทำอย่างเสียอย่าง สร้างปัญหาให้กับประเทศทุกอณู  มองดูรอบตัวสิครับ  ปัญหาในชนบทมีอะไรบ้าง สาหัสแค่ไหน ไล่ควายไปทำลูกชิ้น  แล้วเจ้าของควายละจะเป็นลูกอะไร บ้านแตกสาแหรกขาด พ่อไปทาง แม่ไปทาง ลูกไปทาง ตายายแก่ๆไปไหนไม่ได้ให้อยู่โยงเฝ้าเสาเรือนไว้ เพื่อให้ได้ชื่อว่าฉันยังมีเสาบ้านเสาเรือน พวกที่อยู่ในกรุงก็ทุกข์หนัก ชีวิตขึ้นอยู่กับไฟเขียวไฟแดง  ขับรถไปเจอสีเขียวก็ค่อยยังชั่วหน่อย  ขับไปเจอไฟแดงก็ถอนใจเฮือก  ในระหว่างที่รถจอดรอไฟตามสี่แยก  ก็เผาผลาญน้ำมันไปทุกวินาที มีชีวิตอยู่บนถนนเหมือนพวกเบื้อใบ้วันละหลายชั่วโมง ทุกข์กระจุกความสุขกระจาย  ถามว่า..วันนี้คุณภาพชีวิตของคุณเป็นอย่างไร คุณคนไทยทั้งหลาย โธ่ๆๆ..

ตอบหน่อยได้ไหมว่า จะทำอย่างไร จะจัดการความรู้ในเรื่องนี้อย่างไร

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน KM ในมหาชีวาลัยอีสาน

คำสำคัญ (Tags)#ปริญญาโท#สภาการศึกษา#ปราชญ์ชาวบ้าน#มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี#มหาชีวาลัยอีสาน#ค่ายkm.#vip#หลักสูตรบูรณาการศาสตร์

หมายเลขบันทึก: 66852, เขียน: 13 Dec 2006 @ 07:34 (), แก้ไข: 11 Feb 2012 @ 16:42 (), สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 3, อ่าน: คลิก


ความเห็น (3)

ครูบาครับ

ช่วยประเมิน % คนที่คิดว่าประเทศไทยเป็นของตนเอง อยากเห็นประเทศไทยดีขึ้น ได้ไหมครับ

ครูบาต้องแยกประเภทกาฝากออกก่อนนะครับ ประเภทหากินในเมืองไทย แต่ไม่เคยสนใจว่าเมืองไทยจะเป็นอย่างไร ออกเสียก่อนนะครับ

และเมื่อมองเข้าไปทีละส่วน ทีละจุด ทีละกลุ่ม ทีละองค์กร มีกี่%ที่รักจริงหวังแต่ง และกี่%ท้องแล้วทิ้ง

ผมอยากฟังจริงๆครับ ในฐานะที่ผมยกให้ท่านเป็ยระดับ ลมปราณคุมกระบี่บินแล้วนะครับ

อย่าให้คนดูผิดหวังนะครับ

โดยเฉพาะที่กินใจผมมาก ที่เขาบอกว่า

เราเอาคนที่ทำลายการศึกษามาอย่างยับเยิน มาเป็นผู้ปฏิรูปการศึกษา ท่านคิดอย่างไร

เหมือนเราให้ศัตรูของเรามาสร้างบ้านให้เราอยู่ประมาณนั้นครับ

ผมนึกไม่ออกจริงๆ ว่าจะประสบผลสำเร็จได้อย่างไร

ช่วยด้วยครับ หรือผมกำลังหลงทางครับ ผมไม่เข้าใจจริงๆ

ถ้าเรามีการจัดการความรู้ที่เคยทำกันมาแล้ว เราก็คงไม่ต้องไปเริ่ม ไปทำ ไปเสวนา ไปประชุม กันใหม่ทุกๆ ครั้งไปครับท่านครูบา,,,,ด้วยความเคารพครับ

พ่อครูค่ะ 

     คนไทยจะมีคุณภาพชีวิตดีขึ้นได้ ต้องเลิกดื้อตาใส ใส่ใจเวลาเจ็บแล้วต้องจำ การศึกษาต้องเรียนจากการปฏิบัติจริงมากกว่าเรียนจากทฤษฎีที่ลอกเขามา

      ขอบคุณค่ะ