ระยะ 1-2 เดือนที่ผ่านมานี้ ผมมีปัญหาหลับตาไม่ลง ต้องมานั่งเขียน blog ระบายความอึดอัด ระบายสิ่งที่คับคั่งอยู่ในสมองและในใจ บางเรื่องก็เคยระบายที่อื่นมาแล้ว แต่ก็ยังไม่สะใจเท่ากับมาระบายใน blog นี้

 

         สิ่งที่ทำให้ผมต้องมานั่งทำงานใน blog เนื่องจาก สคส ใช้เกณฑ์ชี้วัดของการเขียน blog ในการประเมินความก้าวหน้าของกิจกรรมและโครงการ โดยเฉพาะโครงการมหาชีวาลัย ที่มีครูบาสุทธินันท์เป็นหัวหน้าโครงการ และผมเป็นอะไรก็ไม่รู้ รู้แต่ว่าเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาของนักศึกษาบางคน ที่ผมต้องคอยโอบอุ้มจากอาการขาอ่อนเปลี้ย เพลียแรง แต่ละคนเป็นโรคกระดูกอ่อน สมองฝ่อ เอ๊ย ! ไม่ใช่ คิดไม่ค่อยออกที่จะเขียน blog ทำให้ สคส มองไม่ค่อยเห็นเรา ในภาษาที่เค้าเรียกว่า ไร้ร่องรอย

 

         เอ๊ะ ! ผมเริ่มประหลาดใจ ว่าวิทยายุทธ์ของผม ขนาดไร้ร่องรอยเชียวหรือ ผมเคยอ่านหนังสือกำลังภายใน เขาว่า คนที่มีวิทยายุทธ์ สูง นั้นมักจะเดินทางแบบไร้ร่องรอย

 

         แต่ไม่น่าจะใช่นะ เพราะว่า ถ้าไร้ร่องรอยอย่างนั้น สคส คงต้องนับถือผมอย่างแน่นอน แต่ตอนนี้ สคส มองข้ามผมไปไปหลายช่วงตัวครับ ขนาดงานมหกรรมการจัดการเรียนรู้แห่งชาติ ครั้งที่ 3 ผมก็เกือบจะไม่ได้ไปกับเค้าด้วย ถึงไปก็ไปแบบคนวงนอก ไปเที่ยวเดินตามดูคนอื่นเค้าทำงาน แต่ก็ดีนะครับ พอไม่มีงานรับผิดชอบโดยตรง ผมก็ใช้วิทยายุทธ์ตัวเบาครับ เดินไปตามห้องต่างๆ อย่างอิสระและแบบไร้ร่องรอยครับ ทำให้ผมได้ความรู้ในมุมต่างๆ ของแต่ละกลุ่ม ที่ทำ KM ในประเทศไทย เกือบครบทุกกลุ่ม แล้วนำมาจัดลำดับชั้นและประเภทของ นักจัดการความรู้ในประเทศไทย และได้มีโอกาส แกะรอยฝันของท่านหมอวิจารณ์ครับ

 

         ผมเกือบลืมไปเลยว่า ผมกำลังจะเขียนเรื่องตาเจ็บที่หนุ่มชุมพรเอาไม้จิ้มตา ทำให้ผมหลับตาไม่ลง ต้องมานั่งตะกุยตะกายอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ โดยใช้ยุทธการแหย่รังแตน ที่ทำให้แตนที่จับตัวกันเป็นกลุ่มๆ อยู่ในรังของตัวเอง เช่น รังของครูอ้อย รังของคุณกะปุ๋ม รัง UKM รัง กศน. รังคุณปภังกร และคนอื่นๆ ให้กระจุยกระจาย และไล่มาต่อยผมแทน ก็ได้ผลอยู่นะครับ มีแตนใหญ่น้อยเข้ามา comment งานผมแบบจริงจังก็มาก แบบฉาบฉวยก็มี ผมก็จะพยายามจะเลือกแตนตัวใหญ่ๆ มาเก็บไว้ในแพลนเนทผมครับ ตัวเล็กๆก็ปล่อยให้โตอีกสักหน่อย แล้วค่อยจับมาใส่ แพลนเนท 

แต่ก็ยังมีแตนอีกหลายรังที่แหย่เท่าไหร่ก็ไม่แตกรังเลยครับ ไม่มีมาต่อยผมซักตัวเดียว

 

         ผมพยายามดูแล้วดูอีก ว่าแตนเหล่านี้เป็นอะไร ก็พบว่าบางตัวปีกขาดครับ บางตัวก็หัวขาดครับ (มีแต่ตัวกับขา) ที่เกาะรังอยู่ บางตัวก็มีแต่ขาครับ ไม่มีตัวไม่มีหัวเลยครับ บางตัวมีแค่เล็บเกาะรังอยู่ ส่วนที่เหลือไม่รู้หายไปไหนครับ ดูแล้วก็ประหลาดใจ

 

         เอ๊ะ ! มันเป็นแตนพันธุ์อะไรครับนี่ พิกลพิการเป็นรังๆ เลย ผมก็เลยไม่ค่อยประหลาดใจเท่าไหร่ที่แหย่เท่าไหร่แตนกลุ่มนี้ก็ไม่บินมาต่อยผมซักตัว ดูๆแล้วแตนพวกนี้ทำรังบนหอคอยงาช้าง หาเอาเองนะครับว่าใคร เดี๋ยวบอกไปแทนที่จะมาต่อยผม กลับจะมาทุบผมแทนนะครับ ผมยังไม่อยากตายครับ แต่เจ็บนิดหน่อยพอทนได้ครับ ยิ่งต่อยแรงยิ่งชอบครับ ประเภทมาโซชิสม์ จึงขอขอบคุณแตนตัวใหญ่ทั้งหลายมา ณ ที่นี้ ใครอยากรู้ว่าใครเป็นใครก็ไปดูในแพลนเนตผมก็ได้ครับ

 

         ขอกลับมาเรื่อง ท่านหนุ่มชุมพรเอาไม้จิ้มตาอีกครั้งนะครับ

           ตั้งแต่ท่านหนุ่มชุมพรเอาไม้จิ้มตาผมหลายครั้งหลายครา ถูกบ้าง ไม่ถูกบ้าง และวันที่ผมถูกทิ่มแรงและโดนแรงสุดๆ จนผมหลับตาไม่ลงมาหลายวัน ก็คือ วันที่ 1 ธันวาคม 2549 ที่ผ่านมา ในห้องทำงานของฝ่ายจัดการประชุมมหกรรมจัดการความรู้แห่งชาติ ประมาณเย็นๆ ที่ท่านบอกว่า ผมทำงานแบบไม่ค่อยมีร่องรอยนี่แหละครับ ผมก็เลยมาดูว่า ผมจะสร้างร่องรอยได้อย่างไร แล้วทำไมผมจะต้องสร้างร่องรอยด้วย ผมมาถึงบางอ้อ(เลยบางพลัดมานิดหนึ่ง แล้วก็อยู่ติดกับบางรักครับ และกำลังจะไปบางพลี และมาเลยสะพานปลาทู.....โอ๊ย ! เวียนหัว ผมจะไปไหนนี่ ผมว่าผมอยู่ที่บางอ้อนะ)

          ประเด็นสำคัญที่ผมค้นพบจากการหลับตาไม่ลง ก็คือ ทำให้ผมตระหนักว่า

blog นี่สำคัญจริงๆ และผมไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่า ระบบ blog ทำให้เราและทุกคน รู้เขารู้เรา สู้ร้อยครั้ง ชนะร้อยครา(ตำราพิชัยสงครามของซุนวู) ทำให้เรารู้จักซึ่งกันและกันอย่างแท้จริง ทั้งเชิงความคิด ความรู้ ความเข้าใจ แผนงาน ความฝัน วิถีชีวิต และภูมิปัญญาที่ชัดแจ้งและฝังลึก

 

         ผมไม่เคยคิดว่าจะเป็นไปได้ขนาดนี้ สงสัยผมจะหลับอยู่นานเกินไป ถ้าท่านหนุ่มชุมพรไม่เอาไม้จิ้มตาผม ก็คงจะไม่รู้เรื่องแบบนี้ คงจะเป็นพวกหลับไม่รู้ คู้ไม่เห็น เหมือนกับคนอื่นๆ อีกหลายคน ที่ยังไม่เคยเข้ามาใน blog โดยเฉพาะ คนที่ทำงานกับโครงการของ สคส

 

         ผมเลยรู้ว่า ทำไม สคส จึงไม่สบายใจที่คนทำงานกับ สคส แล้วไม่เข้า blog หรือ เข้ามาแบบฉาบๆฉวยๆ แบบไม่ค่อยมีร่องรอย บางคนก็เข้ามาแบบมีร่องรอย แต่ไม่ชัดเจนในความคิด หรือบางคนก็เข้ามาด้วย วัตถุประสงค์อื่นๆ นอกเหนือจากการจัดการความรู้ สิ่งเหล่านี้ สคส ก็ต้องระวังด้วยนะครับ

 

         สุดท้ายนี้ ผมต้องขอบคุณท่านหนุ่มชุมพร ที่เอาไม้จิ้มตาผมอย่างแรง จนผมหลับไม่ลง พลอยให้คนอื่นไม่ได้หลับไปด้วยครับ เพราะผมก็เอาไม้จิ้มตาคนอื่นๆต่ออีกหลายคนครับ เช่น ครูบาสุทธินันท์ และนักศึกษามหาชีวาลัย เป็นต้น แต่ก็มีอีกหลายคน ผมจิ้มไม่ค่อยถูก แต่ผมยังไม่ละความพยายาม จิ้มไปเรื่อยๆ กว่าจะโดนลูกตาแหละครับ

 การเขียนเรื่องนี้ก็เป็นอีกความพยายามหนึ่ง ที่ทั้งแหย่รังแตน และเอาไม้จิ้มตาครับ ในฐานะที่ผมเป็นตัวป่วนอย่างสมบูรณ์แบบ

แต่สำหรับคนที่ยังหลับสนิทอยู่ ผมก็พยายามเอาไม้จิ้มเอว จิ้มขา จิ้มหัว แล้วแต่จะจิ้มถูกครับ รอว่าเมื่อไหร่ พอเขาจะลืมตา ผมจะได้เอาไม้จิ้มตาได้ถูก

รออีกหน่อยนะครับ ท่านหนุ่มชุมพร ผมพยายามอยู่ครับ อีกไม่นานเกินรอ   ขอบคุณครับ